
สหรัฐฯ เพิ่งเริ่มศึกษาสุขภาพ ‘เด็ก 9/11’ อย่างจริงจัง หลังเหตุการณ์ผ่านไป 25 ปี
สหรัฐฯ เริ่มโครงการศึกษาสุขภาพระยะยาวของผู้ที่เผชิญเหตุวินาศกรรม 9/11 ตั้งแต่วัยเด็ก หลังเหตุการณ์ผ่านมานาน 25 ปี ขณะที่เด็กประมาณ 25,000 คนเคยสัมผัสฝุ่นและมลพิษจากเหตุการณ์
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมเริ่มการศึกษาสุขภาพระยะยาวครั้งใหญ่ในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวินาศกรรม 9/11 ตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อหาคำตอบว่า การสัมผัสสารพิษและผลกระทบจากเหตุการณ์ในช่วงต้นของชีวิต อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่หรือไม่
ในวันที่ 11 กันยายน 2001 มีเด็กประมาณ 25,000 คนอาศัยหรือเรียนหนังสืออยู่ใกล้ World Trade Center ในพื้นที่แมนฮัตตันตอนล่าง และยังมีเด็กอีกหลายพันคนอยู่ในพื้นที่โดยรอบ บางคนเป็นทารกหรือเด็กเล็ก ขณะที่บางคนยังอยู่ในครรภ์มารดา
เด็กเหล่านี้มีโอกาสสัมผัสฝุ่นและมลพิษจากการพังถล่มของอาคาร ซึ่งประกอบด้วยคอนกรีตบดละเอียด เส้นใยแก้ว แร่ใยหิน หรือ asbestos และสารมลพิษอื่น ๆ ทั้งในวันเกิดเหตุและช่วงหลังจากนั้น
อย่างไรก็ตาม เด็กเพียงส่วนน้อยถูกรวมอยู่ในการศึกษาติดตามสุขภาพที่ได้รับทุนจากรัฐบาลในเวลาต่อมา เนื่องจากการศึกษาส่วนใหญ่ในช่วงแรกมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังมีข้อมูลจำกัดว่า การสัมผัสสารเหล่านี้ตั้งแต่วัยเด็กอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างไร โดยเฉพาะโรคที่อาจต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะแสดงออก เช่น มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์
ปัจจุบัน เด็กกลุ่มดังกล่าวจำนวนมากมีอายุเข้าสู่ช่วง 30–40 ปีแล้ว ทำให้เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยที่ผลกระทบทางสุขภาพบางประเภทอาจปรากฏให้เห็น
เตรียมตั้งโครงการติดตาม “เด็ก 9/11” โดยเฉพาะ
เพื่อเติมช่องว่างของข้อมูลดังกล่าว สภาคองเกรสสหรัฐฯ อนุมัติในปี 2022 ให้สนับสนุนการศึกษาคนกลุ่มนี้ ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC
ล่าสุด CDC ประกาศว่าจะเปิดรับข้อเสนอจากนักวิจัยเพื่อจัดตั้ง World Trade Center Youth Research Coordinating Center และสร้างกลุ่มประชากรสำหรับการศึกษาที่เรียกว่า Youth Research Cohort
ผู้ที่เข้าเกณฑ์การศึกษาจะต้องมีอายุไม่เกิน 21 ปี หรือยังอยู่ในครรภ์มารดาในช่วงเหตุการณ์ 9/11 และอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของถนน 14th Street ในแมนฮัตตัน หรือในพื้นที่บรูคลินในช่วงเกิดเหตุและหลังจากนั้น และนักวิจัยจะจัดหาคนที่มีอายุใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้สัมผัสเหตุการณ์ดังกล่าว มาเป็นกลุ่มเปรียบเทียบด้วย
CDC ยังไม่ได้ระบุว่าจะรับผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวนเท่าใด แต่โฆษกของหน่วยงานระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า คาดว่าจะใช้งบประมาณรวมของโครงการสูงสุด 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2027
ที่ผ่านมาเคยศึกษาเด็ก แต่ส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก
การศึกษาใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ไม่เคยติดตามสุขภาพเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 9/11 มาก่อน โดย World Trade Center Health Program ของ CDC และ World Trade Center Health Registry ของนครนิวยอร์กเคยให้บริการแก่เด็กหลังเหตุการณ์ และมีงานวิจัยเกี่ยวกับเด็กออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการสัมผัสเหตุการณ์ในวัยเด็กส่วนใหญ่มาจากการศึกษาขนาดเล็ก แตกต่างจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ใหญ่ ซึ่งได้รับการติดตามอย่างกว้างขวางกว่า
ในกลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ใหญ่ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11 มีการตรวจพบมะเร็งหลายสิบชนิดและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสมลพิษจากเหตุการณ์แล้ว แต่ยังไม่ทราบชัดว่า การได้รับสารเหล่านี้ตั้งแต่วัยเด็กจะส่งผลต่อร่างกายแตกต่างออกไปหรือไม่
ดร. โจน ไรบ์แมน (Joan Reibman) ผู้ก่อตั้ง World Trade Center Environmental Health Center ระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการศึกษาครั้งนี้คือการตามหาผู้เข้าร่วม เนื่องจากเวลาผ่านมาแล้ว 25 ปี คนกลุ่มนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และกระจายอยู่ทั่วสหรัฐฯ ทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในการค้นหาและชักชวนให้กลับมาเข้าร่วมการศึกษา
นักวิจัยคาดหวังว่า การติดตาม “เด็ก 9/11” ในระยะยาวไม่เพียงช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อ 25 ปีก่อน แต่ยังอาจให้ข้อมูลสำหรับการดูแลเด็กที่ต้องเผชิญสงคราม ภัยพิบัติ หรือการสัมผัสสารพิษจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่อื่นของโลกในอนาคต
ที่มา
สำนักข่าวรอยเตอร์







