posttoday
ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย

ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย

08 กันยายน 2569

รายงานเหตุโจมตีไซเบอร์ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ปี 2026 พบตั้งแต่ระบบไอทีล่ม ข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยรั่ว จนถึงกระทบการรักษา ขณะที่หลายบริษัทเร่งแยกระบบ-เพิ่มมาตรการความปลอดภัย

KEY

POINTS

  • ในปี 2026 บริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ (MedTech) อย่างน้อย 10 แห่ง เช่น Stryker, Boston Scientific และ Baylor Genetics ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์
  • การโจมตีส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยรั่วไหลในหลายกรณี โดยเฉพาะเคสของ Baylor Genetics ที่มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 2.8 ล้านราย
  • ผลกระทบจากการโจมตีขัดขวางระบบการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้การรักษาผู้ป่วยบางรายต้องถูกเลื่อนออกไป และกระทบการเปิดใช้งานระบบติดตามอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยรายใหม่

ตลอดปี 2026 บริษัทเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์รายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ เปิดเผยเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์หรือการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่ Stryker, Intuitive Surgical, Medtronic, iRhythm, AdaptHealth ไปจนถึง Boston Scientific

 

MedTech Dive รวบรวมบริษัทที่เปิดเผยเหตุการณ์จนถึงวันที่ 21 สิงหาคมไว้ 9 แห่ง ได้แก่ UFP Technologies, Stryker, Intuitive Surgical, Medtronic, iRhythm, AdaptHealth, Abbott, Cook Medical และ Baylor Genetics

 

ก่อนที่ Boston Scientific จะเปิดเผยเหตุการณ์เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และ NovoCure เปิดเผยอีกกรณีในต้นเดือนกันยายน ทำให้จำนวนบริษัทที่ปรากฏในรายงานสาธารณะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ตั้งแต่การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงระบบการผลิต การจัดส่งสินค้า และบริการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย

 

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกจากกันว่า เหตุโจมตีระบบไอทีของบริษัทไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์การแพทย์ถูกแฮ็กหรือไม่ปลอดภัยเสมอไป หลายบริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ถูกแยกออกจากระบบไอทีภายใน และอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

 

 

Stryker  ไซเบอร์กระทบการส่งสินค้า บางเคสผู้ป่วยต้องเลื่อนการรักษา

Stryker ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีสำหรับการผ่าตัด เปิดเผยเมื่อเดือนมีนาคมว่าเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้ระบบ Microsoft ของบริษัททั่วโลกหยุดชะงัก กระทบกระบวนการภายใน รวมถึงการประมวลผลคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า

 

ผลกระทบลามไปถึงผู้ป่วยบางส่วน โดยบริษัทระบุว่าเคสที่ใช้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ป่วยบางรายในสัปดาห์วันที่ 16 มีนาคมต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากความล่าช้าในการจัดส่ง  อย่างไรก็ตาม Stryker ยืนยันว่า ความปลอดภัยและการทำงานของผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์ของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัล โดยอุปกรณ์หลายประเภททำงานแยกจากเครือข่ายภายในของบริษัท

 

หลังเกิดเหตุ Stryker ระบุว่าได้ควบคุมเหตุการณ์ พร้อมประสานหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายแห่ง ทั้ง FBI, CISA, HHS และหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของภาคสุขภาพ รวมถึงทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อฟื้นฟูระบบและแบ่งปันข้อมูลภัยคุกคาม

 

 

Intuitive Surgical  หุ่นยนต์ da Vinci ไม่ได้รับผลกระทบ

Intuitive Surgical ผู้ผลิตระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci เปิดเผยเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม หลังบุคคลภายนอกเข้าถึงแอปพลิเคชันธุรกิจภายในบางส่วนผ่านบัญชีพนักงานที่ถูกเจาะจากการโจมตีแบบ Phishing

 

ข้อมูลที่ถูกเข้าถึงประกอบด้วยข้อมูลธุรกิจและข้อมูลติดต่อของลูกค้าบางส่วน รวมถึงข้อมูลพนักงานและข้อมูลภายในบริษัท

 

บริษัทชี้แจงว่า ระบบ da Vinci, Ion และผลิตภัณฑ์ดิจิทัลไม่ได้รับผลกระทบและยังทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากเครือข่ายที่รองรับระบบธุรกิจภายใน ระบบการผลิต และอุปกรณ์ของบริษัทถูกแยกออกจากกัน

 

หลังสอบสวนเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายน Intuitive ระบุว่ายังไม่พบรายงานการฉ้อโกงหรือการขโมยตัวตนที่เกิดจากเหตุการณ์นี้ และไม่พบข้อบ่งชี้ว่าข้อมูลที่ถูกเข้าถึงถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ พร้อมปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายธุรกิจภายใน แนวปฏิบัติ และนโยบายเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

 

 

Medtronic  ข้อมูลในระบบบริษัทถูกเข้าถึง แต่ไม่พบผลกระทบต่ออุปกรณ์และผู้ป่วย

Medtronic เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 เมษายนว่า บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบไอทีของบริษัทบางส่วนได้

 

บริษัทระบุว่า จากการตรวจสอบในขณะนั้น ยังไม่พบผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยของผู้ป่วย การเชื่อมต่อกับลูกค้า การผลิต การจัดจำหน่าย หรือความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ป่วย พร้อมอธิบายว่าเครือข่ายไอทีภายใน เครือข่ายที่รองรับผลิตภัณฑ์ และระบบการผลิตและจัดจำหน่ายถูกแยกออกจากกัน

 

Medtronic ระบุว่า หลังพบเหตุได้ดำเนินการควบคุมระบบ เปิดใช้แผนตอบสนองเหตุการณ์ และว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมตรวจสอบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลใดถูกเข้าถึงหรือไม่ เพื่อแจ้งและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น

 

 

iRhythm ผู้ก่อเหตุเรียกเงิน แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล

iRhythm ผู้พัฒนาเทคโนโลยีติดตามจังหวะการเต้นของหัวใจ พบกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในแอปพลิเคชันธุรกิจที่โฮสต์โดยบุคคลที่สามเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน

 

หนึ่งวันต่อมา บริษัทได้รับการติดต่อจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอ้างว่าได้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว รวมถึงข้อมูลภายในบริษัท ข้อมูลสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครองของผู้ป่วย และข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

 

บริษัทเปิดใช้แผนตอบสนองเหตุไซเบอร์และนำที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้าตรวจสอบและควบคุมเหตุการณ์ ต่อมาเอกสารไตรมาสของบริษัทระบุว่าไม่พบหลักฐานว่าการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตยังดำเนินอยู่ และบริษัทเตรียมรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการแจ้งลูกค้าและผู้ป่วย รวมถึงบริการป้องกันการโจรกรรมข้อมูล

 

 

AdaptHealth  Social Engineering เจาะบัญชีผู้รับเหมาภายนอก

AdaptHealth เปิดเผยเหตุที่แตกต่างออกไป โดยผู้โจมตีใช้ Social Engineering จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาภายนอก ก่อนเข้าถึงแอปพลิเคชันบน Cloud ซึ่งรวมถึงระบบจัดการผู้ป่วยภายในและพื้นที่จัดเก็บเอกสาร

 

บริษัทตรวจพบว่ามีข้อมูลถูกนำออกจากระบบ รวมถึงไฟล์รหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินประกัน ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยบางส่วน

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าระบบที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เก็บหมายเลข Social Security และไม่มีข้อมูลบัญชีการเงินหรือบัตรชำระเงินของบุคคลอยู่ในระบบดังกล่าว และ ณ เวลาที่รายงาน เหตุการณ์ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานหรือความสามารถในการให้บริการผู้ป่วย

 

หลังพบเหตุ AdaptHealth ปิดบัญชีที่ถูกเจาะ รีเซ็ตรหัสผ่าน เพิ่มมาตรการควบคุมการเข้าถึง และนำทีม Digital Forensics ภายนอกเข้าตรวจสอบ โดยบริษัทระบุว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้แล้ว

 

 

Baylor Genetics  ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบกว่า 2.8 ล้านราย

สำหรับ หนึ่งในเหตุการณ์ข้อมูลรั่วครั้งใหญ่ของปีเกิดขึ้นกับ Baylor Genetics ห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมในสหรัฐฯ

 

บริษัทตรวจพบกิจกรรมผิดปกติราววันที่ 15 มิถุนายน และการสอบสวนพบว่าบุคคลภายนอกเข้าถึงบางส่วนของเครือข่ายและข้อมูลที่จัดเก็บไว้ระหว่างวันที่ 11–17 มิถุนายน

 

ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ตั้งแต่ชื่อ วันเกิด ข้อมูลการตรวจทางการแพทย์ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ข้อมูลประกันสุขภาพ และในผู้ป่วยส่วนน้อยมากอาจรวมถึงหมายเลข Social Security ขณะที่ข้อมูลของพนักงานบางรายอาจมีข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลทางการเงิน

 

จำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่รายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 2.81 ล้านราย ขณะที่ Baylor Genetics ระบุว่ายังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่อขโมยตัวตน ฉ้อโกง หรือใช้ในทางมิชอบ

 

บริษัทระบุว่าได้รักษาความปลอดภัยระบบที่ได้รับผลกระทบ นำผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity และ Digital Forensics ภายนอกเข้าตรวจสอบ ประสานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานกำกับ เพิ่มระบบเฝ้าระวังและ Access Control ตลอดจนเสริมระบบจัดการตัวตนและสิทธิการเข้าถึง ขณะที่การตรวจพันธุกรรมของห้องปฏิบัติการยังดำเนินได้ตามปกติ

 

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบบางกลุ่ม Baylor Genetics ยังเสนอ Credit Monitoring ฟรี 24 เดือนเพื่อช่วยเฝ้าระวังการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ

 

 

Boston Scientific  กระทบถึงการผลิต-ส่งสินค้า และการเปิดระบบติดตามหัวใจรายใหม่

เหตุการณ์ของ Boston Scientific เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมแสดงให้เห็นอีกด้านของความเสี่ยง เพราะผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ข้อมูล

 

บริษัทระบุว่าเหตุไซเบอร์ทำให้เครือข่ายบางส่วนหยุดทำงาน กระทบระบบธุรกิจ รวมถึง ความสามารถในการผลิต ประมวลผลคำสั่งซื้อ และจัดส่งผลิตภัณฑ์

 

สำหรับอุปกรณ์หัวใจ บริษัทชี้แจงว่าไม่พบผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือการติดตามผู้ป่วยที่เชื่อมต่อระบบ Remote Monitoring อยู่ก่อนเกิดเหตุ แต่ การเปิดใช้งานระบบติดตามทางไกลสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ได้รับผลกระทบ

 

อุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ไม่สามารถเปิดใช้งานเพื่อส่งข้อมูลได้ชั่วคราว ส่วน Implantable Cardiac Monitor ที่เพิ่งฝังใหม่ไม่สามารถจับคู่กับโทรศัพท์ได้ แม้ตัวอุปกรณ์ยังบันทึกเหตุการณ์ไว้และแพทย์สามารถอ่านข้อมูลจากอุปกรณ์โดยตรงได้

 

Boston Scientific ระบุว่าได้ควบคุมภัยคุกคาม เพิ่มมาตรการความปลอดภัย และทำงานร่วมกับ CrowdStrike และผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อสอบสวนและฟื้นระบบ

 

ล่าสุดวันที่ 5 กันยายน บริษัทระบุว่าเครือข่ายจัดจำหน่ายได้รับการฟื้นฟูเป็นส่วนใหญ่ ศูนย์กระจายสินค้าหลักกลับมาประมวลผลและจัดส่งได้ในระดับปกติหรือสูงกว่า และยังไม่พบความเสียหายต่อการทำงานของผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากปัญหาการเปิดใช้งาน LATITUDE Remote Monitoring สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่รายงานไว้ก่อนหน้า

 

 

NovoCure  ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 1,400 รายถูกเปิดเผย แต่อุปกรณ์รักษาไม่ถูกเข้าถึง

ต้นเดือนกันยายน NovoCure บริษัทเทคโนโลยีรักษามะเร็ง เปิดเผยเหตุไซเบอร์ที่เกิดขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยมีข้อมูลภายในของผู้ป่วยในสหรัฐฯ มากกว่า 1,400 ราย ถูกเปิดเผย

 

ข้อมูลส่วนใหญ่ประกอบด้วยรหัสผู้ป่วยภายในและข้อมูลติดต่อทั่วไป ขณะที่ผู้ป่วยไม่ถึง 50 รายในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ มีข้อมูลระบุตัวบุคคลเพิ่มเติมได้รับผลกระทบ

 

NovoCure ระบุว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยไม่ได้ถูกเข้าถึง และระบบทั้งหมดสามารถทำงานได้ตามปกติ พร้อมประเมินในขณะนั้นว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินของบริษัท

 

 

FDA ออกแนวทาง Cybersecurity เครื่องมือแพทย์ฉบับใหม่ปี 2026

เมื่อดูเหตุการณ์ที่บริษัทต่าง ๆ เปิดเผย สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 มีอย่างน้อย 3 ลักษณะ คือ การเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยและข้อมูลสุขภาพ การรบกวนระบบธุรกิจ/การผลิตและจัดส่ง และในบางกรณีผลกระทบต่อกระบวนการให้บริการแก่ผู้ป่วย

 

ในด้านการกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ออก Final Guidance ฉบับปรับปรุงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เรื่อง Cybersecurity in Medical Devices: Quality Management System Considerations and Content of Premarket Submissions

 

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการออกแบบอุปกรณ์ การบริหารความเสี่ยงด้าน Cybersecurity การติดฉลาก และเอกสารด้านความปลอดภัยที่ผู้ผลิตควรยื่นต่อ FDA ก่อนนำอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงด้านไซเบอร์เข้าสู่ตลาด โดยเป้าหมายคือทำให้อุปกรณ์ที่ออกสู่ตลาดมีความสามารถรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้เพียงพอ

 

ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเมื่ออุปกรณ์การแพทย์จำนวนหนึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซอฟต์แวร์ ระบบโรงพยาบาล หรือระบบติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล ขณะที่เหตุการณ์ในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า จุดที่ถูกโจมตีอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมือแพทย์โดยตรง แต่อยู่ในระบบไอที บัญชีผู้ใช้งาน Cloud หรือระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการให้บริการ

 

.....

 

ทั้งนี้  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทเครื่องมือแพทย์หลายแห่งในปี 2026 สอดคล้องกับภาพการโจมตีไซเบอร์ต่อธุรกิจสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลของ Comparitech พบว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีเหตุ Ransomware ในภาคสุขภาพทั่วโลก 410 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 14% จากครึ่งหลังปี 2025

เมื่อแยกเฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาพ พบ 163 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้นเกือบ 35% และในกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2025 

ข่าวล่าสุด

ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย

ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย