posttoday
รัฐบาลอัดฉีด 240.75 ล้าน เร่งเยียวยาประชาชน ชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลอัดฉีด 240.75 ล้าน เร่งเยียวยาประชาชน ชายแดนไทย-กัมพูชา

08 กันยายน 2569

รัฐบาลเพิ่มวงเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชาอีก 240.75 ล้านบาท เร่งช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ตกค้างอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

8 ก.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาอีก 240.75 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 23 กรกฎาคม 2569 ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และตรงตามสิทธิที่พึงได้รับ

 

สำหรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในครั้งนี้ ได้แบ่งให้ 3 หน่วยงานหลักรับผิดชอบการเบิกจ่าย ได้แก่

- กระทรวงกลาโหม: 166.25 ล้านบาท

- กระทรวงมหาดไทย: 65 ล้านบาท

- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: 9.5 ล้านบาท

การเพิ่มวงเงินครั้งนี้เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่เคยอนุมัติกรอบวงเงินเดิมไว้ 577.3 ล้านบาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบช่วงวันที่ 3 สิงหาคม – 25 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าหากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจนวงเงินเดิมไม่เพียงพอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นเรื่องขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มได้

 

ทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะหน่วยงานกลาง ได้รวบรวมข้อมูลจากทั้ง 3 หน่วยงาน พร้อมกำชับให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และวงเงินที่ขอรับการจัดสรรให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันปัญหาการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน

ในส่วนของการพิจารณาสิทธิกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ จะยึดตามหลักเกณฑ์การให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ฉบับปรับปรุง หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงผลการวินิจฉัย เช่น ผู้บาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตในเวลาต่อมา หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องปรับปรุงข้อมูลเพื่อดำเนินการให้ได้รับสิทธิอย่างถูกต้อง

 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเห็นชอบว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่เสนอมีความเหมาะสม ขณะที่สำนักงบประมาณเห็นควรจัดสรรวงเงินดังกล่าวพร้อมเน้นย้ำให้การใช้จ่ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่ขัดข้อง โดยเสนอให้เร่งรัดการจัดสรรและเบิกจ่ายให้ถึงมือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มวงเงินครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันการตกหล่น และให้ทุกคนได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม

ข่าวล่าสุด

ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย

ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย