
เปิดตลาดใหม่! Nestlé ใช้ AI พัฒนาอาหารสำหรับคนใช้ยาลดน้ำหนัก GLP-1
เปิดตลาดใหม่! Nestlé ใช้ AI พัฒนาอาหารสำหรับคนใช้ยาลดนน. GLP-1 หลังการใช้ยาเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ว่า Nestlé บริษัทอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิทยาศาสตร์โภชนาการ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 หลังการใช้ยาเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ
เดิมทีการเติบโตของ GLP-1 ถูกมองเป็น ภัยต่ออุตสาหกรรมอาหาร เพราะยาช่วยลดความอยากอาหารและทำให้ผู้ใช้กินน้อยลง นักลงทุนจึงกังวลว่าความต้องการอาหารสำเร็จรูป ขนม และเครื่องดื่มอาจลดลงในระยะยาว
แต่ Nestlé กำลังกลับมองอีกด้านว่า คนที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วจาก GLP-1 กำลังเกิด ความต้องการทางโภชนาการแบบใหม่ และนั่นอาจกลายเป็นตลาดใหม่ของบริษัทแทน
ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีประชาชนชาวสหรัฐฯ ใช้ยาเหล่านี้ประมาณ 16 ล้านคน และจำนวนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย!
กินน้อยลง แต่ต้องระวังเสียกล้ามเนื้อ
หนึ่งในประเด็นที่ Nestlé สนใจคือ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วไม่ได้ทำให้สูญเสียเฉพาะไขมัน แต่อาจสูญเสีย มวลกล้ามเนื้อ ด้วย
สเตฟาน พาลเซอร์ (Stefan Palzer) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Nestlé ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า บริษัทกำลังศึกษาผลกระทบจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงและศึกษาส่วนผสมของสารอาหารอื่น ที่อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกันยังนำคอลลาเจนโปรตีนมาใช้ในผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ด้านผิว ผม และเล็บระหว่างการลดน้ำหนัก
อีกทั้งยังสนใจตลาด หลังคนหยุดใช้ GLP-1 ด้วย เพราะโจทย์ต่อจากการลดน้ำหนักคือจะทำอย่างไรให้คนรักษาน้ำหนักไว้ได้
ทั้งนี้ Nestlé พัฒนาระบบ AI ภายในเพื่อวิเคราะห์ จำลองพฤติกรรมผู้บริโภค ตรวจจับเทรนด์ และช่วยนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้นหาและวิเคราะห์ฐานข้อมูลสูตรอาหารของบริษัทที่มีอยู่ประมาณ 120,000 สูตร หนึ่งในเครื่องมือคือ Food Genie ซึ่งช่วยคาดการณ์ว่าสูตรอาหารจะให้ผลอย่างไร และค้นหาโอกาสในการปรับสูตรผลิตภัณฑ์
นักโภชนาการตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องซื้อ “อาหารเฉพาะ GLP-1” จริงหรือ?
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการบางรายตั้งข้อสังเกตว่า สารอาหารที่บริษัทกำลังนำเสนอ เช่น โปรตีนหรือสารอาหารที่ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ สามารถได้รับจากอาหารทั่วไปได้เช่นกัน และอาจมีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกทำตลาดเฉพาะสำหรับผู้ใช้ GLP-1
จึงยังมีคำถามว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็น ความจำเป็นทางโภชนาการที่ต้องมีผลิตภัณฑ์เฉพาะจริง ๆ หรือเป็นการสร้างตลาดสินค้าใหม่ขึ้นมารองรับกระแส GLP-1.







