
“พาณิชย์” เผย 7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทยพุ่ง 37% แตะระดับ 2.19 แสนล้านบาท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 7 เดือนปี 2569 ต่างชาติได้รับอนุญาตลงทุนในไทย 736 ราย เงินลงทุนรวม 219,208 ล้านบาท จีนขึ้นแท่นนักลงทุนอันดับ 1 สิงคโปร์–ญี่ปุ่นสร้างเม็ดเงินลงทุนสูง ด้าน EEC รับเงินลงทุน 85,615 ล้านบาท สะท้อนแรงส่งจากอุตสาหกรรมอนาคต Data Center, AI, EV, พลังงานสะอาด และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ BOI ดึงเงินลงทุนถึง 157,328 ล้านบาท
KEY
POINTS
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 7 เดือนปี 2569 ต่างชาติได้รับอนุญาตลงทุนในไทย 736 ราย เงินลงทุนรวม 219,208 ล้านบาท
- จีนขึ้นแท่นนักลงทุนอันดับ 1 สิงคโปร์–ญี่ปุ่นสร้างเม็ดเงินลงทุนสูง ด้าน EEC รับเงินลงทุน 85,615 ล้านบาท
- สะท้อนแรงส่งจากอุตสาหกรรมอนาคต Data Center, AI, EV, พลังงานสะอาดและอิเล็กทรอนิกส์ BOI ดึงเงินลงทุนถึง 157,328 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วง 7 เดือนปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 736 ราย
โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 177 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 559 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 219,208 ล้านบาท
โดยมีจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่
1. จีน 133 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 38,603 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และการออกแบบการวางผังเครื่องจักร และระบบอัตโนมัติให้กับลูกค้า เป็นต้น
- ธุรกิจบริการออกแบบด้านวิศวกรรม ก่อสร้างและติดตั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
- ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล Electric Vehicle Charger เป็นต้น
2. สหรัฐอเมริกา 121 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 6,226 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
- ธุรกิจโฆษณา
- ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Circuit Breaker ระบบควบคุมการปฏิบัติงานด้วยสมองกลเอง เม็ดพลาสติก เป็นต้น
3. สิงคโปร์ 97 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 61,112 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer)
- ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง
- ธุรกิจบริการให้ใช้ช่วงสิทธิแฟรนไชส์ (Franchising) เพื่อประกอบธุรกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อาหารสัตว์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป โลหะรีไซเคิล เป็นต้น
4. ญี่ปุ่น 94 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 45,085 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาและแนะนำทางเทคนิคในการเลือกเครื่องจักรและอุปกรณ์ การวางผังเครื่องจักร การตรวจสอบชิ้นงานและการปรับปรุงกระบวนการผลิต เป็นต้น
- ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เป็นต้น
5. ฮ่องกง 72 ราย คิดเป็น 10% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 14,077 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
- ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องดูดควัน เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 153 ราย (26%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 อนุญาต 736 ราย / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 อนุญาต 583 ราย)
และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 59,748 ล้านบาท (37%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 ลงทุน 219,208 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 ลงทุน 159,460 ล้านบาท)
รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 5,229 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 1,144 คน (22%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 จ้างงาน 5,229 คน / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 จ้างงาน 4,085 คน)
นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 360 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 736 ราย มูลค่าลงทุน 157,328 ล้านบาทสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
ประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค
3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center บริการพัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services
การลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 7 เดือน ปี 2569 (เดือนมกราคม - กรกฎาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 220 ราย คิดเป็น 30% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 44 ราย (25%) (เดือน ม.ค.–ก.ค. 2569 ลงทุน 220 ราย / เดือน ม.ค.–ก.ค. 2568 ลงทุน 176 ราย)
มูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 85,615 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก
*จีน 80 ราย ลงทุน 30,042 ล้านบาท
*ญี่ปุ่น 31 ราย ลงทุน 22,636 ล้านบาท
*ฮ่องกง 26 ราย ลงทุน 4,803 ล้านบาท
และประเทศอื่นๆ 83 ราย ลงทุน 28,134 ล้านบาท
โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ
- ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร
- ธุรกิจการแปรรูปไม้เพื่อใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์
- ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
ทั้งนี้ เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 96 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 26 ราย
และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 70 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 31,594 ล้านบาท
ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก จีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 960 คน
รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องมือ Clean Energy Equipment และองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแม่พิมพ์เครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตรถยนต์ เป็นต้น
ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่
- ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
- ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง
- ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ Switchgear, Electric Vehicle Charger เป็นต้น







