
คลังเร่งเครื่องโซลาร์รูฟท็อป อุดหนุนบ้านละ 5 หมื่น ลดค่าไฟ ชัดเจนใน 1 เดือน
“เอกนิติ” เดินหน้าโครงการโซลาร์รูฟท็อป ช่วยประชาชนลดค่าไฟ รัฐอุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ คาดชัดเจนใน 1 เดือน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า
- รัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนค่าติดตั้งประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- คาดว่ารายละเอียดและหลักเกณฑ์ของโครงการจะมีความชัดเจนภายใน 1 เดือน ก่อนเสนอขอใช้งบประมาณ
ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ยังเป็นภาระของประชาชน และความพยายามลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าจากต่างประเทศ รัฐบาลเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน หวังช่วยลดค่าไฟในระยะยาว พร้อมยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของโครงการภายใน 1 เดือน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้
สำหรับแนวทางเบื้องต้น รัฐบาลเตรียมช่วยลดภาระค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 1-1.5 แสนบาทต่อครัวเรือน โดยให้เงินอุดหนุนแบบให้เปล่าประมาณ 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน พร้อมดึงธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ
กลไกดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระก้อนใหญ่ในการติดตั้ง และสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานที่ผลิตได้ รวมถึงขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับระบบไฟฟ้าได้
“โครงการนี้จะช่วยลดค่าไฟให้ประชาชนได้มาก โดยคาดว่าจะช่วยครัวเรือนได้ประมาณ 5 แสนถึง 1 ล้านครัวเรือน และรัฐบาลต้องการให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน”
ทั้งนี้ เบื้องต้นประเมินว่าครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-4 ปี หลังจากนั้นจะได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงเต็มที่
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยความคืบหน้าการใช้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนงบเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ แม้หลายหน่วยงานจะทยอยส่งรายละเอียดโครงการมายัง สบน. แล้วก็ตาม
โดย สบน. ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะตรวจสอบก่อนว่าโครงการมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงินหรือไม่ ก่อนเสนอให้คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาตามลำดับ คาดว่าภายในเดือนกันยายน 2569 จะเริ่มเห็นความชัดเจนของโครงการที่ผ่านการพิจารณา
"ขณะนี้มีหน่วยงาน เช่น กฟผ. และ กฟภ. ส่งรายละเอียดโครงการเข้ามาแล้ว แต่ สบน. ต้องตรวจสอบก่อนว่าโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงินหรือไม่ หากผ่านหลักเกณฑ์จึงจะเสนอให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาต่อ"
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ย้ำว่า ทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศอย่างแท้จริง







