
ศาลสูงสหรัฐ ไม่ระงับกฎหมายเท็กซัส ให้ยืนยันอายุผู้ใช้แอป หนุนคุ้มครองเด็กออนไลน์
ศาลสูงสหรัฐ ไม่ระงับกฎหมายรัฐเท็กซัสที่บังคับยืนยันอายุผู้ใช้แอปและขอความยินยอมผู้ปกครองสำหรับเยาวชน แม้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโต้แย้งว่ากระทบเสรีภาพในการแสดงออก
ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีคำสั่งไม่ระงับการบังคับใช้กฎหมายของรัฐเท็กซัสที่กำหนดให้ร้านค้าแอปพลิเคชัน (App Store) และผู้พัฒนาแอปต้องตรวจสอบอายุของผู้ใช้อุปกรณ์พกพา รวมถึงกำหนดให้ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนดาวน์โหลดแอปหรือซื้อสินค้าในแอป แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
คณะตุลาการศาลฎีกาปฏิเสธคำร้องของฝ่ายผู้คัดค้านที่ต้องการให้ยกเลิกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้อนุญาตให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ระหว่างการดำเนินคดีเกี่ยวกับประเด็นการละเมิดบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 (First Amendment) ที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก
คดีนี้ถูกยื่นฟ้องโดย Computer & Communications Industry Association (CCIA) ซึ่งเป็นสมาคมผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีที่มีสมาชิกสำคัญ ได้แก่ Apple และ Google ร่วมกับกลุ่มนักศึกษา Students Engaged in Advancing Texas และนักศึกษารายบุคคลอีก 2 คน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
กฎหมายใหม่บังคับผู้เยาว์ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง
กฎหมาย App Store Accountability Act ซึ่งรัฐเท็กซัสประกาศใช้ในปี 2568 และลงนามโดยผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน นายเกร็ก แอ็บบอตต์ กำหนดให้บัญชีผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องเชื่อมโยงกับบัญชีของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย
ก่อนที่เยาวชนจะสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ ร้านค้าแอปจะต้องแจ้งระดับความเหมาะสมของเนื้อหา (Age Rating) ให้ผู้ปกครองรับทราบ และผู้ปกครองต้องให้ความยินยอมก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดหรือทำธุรกรรมภายในแอปได้
กฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของหลายรัฐในสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลกในการเพิ่มมาตรการคุ้มครองเด็กจากความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ รวมถึงลดผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชน
ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียได้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์
ศึกเสรีภาพในการแสดงออกยังไม่สิ้นสุด
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผู้พิพากษาโรเบิร์ต พิตแมน แห่งศาลรัฐบาลกลางในเมืองออสติน มีคำสั่งระงับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเห็นว่ามีแนวโน้มขัดต่อบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1
ผู้พิพากษาเปรียบเทียบว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ต่างจากการบังคับให้ร้านหนังสือทุกแห่งต้องตรวจสอบอายุของลูกค้าทุกคนก่อนเข้าร้าน และหากเป็นผู้เยาว์ก็ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองทั้งก่อนเข้าร้านและก่อนซื้อหนังสือ ซึ่งอาจเป็นการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการแสดงออกเกินสมควร
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ภาคที่ 5 มีคำสั่งระงับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ทำให้กฎหมายสามารถมีผลบังคับใช้ได้ชั่วคราว
ศาลอุทธรณ์ระบุว่า รัฐเท็กซัสมีผลประโยชน์สำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองเด็ก และผู้ปกครองควรได้รับข้อมูลที่เพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรหลาน
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชี้เป็นภาระและกระทบสิทธิประชาชน
ฝ่ายผู้ฟ้องคดีโต้แย้งว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการบังคับให้ผู้ให้บริการร้านค้าแอปทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาบนโลกออนไลน์ของประชาชน ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเข้าถึงข้อมูล
CCIA ระบุในคำร้องต่อศาลว่า ตลอดประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ไม่เคยมีรัฐใดกำหนดให้ประชาชนต้องพิสูจน์อายุก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ เข้าร้านหนังสือ หรือแม้แต่ใช้งานอินเทอร์เน็ต แต่กฎหมายของรัฐเท็กซัสกลับกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันทุกประเภทบนโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง
แม้ศาลฎีกาจะยังไม่ได้วินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่คำสั่งล่าสุดทำให้กฎหมายของรัฐเท็กซัสยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะที่การพิจารณาคดีในประเด็นเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานยังดำเนินต่อไป และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลและการคุ้มครองเด็กในสหรัฐฯ ในอนาคต.







