
"แพทยสภา" เดินหน้าแก้กฎหมาย ปิดช่องโหว่ "ผิดจริยธรรมแต่ชิงลาออก"
แพทยสภาชี้แจงกรณีข้อกฎหมายการดำเนินคดีทางจริยธรรม ยืนยันที่ผ่านมาทำถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย หลังกฤษฎีกาชี้ไม่มีบทบัญญัติเอาผิดผู้ที่ลาออกและคืนใบอนุญาต
พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการทางจริยธรรมต่อผู้ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่า ตลอดกระบวนการที่ผ่านมาแพทยสภาได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน และเมื่อพบประเด็นข้อกฎหมายที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงได้เป็นผู้ส่งเรื่องหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเอง เพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่ายบนหลักนิติธรรม
" คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่า ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้บังคับมากว่า 40 ปี ยังไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจแพทยสภาดำเนินกระบวนการพิจารณาทางจริยธรรมต่อผู้ที่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกและคืนใบอนุญาตแล้ว พร้อมทั้งมีข้อสังเกตว่า หากรัฐเห็นสมควร ควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากผู้ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาในอดีต ซึ่งไม่ใช่รายแรก แต่ทุกรายไม่ได้มีคดีจริยธรรมที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จึงไม่เคยปรากฏข้อกฎหมายในลักษณะดังกล่าวมาก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น แพทยสภาเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น"
ล่าสุด แพทยสภาเตรียมส่งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะนำเสนอตามขั้นตอนสู่ คณะกรรมการแพทยสภา, กระทรวงสาธารณสุข, คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ตามลำดับ โดยเลขาธิการแพทยสภายืนยันว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ทำเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพแพทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ เลขาธิการแพทยสภาได้แนบเอกสารบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีสาระสำคัญดังนี้
(จากเอกสารบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง "การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกแพทยสภา และการดำเนินการทางด้านจริยธรรมแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภา" (เรื่องเสร็จที่ ๕๔๖/๒๕๖๙)
- แพทยสภาได้ทำหนังสือหารือ (เมื่อ เม.ย. 2569) เนื่องจากมีแพทย์รายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาในคดีจริยธรรมเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง จำนวน 24 คดี ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม (เมื่อ 27 ก.พ. 2569) แพทยสภาจึงเกิดข้อถกเถียงและส่งประเด็นหารือ 7 ข้อไปยังกฤษฎีกาว่า จะยังสามารถดำเนินคดีทางจริยธรรมต่อไปจนเสร็จสิ้นได้หรือไม่
- ผลการวินิจฉัยประเด็นที่ 1 (การลาออก) คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกภาพมีผลสมบูรณ์ทันทีนับตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการแพทยสภา (คือวันที่ 27 ก.พ. 2569) ส่วนการนำเรื่องเข้าที่ประชุมแพทยสภาเป็นเพียงขั้นตอนรายงานให้รับทราบและถอนชื่อตามทะเบียนเท่านั้น ไม่ใช่การอนุมัติ
- ผลการวินิจฉัยประเด็นที่ 2 และอื่น ๆ (อำนาจการพิจารณาคดีจริยธรรม) กฤษฎีกาชี้ว่า เมื่อบุคคลนั้นลาออกและคืนใบอนุญาตแล้ว ย่อมสิ้นสุดการเป็นสมาชิกและไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอีกต่อไป ซึ่งภายใต้ พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ปัจจุบัน "ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจแพทยสภาดำเนินกระบวนการพิจารณาทางจริยธรรมต่อไปได้" เนื่องจากการพิจารณาโทษ (เช่น ตักเตือน, ภาคทัณฑ์, พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต) ล้วนส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเท่านั้น หากจะให้มีอำนาจสอบสวนต่อหลังลาออก กฎหมายต้องระบุไว้อย่างชัดแจ้งเหมือนกรณีของข้าราชการพลเรือน
- ข้อสังเกตท้ายบันทึก คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10) มีข้อสังเกตปิดท้ายว่า เพื่อแก้ปัญหากลุ่มแพทย์ที่ใช้วิธีลาออกเพื่อหนีความผิดจริยธรรม รัฐสมควรที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรมฯ เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าวโดยเร็ว
จากข้อสังเกตท้ายบันทึกดังกล่าว จึงนำไปสู่การเดินหน้าแก้กฎหมาย เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว.







