
ดราม่าอกไก่ปั่นสะเทือน "ตลาดโปรตีน 5.3 พันล้าน" อย.เร่งสุ่มตรวจ-จับตาบางยี่ห้อแล้ว!
ดราม่าอกไก่ปั่นสะเทือน "ตลาดโปรตีน 5.3 พันล้าน" อย.เร่งสุ่มตรวจ-จับตาบางผลิตภัณฑ์แล้ว หากพบปริมาณเป็นเท็จ อาจเข้าข่าย "อาหารปลอม"
กระแสตรวจสอบผลิตภัณฑ์ "โปรตีนอกไก่ปั่น" ที่ถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนพบว่าสินค้าบางยี่ห้อมีปริมาณโปรตีนต่ำกว่าที่ระบุบนฉลาก ได้จุดคำถามต่อความน่าเชื่อถือของตลาดอาหารสุขภาพไทย
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมเพิ่มการเฝ้าระวังและสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างด้านโปรตีน พร้อมย้ำว่าหากพบการจงใจแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจเข้าข่ายความผิดฐาน "อาหารปลอม"
วันนี้ ( 24 มิถุนายน 2569 ) อย. ได้จัดประชุมเรื่องมาตรการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์อาหารที่กล่าวอ้างปริมาณโปรตีนบนฉลากและการโฆษณา โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักการตลาด อินฟลูเอนเซอร์ และห้องปฏิบัติการ เข้าร่วมกว่า 400 ราย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการแสดงข้อมูลโภชนาการและแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ผลตรวจผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนหลายรายการในสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่ามีปริมาณโปรตีนไม่ตรงตามที่กล่าวอ้างบนฉลาก ทำให้เกิดความกังวลว่าผู้บริโภคอาจได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ได้มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม อย. ย้ำว่าผลการตรวจที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียยังไม่ถือเป็นผลทางการ เนื่องจากการตรวจวิเคราะห์สารอาหารมีรายละเอียดด้านวิธีการเตรียมตัวอย่าง เครื่องมือ และมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าที่ได้แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและห้องปฏิบัติการ
เลขาธิการฯ อย. ระบุว่า ความคลาดเคลื่อนของปริมาณโปรตีนบนฉลากสามารถเกิดได้จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- คุณภาพวัตถุดิบจากธรรมชาติที่อาจแตกต่างกันในแต่ละล็อตการผลิต
- วิธีการคำนวณและตรวจวิเคราะห์โปรตีนซึ่งอาศัยการคำนวณจากค่าไนโตรเจน
- กรณีผู้ประกอบการจงใจลดต้นทุนหรือใช้วัตถุดิบทดแทนที่มีคุณภาพต่ำกว่า
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย อย. จะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยหากพบความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจะเข้าข่ายความผิดด้านฉลาก กรณีคลาดเคลื่อนไม่เกิน 20% อาจเข้าข่ายอาหารผิดมาตรฐาน ส่วนกรณีพบว่ามีการจงใจแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จหรือมีปริมาณสารอาหารต่ำกว่าที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างมีนัยสำคัญ จะเข้าข่าย "อาหารปลอม" ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงและจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ เลขาธิการ อย. ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่ได้มีการขึ้นบัญชี Black List กับผู้ประกอบการยี่ห้อใด แต่มีรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดอยู่
ขณะเดียวกัน อย. ยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกล่าวอ้างปริมาณโปรตีนบนฉลากอาหาร หลังพบว่าตลาดเครื่องดื่มที่มีการกล่าวอ้างด้านโปรตีนในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 5,302 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเตรียมเพิ่มการเฝ้าระวังและสุ่มตรวจวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างบนฉลาก ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยด้านจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนที่ดำเนินการอยู่แล้ว
อย. ระบุว่า เป้าหมายของมาตรการดังกล่าวไม่เพียงเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และยกระดับความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว ท่ามกลางกระแสความนิยมบริโภคอาหารโปรตีนสูงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน







