
WHO ดันไทยนำร่อง Digital Health Wallet เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยข้ามประเทศ
WHO ดันประเทศไทย " 1 ใน 3 ต้นแบบอาเซียน" เตรียมเดินหน้าพัฒนา Digital Health Wallet เชื่อมข้อมูลสุขภาพข้ามพรมแดน
องค์การอนามัยโลก (WHO) เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพดิจิทัลของภูมิภาค หลังจัดการประชุม Regional Digital Health Wallets (DHW) Thailand Inception Workshop เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อเริ่มต้นความร่วมมือพัฒนาระบบ “Digital Health Wallet” หรือ "กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล" ที่มุ่งให้ประชาชนสามารถถือครองและบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ คือ รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยบริการระหว่างประเทศในอนาคตได้ด้วย!
หรือ ข้อมูลของผู้ป่วยไม่ว่าจะรักษาในประเทศไหนก็สามารถพกพาไปด้วยได้ ใช้ได้ทุกที่บนโลกใบนี้
การประชุมดังกล่าวมี นพ.อัยหลาน หลี่ (Dr Ailan Li) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เข้าร่วมพร้อมกับ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนจากสำนักงานใหญ่ WHO สำนักงาน WHO ประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนโครงการ Regional Digital Health Wallets ในประเทศไทย
WHO ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมด้านระบบสุขภาพดิจิทัลของภูมิภาค และเป็นหนึ่งในประเทศแรกที่เข้าร่วม WHO Global Digital Health Certification Network ซึ่งเป็นเครือข่ายมาตรฐานระดับโลกสำหรับการรับรองและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพดิจิทัลอย่างปลอดภัย
นพ.อัยหลาน หลี่ กล่าวว่า อนาคตของระบบสุขภาพดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความไว้วางใจ มาตรฐานร่วม และธรรมาภิบาลข้อมูลที่เข้มแข็ง เพื่อให้สถาบัน ภาครัฐ และประชาชนร่วมกันขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
WHO ยังเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนา Personal Health Records และ Digital Health Wallet ซึ่งเป็นแนวคิดที่ให้ประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง สามารถเลือกแบ่งปันข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น และรองรับการใช้งานข้อมูลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง แม้เข้ารับการรักษาในหน่วยบริการหรือประเทศที่แตกต่างกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
โครงการ Digital Health Wallets ของ WHO
สำหรับโครงการ Regional Digital Health Wallets เป็นความร่วมมือที่ WHO ผลักดันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันได้ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศนำร่อง ร่วมกับ อินโดนีเซียและ สปป.ลาว
เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แตกต่างกัน และจะสามารถถ่ายทอดบทเรียนไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคได้
ในงานประชุม World Health Assembly เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้บริหาร WHO เน้นว่า Digital Health Wallet ไม่ใช่เพียงที่เก็บข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้ประชาชนเป็น “เจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง" โดยข้อมูลต้องพกพาได้ ตรวจสอบความถูกต้องได้ และใช้ได้ทุกที่ แม้ข้ามประเทศ โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติ นักท่องเที่ยว และผู้ที่รักษาหลายโรงพยาบาลจะได้รับประโยชน์มากที่สุด
WHO ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนประเทศไทยในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลที่ปลอดภัย เป็นธรรม และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ Digital Health Wallet ไม่ใช่แอปพลิเคชันของ WHO แต่เป็นกรอบแนวคิดและมาตรฐาน ที่ WHO สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ พัฒนาระบบของตนเอง โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างโรงพยาบาล หน่วยงาน และแม้แต่ระหว่างประเทศได้อย่างปลอดภัย
Digital Health ของไทยที่ผ่านมาถึงไหนแล้ว?
ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสาธารณสุขดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อาทิ
- ยกระดับ "หมอพร้อม (Mor Prom)" จากแอปพลิเคชันช่วงโควิด-19 สู่แพลตฟอร์มบริการสุขภาพดิจิทัลแบบครบวงจร รองรับการนัดหมาย ตรวจผลตรวจ ใบรับรองวัคซีน และบริการสุขภาพอื่น ๆ
- พัฒนา Personal Health Record (PHR) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของตนเอง เช่น ประวัติการรักษา ผลตรวจ และประวัติการใช้ยา
- ผลักดัน Health ID หรือระบบยืนยันตัวตนด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการและข้อมูลสุขภาพได้อย่างปลอดภัย
- เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยบริการ ผ่านมาตรฐานกลาง เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการรักษา ลดการตรวจซ้ำ และอำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วย
- พัฒนามาตรฐานและธรรมาภิบาลข้อมูลสุขภาพ เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างปลอดภัย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเตรียมความพร้อมสู่การใช้เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลในอนาคต
- เข้าร่วม WHO Global Digital Health Certification Network สะท้อนความพร้อมของไทยในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลตามมาตรฐานสากล และเป็นฐานสำคัญสู่การเข้าร่วมโครงการ Regional Digital Health Wallets ของ WHO
......
การเข้าร่วมโครงการ Regional Digital Health Wallets ขององค์การอนามัยโลก จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัลของไทย หากพิจารณาดูนอกจากเป้าหมายพัฒนาระบบที่ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง และรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่มีมาตรฐานร่วมทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคในอนาคตแล้ว น่าจะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนแนวคิด Medical Hub ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในไทยมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณ
ข้อมูลและภาพจาก World Health Organization Thailand







