posttoday
TISA ไม่ได้มีไว้แค่พยุงหุ้น! "อัสสเดช" เปิดแนวคิดสร้างคนไทยออมเงินระยะยาว

TISA ไม่ได้มีไว้แค่พยุงหุ้น! "อัสสเดช" เปิดแนวคิดสร้างคนไทยออมเงินระยะยาว

18 มิถุนายน 2569

สัมภาษณ์พิเศษ : ตลาดทุนไทยกำลังรอคอยโครงการ TISA ที่ถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ในการดึงเม็ดเงินลงทุนกลับประเทศ ล่าสุดคืบหน้า 80% ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้ำเป้าหมายที่แท้จริงคือการปลูกฝังวินัยการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในระยะยาว

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ: ตลาดทุนไทยกำลังรอคอยโครงการ TISA ที่ถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ดึงเม็ดเงินลงทุนกลับประเทศ ล่าสุดคืบหน้า 80%
  • ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้ำเป้าหมายที่แท้จริงคือการปลูกฝังวินัยการออม
  • และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในระยะยาว 

ลุ้นกันข้ามปี...จากที่เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจังในช่วงปี 2567-2568 สู่ปี 2569 จนถึงวันนี้ "โครงการบัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account หรือ TISA)" ยังไม่คลอดออกมาชัดเจน

นี่คือโครงการที่เป็นหนึ่งในความหวังใหญ่ของตลาดทุนไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ท่ามกลางความคาดหวังของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจตลาดทุนที่อยากเห็นเม็ดเงินออมระยะยาวก้อนใหม่ไหลเข้าสู่ระบบ

ในวันที่ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออก ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน และการแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนจากตลาดต่างประเทศ "โครงการ TISA" จึงถูกมองไม่ต่างจากไพ่ใบสำคัญที่หลายฝ่ายหวังว่าจะช่วยปลุกพลังการออมและฟื้นเสน่ห์ตลาดทุนไทยได้อีกครั้ง

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง, สำนักงาน ก.ล.ต. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้เปิดโต๊ะหารือเพื่อกำหนดทิศทางและออกแบบ "โครงการ TISA" อย่างจริงจัง โดยบรรยากาศการพูดคุยถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าภาครัฐและภาคตลาดทุนกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน

แต่แม้ภาพรวมจะดูใกล้ความจริงมากขึ้น แต่รายละเอียดสำคัญหลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ทำให้การรอคอยของนักลงทุนยังไม่จบลงง่ายๆ

กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณารายละเอียดและออกแบบโครงสร้างโครงการ โดยในระยะถัดไปคาดว่าจะมีการหารือร่วมกับภาคตลาดทุนเพิ่มเติม เพื่อพิจารณารายละเอียดเชิงลึกในประเด็นต่างๆ

คำถามสำคัญยังคงอยู่..."โครงการ TISA" จะกลายเป็น Game Changer ที่ช่วยสร้างวัฒนธรรมการออมระยะยาวให้คนไทย และดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดทุนได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว ความหวังที่ถูกพูดถึงมาตลอดหลายปี จะยังต้องรอคำตอบต่อไปอีกระยะหนึ่ง

TISA ไม่ได้มีไว้แค่พยุงหุ้น! "อัสสเดช" เปิดแนวคิดสร้างคนไทยออมเงินระยะยาว

"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ยอมรับกับ "โพสต์ทูเดย์" ว่า ล่าสุดเท่าที่ได้รับข้อมูลจากทางภาครัฐ "โครงการ TISA" มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 80% ถือว่าใกล้จะได้ข้อสรุป แต่รายละเอียดต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ส่วนกระแสข่าวที่มีการคาดการณ์ว่า "โครงการ TISA" อาจได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในวงเงิน 800,000 บาท ถึง 1 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แม้ว่าวงเงินลดหย่อนภาษีจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยังไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงเห็นว่าควรรอการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากภาครัฐก่อน

"เรื่องวงเงินยังไม่มีความชัดเจนจึงไม่อยากให้มีการสื่อสารที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน"

คลังเปิดรับฟังความเห็นภาคตลาดทุน

สิ่งที่น่าสนใจคือ กระทรวงการคลังเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อให้การออกแบบโครงการตอบโจทย์ผู้ลงทุนและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนในปัจจุบัน

ในช่วงถัดไปคาดว่าจะมีการประชุมกลุ่มย่อยระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน เพื่อรวบรวมข้อเสนอและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมก่อนนำไปสู่การสรุปแนวทางขั้นสุดท้าย

หัวใจสำคัญคือ "การออม" ไม่ใช่แค่ดึงเงินเข้าตลาดหุ้น

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลสำคัญที่ภาคตลาดทุนสนับสนุนให้เกิด "โครงการ TISA" เป้าหมายหลักของโครงการไม่ใช่การดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นโดยตรง แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการออมระยะยาวให้กับคนไทย

การส่งเสริมให้ประชาชนเริ่มออมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศ

"หลักคิดสำคัญคือการสนับสนุนการออมอย่างเหมาะสม เพราะการออมที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวบุคคลและสังคมไทยในระยะยาว"

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบโครงการ คือ การสร้างความยืดหยุ่น (Flexibility) ให้กับผู้ลงทุน เนื่องจากแต่ละช่วงวัยมีเป้าหมายชีวิต ระดับรายได้ และความสามารถในการรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

การเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเองได้ จะช่วยให้การออมระยะยาวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุนอายุน้อยอาจสามารถรับความเสี่ยงได้สูงกว่าจึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงได้มากกว่า ขณะที่ผู้ที่ใกล้เกษียณอาจต้องการลดความเสี่ยงลง ซึ่งระบบควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความต้องการที่แตกต่างกันเหล่านี้

เม็ดเงินเข้าตลาดทุนเป็นเพียงผลพลอยได้

สำหรับมุมมองที่ว่า "โครงการ TISA" จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนไทยจำนวนมากนั้น ถือเป็นผลลัพธ์ทางอ้อมมากกว่าจะเป็นวัตถุประสงค์หลัก ด้วยเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดทุนถือเป็น By-product หรือผลพลอยได้ของโครงการ แต่เหตุผลหลักจริงๆ คือการส่งเสริมการออมระยะยาว

อย่างไรก็ตาม "อัสสเดช" เชื่อว่าตลาดทุนไทยจำเป็นต้องพัฒนาความน่าสนใจของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะผ่านมาตรการภาษีหรือโครงการส่งเสริมการลงทุนรูปแบบใดก็ตาม

"แม้โครงการ TISA จะมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ตนยังไม่ต้องการคาดการณ์รายละเอียดล่วงหน้า เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนในตลาดได้ ดังนั้น สิ่งที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้คือการรอความชัดเจนจากภาครัฐอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งนักลงทุน ผู้ประกอบการ และตลาดทุนโดยรวมมากที่สุด"

TISA ไม่ได้มีไว้แค่พยุงหุ้น! "อัสสเดช" เปิดแนวคิดสร้างคนไทยออมเงินระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ส่องทางรอดเศรษฐกิจไทย ยกระดับทุนมนุษย์รับมือศตวรรษแห่ง AI

ส่องทางรอดเศรษฐกิจไทย ยกระดับทุนมนุษย์รับมือศตวรรษแห่ง AI