
รายงานเผยตลาดร้านยาแตะ 8.1 หมื่นล. ปรับตัวสู่จุดเชื่อมสุขภาพ
ARINCARE ชี้ตลาดร้านยาปี 2025 แตะ 8.1 หมื่นล้าน พลิกสู่จุดเชื่อมสุขภาพ เผยต้นปี 69 ยอดขายรวมหดตัว 11.2% แต่ภาคใต้-ตะวันออกยังโตแกร่ง แนะใช้ดาต้าขับเคลื่อน
ARINCARE เปิดรายงาน Thailand Pharmacy Outlook 2025 ชี้ตลาดร้านยาพุ่ง 8.1 หมื่นล้านบาท พลิกโฉมสู่ Healthcare Access Point รับเทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงรุก เผยต้นปี 69 ยอดขายสาขาเดิมหดตัว 11.2% ตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ภาคใต้-ตะวันออกยังโตแกร่ง สวนทางอีสานดิ่ง 18% ย้ำหมดยุค One Size Fits All ต้องใช้ข้อมูลขับเคลื่อน
พร้อมเปิดอินไซต์ 4 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายในแต่ละพื้นที่ส่งสัญญาณเติบโตเหลื่อมล้ำชัดเจน ย้ำผู้ประกอบการต้องปรับตัวเลิกใช้กลยุทธ์แบบเหมาเข่ง (One Size Fits All) หันมาใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจ
ธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Arincare เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บทบาทของร้านขายยาไทยกำลังขยายตัวอย่างมาก โดยมูลค่าตลาดร้านขายยาปลีกไทยที่สูงถึง 81,000 ล้านบาทนั้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพที่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น โดยมีปัจจัยเร่งจากกฎหมาย Telemedicine ที่เปิดกว้างขึ้น เทรนด์สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ (Super-aged Society) ที่ดันดีมานด์กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
เปิด 3 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
Self-care & สุขภาพเชิงป้องกันมาแรง: แม้กลุ่มยาอันตรายจะครองสัดส่วนใหญ่ แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน ความงาม และ Functional Nutrition เติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 12% มีมูลค่าตลาดรวมราว 11,300 ล้านบาท สะท้อนว่าคนไทยเน้นดูแลสุขภาพเชิงรุกก่อนเจ็บป่วย
ปรากฏการณ์ Value Pragmatism: ภายใต้ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังสูงเกิน 90% ของ GDP ผู้บริโภคเน้น "ความคุ้มค่า" เป็นหลัก ส่งผลให้ยาสามัญ (Generic Drugs) และการจัดชุดสินค้า (Bundling) ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
พฤติกรรมต่างกันสุดขั้วในระดับพื้นที่ (Micro-location): หมดยุคของการใช้กลยุทธ์เดียวตอบโจทย์ทุกสาขา เพราะปัจจุบันพฤติกรรมและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีความต่างกันสูงมากแม้จะอยู่ในภูมิภาคหรือจังหวัดเดียวกัน
ส่องผลงาน 4 เดือนแรกปี 2569: เศรษฐกิจพ่นพิษ ยอดขายเฉลี่ยหดตัว แต่ "ภาคใต้-ตะวันออก" ยังฉลุย
จากฐานข้อมูลธุรกรรมบนเครือข่ายของ Arincare พบว่า ภาพรวมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales) เฉลี่ยทั่วประเทศลดลงประมาณ 11.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความเหลื่อมล้ำและเติบโตแยกตามพื้นที่อย่างชัดเจน:
ภาคใต้: ยอดขายสาขาเดิมเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 16% ได้รับอานิสงส์เต็มที่จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคท่องเที่ยว
ภาคตะวันออก: เติบโต 11% (และเป็นภูมิภาคที่เติบโตสูงสุดในปีที่ผ่านมาที่ 11.12%) ได้แรงหนุนจากการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน): ปรับตัวลดลงถึง 18% สะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและกำลังซื้อในพื้นที่ที่ยังเปราะบาง
ข้อสังเกตสำคัญ: ในบางจังหวัดของภาคใต้ที่การท่องเที่ยวบูม ตลาดสามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น แต่ในพื้นที่ย่อยบางแห่งกลับมียอดขายลดลงมากกว่า 30% สะท้อนชัดเจนว่าผู้ประกอบการต้องเลิกใช้แนวคิด One Size Fits All และหันมาตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่และพฤติกรรมของท้องถิ่นนั้นๆ แทน
Data-Driven: อาวุธลับในการแข่งขันยุคใหม่
ในปัจจุบัน การแข่งขันของธุรกิจร้านขายยาไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าและราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการใช้ข้อมูล (Data) เพื่อบริหารจัดการและตัดสินใจ จากเดิมที่ร้านยาเคยดูแค่ข้อมูลภายในร้าน ปัจจุบันจำเป็นต้องมองเห็นเทรนด์ภาพรวมของอุตสาหกรรม
ด้วยศักยภาพของ ARINCARE ที่มีเครือข่ายร้านขายยาลงทะเบียนกว่า 6,000 แห่ง และเภสัชกรมากกว่า 12,000 คนทั่วประเทศ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย แต่ยังช่วยขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว







