
CP ขายหุ้น TRUE ล็อต 2 อีก 2.7% เดินเกมตามแผนขายไม่เกิน 10% คงถือหุ้นใหญ่
กลุ่ม CP ขายหุ้น TRUE ล็อต 2 ให้ UBS อีก 2.7% เพิ่มเติมจากล็อตแรก 4.7% ให้ UBS-ทุนลดาวัลย์-ศรีพัฒน์ รวม 2 ล็อต ขายไปแล้ว 7.4% เล็งขายอีก 2.59% ตามแผนขายหุ้นไม่เกิน 10% เหลือถือ 19.72% คงสถานะผู้ถือหุ้นใหญ่
KEY
POINTS
- กลุ่ม CP ขายหุ้น TRUE เพิ่มเติมเป็นล็อตที่ 2 ในสัดส่วน 2.7% ให้แก่ UBS AG London Branch
- การขายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะจำหน่ายหุ้น TRUE ทั้งหมดไม่เกิน 10% ซึ่งปัจจุบันขายไปแล้วรวมประมาณ 7.4%
- หลังจากการขายหุ้นครบตามแผน กลุ่ม CP จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน TRUE โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นเหลืออยู่ประมาณ 19.72%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) พบรายงานการจำหน่ายหุ้นของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 จำนวน 2 รายการ ประกอบด้วย
- บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย 405,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.1721% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จากจำนวนหลักทรัพย์ก่อนการจำหน่าย อยู่ที่ 3,122,977,035 หุ้น คิดเป็น 9.0384% ส่งผลให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย อยู่ที่ 2,717,977,035 หุ้น คิดเป็น 7.8663% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
- บริษัท ซีพีเอช เทลโค จำกัด
จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย 530,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.5339% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จากจำนวนหลักทรัพย์ก่อนการจำหน่าย อยู่ที่ 3,694,389,485 หุ้น คิดเป็น 10.6922% ส่งผลให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย อยู่ที่ 3,164,389,485 หุ้น คิดเป็น 9.1583% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ทั้งนี้ จากการทำรายการของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายของกลุ่มรวมเป็น 935,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.706% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จากจำนวนหลักทรัพย์ก่อนการจำหน่ายของกลุ่ม อยู่ที่ 8,642,464,959 หุ้น คิดเป็น 25.0128% ส่งผลให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายของกลุ่ม อยู่ที่ 7,707,464,959 หุ้น คิดเป็น 22.3067% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
เช่นเดียวกับ TRUE แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จํากัด (CPG) และบริษัทในกลุ่มของ CPG ได้จำหน่ายหุ้นของบริษัทเพิ่มเติมในสัดส่วน 2.706% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ให้แก่ UBS AG London Branch (UBS)
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 CPG และบริษัทในกลุ่มของ CPG ได้มีการจำหน่ายหุ้นชุดแรกในสัดส่วน 4.7% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยเป็นการขายหุ้นจำนวน 4.49% ให้แก่ UBS AG London branch (UBS), จำนวน 0.21% ให้แก่บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด และจำนวน 0.01% ให้แก่ บริษัท ศรีพัฒน์ จำกัด
ดังนั้น เมื่อรวมการขายหุ้นของ CPG และบริษัทในกลุ่มของ CPG จำนวน 2 ครั้งดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7.4% สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีกไม่เกิน 2.585% จะทำการขายให้แก่ UBS โดยเร็วที่สุด
การขายหุ้น TRUE ของ CPG และบริษัทในกลุ่มของ CPG ดังกล่าว เป็นไปตามความประสงค์ที่จะจำหน่ายหุ้น TRUE ในจำนวนไม่เกิน 3,455,210,081 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนรวมไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท
ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้นสัดส่วนรวมไม่เกิน 10% CPG และบริษัทในกลุ่มของ CPG จะยังคงถือหุ้น TRUE สัดส่วนประมาณ 19.72% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท และจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในระยะยาวต่อไป
บริษัทคาดว่าการขายหุ้นของ CPG และบริษัทในกลุ่มของ CPG จะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ หรือการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด
โบรกฯ มองหุ้นลงเป็นโอกาสซื้อสะสม เป้า 18 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองเป็นกลางต่อประเด็นนี้และมองว่าถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากข่าวนี้เป็นโอกาสในการซื้อสะสมเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐาน ถ้าดูจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TRUE ในอดีตเวลามีข่าวเกี่ยวกับการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาหุ้นมักจะตอบสนองเชิงลบเพียงระยะสั้นเท่านั้นก่อนที่จะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 18 บาท/หุ้น
เปิดขอ้มูลผู้ถือหุ้นใหญ่ TRUE
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE ณ วันที่ 21 พ.ค.2569 พบว่า
1.บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด จำนวน 8,620,749,150 หุ้น คิดเป็น 24.95%
2.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 4,100,453,519 หุ้น คิดเป็น 11.87%
3.บริษัท ซีพีเอช เทลโค จำกัด จำนวน 3,694,389,485 หุ้น คิดเป็น 10.69%
4.บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด จำนวน 3,122,977,035 หุ้น คิดเป็น 9.04%
5.CHINA MOBILE INTERNATIONAL HOLDINGS LIMITED จำนวน 2,698,330,341 หุ้น คิดเป็น 7.81%
6.TELENOR THAILAND INVESTMENTS PTE. LTD. จำนวน 1,848,628,401 หุ้น คิดเป็น 5.35%
7.UBS AG LONDON BRANCH จำนวน 1,280,858,811 หุ้น คิดเป็น 3.71%
8.กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง จำนวน 847,610,926 หุ้น คิดเป็น 2.45%
9.บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จำนวน 825,973,207 หุ้น คิดเป็น 2.39%
10.SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED จำนวน 685,528,185 หุ้น คิดเป็น 1.98%
11.บริษัท ยูนีค เน็ตเวิร์ค จำกัด จำนวน 455,581,890 หุ้น คิดเป็น 1.32%
12.WORTH ACCESS TRADING LIMITED จำนวน 408,581,864 หุ้น คิดเป็น 1.18%
13.บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 284,848,025 หุ้น คิดเป็น 0.82%
14.STATE STREET EUROPE LIMITED จำนวน 269,404,974 หุ้น คิดเป็น 0.78%
15.บริษัท ไวด์ บรอด คาสท์ จำกัด จำนวน 225,071,130 หุ้น คิดเป็น 0.65%







