
อว.จับมือมหาวิทยาลัยโชว์สุดยอดนวัตกรรมเปลี่ยนอนาคตสังคมไทย69
กระทรวง อว. จับมือมหาวิทยาลัยจัดมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ชูนวัตกรรมเด่นกว่า 1,000 ผลงาน มุ่งตอบโจทย์ความมั่นคง สุขภาพ และเศรษฐกิจยั่งยืนในทุกมิติ
KEY
POINTS
- กระทรวง อว. ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เตรียมจัดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569" เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สาธารณะ
- ภายในงานมีการจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาที่หลากหลาย เช่น หุ่นยนต์เบิกทาง เรดาร์ตรวจจับโดรน เตียงป้องกันแผลกดทับ และการยกระดับผ้าไหมมัดหมี่
- มุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ประกาศความพร้อมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)”
ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 22 – 26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
การจัดงานในปีนี้นับเป็นการก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 (ปีที่ 21) ของการเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่ภาคเศรษฐกิจ ชุมชน และการกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยว่า มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เวทีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า งานวิจัยและนวัตกรรมไม่ได้อยู่เพียงบนหิ้ง แต่สามารถขับเคลื่อนประเทศและสร้างผลกระทบเชิงบวกในทุกมิติ
ในมิตินี้ สถาบันอุดมศึกษาไทยได้แสดงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ:
หุ่นยนต์เบิกทาง (Pathfinder UGV) จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี: หุ่นยนต์ควบคุมระยะไกลที่พัฒนาขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายในการตรวจหาและระบุตำแหน่งวัตถุระเบิดและทุ่นระเบิดที่ยังไม่ได้กู้ภัยในบริเวณชายแดน ยกระดับความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่
ระบบเรดาร์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ: นวัตกรรมเรดาร์ความแม่นยำสูงสำหรับการป้องกันภัยทางอากาศ ทำหน้าที่ตรวจจับ คัดกรอง และสกัดกั้นโดรนหรืออากาศยานไร้คนขับที่รุกล้ำเข้าสู่พื้นที่ห้ามส่งสัญญาณโดยไม่ได้รับอนุญาต
วิทยาศาสตร์การแพทย์และวิศวกรรมศาสตร์ถูกนำมาบูรณาการเพื่อลดการนำเข้าและยกระดับการสาธารณสุขไทย:
เตียงป้องกันแผลกดทับและภูมิแพ้ จาก มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช: ผลงานนวัตกรรมที่ผสานองค์ความรู้ด้านการพยาบาลและวิศวกรรม เพื่อพัฒนาเตียงรักษาผู้ป่วยติดเตียง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
ตำรับยาเม็ดฟู่จากกระท่อมสมุนไพร โดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก: การประยุกต์ใช้ "ตำรับยาประสะกาฬแดง" จากคัมภีร์โบราณมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ "เม็ดฟู่" เพื่อใช้บำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้มีปัญหาจากการดื่มสุรา ถือเป็นทางเลือกใหม่ในวงการสาธารณสุข
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณค่าวัฒนธรรมไทยสู่สากล:
ไหมมัดหมี่-ศาสตร์แห่งศิลป์ (The Thai Silk Synthesis) จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์: การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย ยกระดับผ้าไหมทอมือมัดหมี่ของจังหวัดบุรีรัมย์ให้มีมาตรฐานและอัตลักษณ์ระดับสากล
นวัตกรรมอาหารและเครื่องจักรเกษตรกรรม: การจัดแสดงเครื่องควักไส้และทำความสะอาดปลาทูกึ่งอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุนอุตสาหกรรมประมง, ผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกใหม่, และเส้นหมี่–เฟตตูชินีจากไข่ขาวไร้แป้งด้วยเทคนิคเจลเลชั่น (Gelation) เอาใจผู้บริโภคสายสุขภาพ
ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติชุมชน: การพัฒนาระบบรับรู้และสื่อสารข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสำหรับประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความพร้อมในการเตรียมตัวรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ไฮไลต์สำคัญที่ขาดไม่ได้คือพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ ผ่านเวทีประกวดและนำเสนอผลงานวิจัยของนักศึกษาและเยาวชนทั่วประเทศในรูปแบบ Pitching, Mini Stage และนิทรรศการพิเศษ ควบคู่ไปกับงานประชุมสัมมนาวิชาการมากกว่า 153 หัวข้อ
ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญของโลก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่, การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) เพื่อแนะแนวเส้นทางการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม







