
SET แกว่งแคบ จับตาประชุมเฟดคืนนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%
InnovestX คาด SET แกว่งในกรอบ จับตาประชุมเฟดคืนนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และการลงนามข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างเป็นทางการ ในปลายสัปดาห์นี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GPSC และ OSP
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนจับตาปัจจัยสำคัญในคืนนี้
- ปัจจัยหลักที่ตลาดให้ความสนใจคือผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75%
- นักลงทุนจะติดตามการเปิดเผย Dot Plot ของเฟด เพื่อประเมินทิศทางและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งในกรอบ โดยน่าจะยังเห็นการสลับกลุ่มลงทุนมายังหุ้นที่ Laggard ตลาดยังจับตาการลงนามข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างเป็นทางการ ในปลายสัปดาห์นี้ และผลการประชุม Fed คืนนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% รวมทั้งความเห็นของเควิน วอร์ช ประธาน Fed คนใหม่ และการเปิดเผย dot plot ของเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มดอกเบี้ย ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวช่วงสั้น แต่หากยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ ภาพรวมยังดีอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1,640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่น ๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วงครึ่งหลังปี 2569 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MOU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นชักเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกปี 2569 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่าย ปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดย เปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงาน สะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHΑ ΑΜΑΤΑ) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าเซ็น MOU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
2) Laggard Play tuหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS
3) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดอาจขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนานขึ้น) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC)
4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัมบวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง บริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
OSP ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ขณะที่สภาพอากาศร้อนจาก El Nino และไทยช่วยไทยพลัส หนุนปริมาณการบริโภคในไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะยอดขายในประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 15.90 บาท







