
ไทย-นอร์เวย์ผนึกเครือข่ายธุรกิจ ยกระดับธรรมาภิบาลสู่ระดับสากล
หอการค้าไทย-นอร์เวย์ร่วมสถานทูตฯ จัดเสวนารวมพลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เดินหน้าสร้างเครือข่ายความโปร่งใสและต้านคอร์รัปชันในอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับสู่มาตรฐานสากล
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่เรียกร้องความรับผิดชอบและธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น หอการค้าไทย-นอร์เวย์ (TNCC) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการจัดงานเสวนา “Integrity in Practice Forum: Shaping the Future through Responsible Governance” ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ
งานนี้รวบรวมตัวแทนกว่า 100 คน จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงตัวแทนในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และพลังงาน เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยมุ่งเชื่อมโยงมาตรฐานสากลอย่าง Business Ready (B-READY) ของธนาคารโลก และกรอบการทำงานของ OECD เข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรของไทย
ประเทศนอร์เวย์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดัชนีคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการถ่ายทอดแนวทางความสำเร็จ
อัสตริด เอมีเลีย เฮลเล (H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ได้กล่าวปาฐกถาเปิดงานไว้อย่างน่าสนใจว่า:
"ความร่วมมือระหว่างนอร์เวย์และประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บนรากฐานของความไว้วางใจ ตลอดจนความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างความโปร่งใสและความยั่งยืน เราเชื่อว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลจะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสการเติบโต และสร้างผลประโยชน์ที่เกื้อกูลกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก"
ในเวทีเสวนาช่วงแรก ธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ฉายภาพความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันที่กระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs พร้อมชี้ถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
สอดคล้องกับมุมมองของ กิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย (ACT) ที่เน้นย้ำเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการสร้างกลไกแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพ
ทางด้านตัวแทนผู้นำองค์กรไทย คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่สะท้อนถึงการนำ ESG มาใช้จริงว่า:
"สำหรับบางจากฯ ESG เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ขององค์กร และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจดำเนินงานในทุก ๆ วัน มากกว่าจะเป็นเพียงกรอบในการจัดทำรายงานผลประกอบการ เพราะธรรมาภิบาลที่ดีต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความชัดเจน ความสม่ำเสมอ และความโปร่งใส"
"ขณะเดียวกัน การยึดมั่นในความถูกต้อง (Integrity) ในภาคปฏิบัติ คือการมองให้ไกลกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด และพร้อมลงมือจัดการเชิงรุกทันทีเมื่อพบสัญญาณเตือนหรือความเสี่ยงด้านจริยธรรม"
"ในฐานะผู้นำ เราเองก็ต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติจริง (walk the talk) และช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ให้พนักงานกล้าตั้งคำถาม กล้าสะท้อนความกังวล และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น เพราะหลักการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น การดึงดูดเงินลงทุน และการสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว"
ในมิติของธุรกิจข้ามชาติ อันเดรส สตาฟเนส ฮัลลัน รองประธานฝ่ายวิศวกรรมภูมิภาคเอเชีย บริษัท ไอเบล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอกย้ำถึงความเป็นสากลของประเด็นนี้ว่า:
"ความโปร่งใสไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ทางจริยธรรมอีกต่อไป แต่คือปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพงานของเรา การนำหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักขององค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจโลกยุคปัจจุบัน สำหรับเราสิ่งเหล่านี้คือ ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและส่งมอบงานจากประเทศไทย"
อนาคตแห่งคุณธรรมในห่วงโซ่ธุรกิจและการศึกษา
ช่วงต่อมาได้เจาะลึกถึงการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ ภายใต้หัวข้อ “อนาคตแห่งคุณธรรมและความโปร่งใส” คริสทีน่า แอนวิค ลีช กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจตันไทย จำกัด ได้แบ่งปันแนวทางการฝึกอบรมให้บุคลากรสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางธุรกิจที่คลุมเครือได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ในมุมมองของธุรกิจที่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนอาหารและการเกษตร นันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอกย้ำถึงความพยายามขององค์กรในการเสริมสร้างความซื่อสัตย์และเตรียมความพร้อมผู้นำรุ่นใหม่ให้ตัดสินใจโดยยึดมั่นในจริยธรรม ขณะที่ คุณเจมี่ โอเว่น ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ โรงเรียนบางกอกพัฒนา ได้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบการศึกษาในการส่งทอดค่านิยมเหล่านี้สู่เยาวชน
งานสัมมนาครั้งนี้ปิดท้ายด้วยความเข้มข้นในเวิร์กชอป “การขับเคลื่อนคุณธรรมสู่การปฏิบัติ” โดย คุณภิญญ์ ศิรประภาศิริ ผู้จัดการอาวุโส แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้จำลองสถานการณ์เสี่ยง เช่น การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนและลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง
ในโอกาสครบรอบ 30 ปี หอการค้าไทย-นอร์เวย์ (TNCC) ยังคงยืนหยัดเป็นแกนกลางในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันอย่างแท้จริง







