
10 วิธีคลายร้อนแบบ Low Carbon แถมเหลือเงินในกระเป๋า!
10 วิธีคลายร้อนแบบไม่ใช้ไฟฟ้า แถมลดโลกร้อน แบทำได้ง่ายในชีวิตประจําวัน
รวม 10 วิธีคลายร้อนแบบ Low Carbon ที่ช่วยลดพลังงาน ลดค่าไฟ และลดก๊าซเรือนกระจก
เดือนเมษายนที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในหลายพื้นที่พุ่งสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อนอุณหภูมิ “ความรู้สึกจริง” ที่ร่างกายรับรู้ และอยู่ในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดแตะระดับกว่า 36,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
แม้การเปิดเครื่องปรับอากาศจะช่วยคลายร้อนได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอาจยิ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นในระยะยาว
ดังนั้น การคลายร้อนอย่าง “รู้เท่าทัน” และเลือกใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการดูแลทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
และนี่คือ 10 วิธีคลายร้อนแบบ Low Carbon ที่ทำได้จริง เปลี่ยนบ้านให้เย็นขึ้นแถมยังไม่สร้างก๊าซเรือนกระจก เป็นความเย็นแบบยั่งยืน
1. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
สร้างทางลมให้ไหลเวียนผ่านตัวบ้าน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น จะช่วยลดการสะสมความร้อนภายในบ้าน ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนเปิดแอร์ประมาณ 10–15 นาที
2. ใช้พัดลมร่วมกับแอร์
พัดลมช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้น โดยพัดลมสามารถช่วยกระจายลมเย็นเมื่อใช้ร่วมกับแอร์ที่อุณหภูมิ 26–27 องศาเซลเซียส และช่วยประหยัดพลังงานได้ประมาณ 6–10% ต่อการปรับอุณหภูมิ 1 องศา
3. ปลูกต้นไม้รอบบ้าน
ต้นไม้ช่วยให้ร่มเงาและลดอุณหภูมิบริเวณโดยรอบได้โดยประมาณ 1–3 องศาเซลเซียส ทั้งยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
4. ใช้ม่านหรือฟิล์มกันความร้อน
ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก และช่วยประหยัดพลังงาน
5. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เช่น ผ้าฝ้ายหรือเส้นใยธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดี ลดการพึ่งพาเครื่องทำความเย็น
6. ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
การรักษาสมดุลน้ำในร่างกายเป็นกลไกธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ ลดความเสี่ยงต่อภาวะ “ฮีทสโตรก”
7. ใช้น้ำช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
การเช็ดตัวหรือล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดช่วยลดอุณหภูมิผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว
8. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด
การอยู่กลางแจ้ง ทำให้ร่างกายทำงานหนักเพื่อระบายความร้อน ควรอยู่ในที่ร่มหรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท
9. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดยังคงมีการใช้พลังงานในโหมดสแตนด์บาย แม้ปิดสวิตช์แล้ว การถอดปลั๊กหลังใช้งานจึงช่วยลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
10. ปรับเวลาทำกิจกรรมภายในบ้าน
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น เตารีดหรือเตาอบ ในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น
การใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านกระบวนการผลิตไฟฟ้า หากเราสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ แม้เพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เมื่อรวมกันทั้งประเทศ ก็จะช่วยลดความต้องการใช้พลังงานได้อย่างมหาศาล
การคลายร้อนแบบ Low Carbon จึงไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดค่าไฟในบ้าน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ที่ดีทั้งต่อโลกและดีต่อเราในระยะยาว
#LowCarbon
#DCCE
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
....
แหล่งอ้างอิง
https://www.hfocus.org/content/2026/04/37623
https://www.pea.co.th/news/corporate-news/1743
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1069862
https://www.mea.or.th/electricity/electricity-tariffs/V0OOEaB1N
https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9620000016128
https://www.dede.go.th/uploads/B0231_c0500dd441.pdf
https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9610000032931
https://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/Publication/Publication/Pubication_1/10.pdf
https://www.energy.gov/cmei/femp/measuring-standby-power?utm_source=chatgpt.com







