posttoday
น้ำมันเดือด! โลกเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ หุ้นไทยสะเทือน MSCI จ่อหั่นน้ำหนัก

น้ำมันเดือด! โลกเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ หุ้นไทยสะเทือน MSCI จ่อหั่นน้ำหนัก

12 พฤษภาคม 2569

บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นเมินสงครามลุ้น "ทรัมป์" เยือนจีน เตือน SET เสี่ยงถูกหั่นน้ำหนัก MSCI ชูกลยุทธ์สลับเก็บ 8 หุ้นเปิดเมือง และ 3 หุ้นปันผลสูง

KEY

POINTS

  • บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นเมินสงครามลุ้น "ทรัมป์" เยือนจีน
  • เตือน SET เสี่ยงถูกหั่นน้ำหนัก MSCI
  • พร้อมชูกลยุทธ์สลับเก็บ 8 หุ้นเปิดเมือง และ 3 หุ้นปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนโลกว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงตึงตัวและยืนอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือระดับ 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สาเหตุหลักมาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวด้วยการปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงล่าสุดของอิหร่านทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหยุดชะงัก แรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ได้ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจีนที่ดัชนีเงินเฟ้อภาคการผลิต (PPI) เดือน เม.ย. 2026 เร่งตัวขึ้นแรงสุดในรอบกว่า 4 ปี สู่ระดับ +2.8% YoY (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.8%) 

ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เพิ่มขึ้น +1.2% YoY อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับดู "ชินชา" และมองข้ามความกังวลด้านสงครามและเงินเฟ้อ โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในธีม AI

รวมถึงปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือ การเดินทางเยือนจีนครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 13-15 พ.ค. 2026 ซึ่งทำเนียบขาวได้เชิญผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทขนาดใหญ่ร่วมคณะไปด้วย อาทิ Elon Musk (Tesla), Tim Cook (Apple) และ Kelly Ortberg (Boeing)

เงินเฟ้อไทยส่อแววพุ่งทะลุ 4% - ลุ้นรัฐงัด พ.ร.ก. 4 แสนล้านกู้วิกฤต

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าเงินเฟ้อไทยกำลังเร่งตัวขึ้นตามทิศทางโลก โดยคาดการณ์ว่าหากดัชนี CPI เดือน พ.ค. ขยายตัว 1.0% MoM และทรงตัวในช่วงที่เหลือของปี อาจส่งผลให้เงินเฟ้อไทยพุ่งขึ้นไปยืนอยู่บริเวณ 3.6% - 4.1% (แต่หากไม่ขยายตัวเลยในช่วงที่เหลือของปีจะทรงตัวที่ 2.6% - 2.8%)

ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง คาดว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงทรงตัวอยู่บริเวณ 1.0% เพื่อรองรับความไม่แน่นอน ส่งผลให้เศรษฐกิจต้องฝากความหวังไว้กับนโยบายการคลังเพิ่มเติม

โดยต้องจับตาการใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท, โครงการไทยช่วยไทยพลัส (คาดเข้า ครม. 19 พ.ค. 2026) และกองทุน TFFIF เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในยุควิกฤตพลังงาน

เตือนตลาดหุ้นโลกเสี่ยงพักฐาน - SET ผวาโดนหั่นน้ำหนัก MSCI

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยเตือนว่า ตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) เริ่มเห็นสัญญาณพักฐาน จากเครื่องมือทางเทคนิคที่เข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (RSI Overbought) และเกิดสัญญาณขัดแย้งเชิงลบ (Bearish Divergence) ซึ่งจากสถิติในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา หากเกิดสัญญาณนี้ ตลาดหุ้นโลกมักจะย่อตัวลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า 

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยต้องระมัดระวังแรงกดดันจากการประกาศ Rebalance น้ำหนักดัชนี MSCI ในคืนนี้ (12 พ.ค.) โดยดัชนี SET มีโอกาสถูกลดน้ำหนักการลงทุน เนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ (+38%), ไต้หวัน (+30%) และจีน (+5%) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้มีสัดส่วนรวมกันสูงถึง 66% ของดัชนี MSCI Emerging Market

บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เดิมคือ "ขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง" และให้หันมาทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเปิดเมือง (Re-opening) ที่ราคาชะลอการลงและเตรียมฟื้นตัว ได้แก่ BDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL และ CBG รวมถึงหุ้นปันผลสูง ได้แก่ KTB, BBL และ KBANK โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ BBL, COM7 และ BDMS

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม

ฝ่ายวิจัยชี้ว่า PHOTONICS คือ Mega Trend ถัดไปของ AI เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้ามาสู่การใช้ "แสง" เพื่อส่งข้อมูลใน Data Center ซึ่งจะช่วยทะลุขีดจำกัดด้านแบนด์วิดท์และประหยัดพลังงาน

แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ LUMENTUM (LITE US) ที่เตรียมถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี NASDAQ-100 ในวันที่ 18 พ.ค. 2026 นี้ รวมถึง COHERENT (COHR US), SUMITOMO ELECTRIC (5802 JP) และ ZHONGJI INNOLIGHT (DR: ZJINNO80))

ข่าวล่าสุด

ซัมมิตปักกิ่ง 2026: เมื่อทรัมป์ต้องง้อสี จิ้นผิง ในวันที่สหรัฐฯ ถูกจีนถือไพ่เหนือกว่า

ซัมมิตปักกิ่ง 2026: เมื่อทรัมป์ต้องง้อสี จิ้นผิง ในวันที่สหรัฐฯ ถูกจีนถือไพ่เหนือกว่า