
เบิกง่ายเหมือนทำฟัน! สหรัฐฯ ชง "รักษาภาวะมีบุตรยาก" เป็นสวัสดิการพื้นฐาน
สหรัฐฯ เสนอกฎหมายใหม่ ยกระดับ “สวัสดิการรักษาภาวะมีบุตรยาก” ช่วยลูกจ้างลดภาระค่าทำเด็กหลอดแก้ว เบิกง่ายเทียบเท่าทำฟัน-ตัดแว่น
กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ร่วมกันแถลงข้อเสนอกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อกำหนดหมวดหมู่ สวัสดิการรักษาภาวะมีบุตรยาก ให้เป็นสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์หรือความคุ้มครองประกันภัยที่ได้รับการ "ยกเว้น" จากข้อกำหนดบางประการของกฎหมายคุ้มครองผู้ป่วย (Limited Excepted Benefits) โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับเดียวกับสวัสดิการด้านทันตกรรมและสายตา
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกให้สวัสดิการที่นายจ้างเป็นผู้สนับสนุน ไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับบางประการของกฎหมายประกันสุขภาพ (Affordable Care Act - ACA) รวมถึงกฎหมายคุ้มครองสุขภาพระดับรัฐบาลกลางฉบับอื่นๆ
ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมาย และเอื้อให้นายจ้างสามารถจัดสรรสวัสดิการด้านสุขภาพให้แก่พนักงานได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ส่องรายละเอียดงบสวัสดิการและการเข้าถึงสิทธิการทำเด็กหลอดแก้ว
ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ สวัสดิการรักษาภาวะมีบุตรยาก จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ดังนี้
- เพดานผลประโยชน์สูงสุด: กำหนดวงเงินช่วยเหลือตลอดชีพ (Lifetime benefit cap) ไว้ที่ 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.4 ล้านบาท)
- ความโปร่งใส: นายจ้างต้องแจ้งรายละเอียดและเงื่อนไขของสวัสดิการให้พนักงานทราบอย่างชัดเจน
- เป้าหมายหลัก: แม้จะไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% แต่รัฐบาลต้องการกระตุ้นให้นายจ้างเพิ่มทางเลือกสวัสดิการ เพื่อช่วยให้ลูกจ้างสามารถทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF ได้โดยมีภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลง
การผลักดันกฎหมายครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการปกป้องสิทธิการเข้าถึงการทำ IVF และมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวของประชาชนที่ต้องจ่ายผ่านแผนประกันสุขภาพ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของพรรครีพับลิกันและกลุ่ม "Make America Healthy Again" (MAHA) ต่อวิกฤตอัตราการเกิดในสหรัฐฯ ที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างสมดุลในพื้นที่ทางการเมืองในช่วงที่หลายรัฐยังคงมีการจำกัดสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์
การกำหนดเกณฑ์ใหม่สำหรับ สวัสดิการรักษาภาวะมีบุตรยาก ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการใช้กลไกของ กฎหมายประกันสุขภาพ และสวัสดิการนายจ้าง เพื่อส่งเสริมการสร้างครอบครัวและคุ้มครอง สิทธิการเข้าถึงการทำ IVF ให้มีความยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต







