posttoday
จาก "ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์" สู่ "เครื่องมือแพทย์" ด่านหินวัดใจ! อุตสาหกรรมไทยไปต่อ

จาก "ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์" สู่ "เครื่องมือแพทย์" ด่านหินวัดใจ! อุตสาหกรรมไทยไปต่อ

05 พฤษภาคม 2569

จาก "ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์" สู่ "เครื่องมือแพทย์" ด่านหินวัดใจ! อุตสาหกรรมไทยไปต่อได้หรือไม่? ทุกภาคส่วนต้องสนับสนุน

ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปกว่า 130 ประเทศทั่วโลก คนไทยผลิต Hard Disk Drive ส่งออกมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นของโลก ความภูมิใจเหล่านี้สร้างจากเหงื่อและความเชี่ยวชาญของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยนับร้อยนับพันของประเทศไทย ... ที่วันนี้ ตัวแทน Thai Subcon หรือ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ยอมรับว่า

 

"ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลง"

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพูดเรื่องนี้

แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ท้าทายประเทศ

ว่าจะไปต่ออย่างไร?

 

รมว.คลังเคยพูดบนเวทีสัมนาหลายต่อหลายครั้ง เกี่ยวกับการทรานสฟอร์ม จากอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า New S-curve และหนึ่งในนั้นคือ “อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านเทคโนโลยี และสังคมสูงวัย ที่มีความต้องการมากขึ้น!

 

ทำไมต้อง "เครื่องมือแพทย์?

 

ตลาดเครื่องมือแพทย์เติบโตขั้นไหน?

 

ข้อมูลจาก Market Data Forecast และ Statista ที่ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ อ้างอิงในงานเปิดตัว WHX Bangkok & Medtec Southeast Asia 2026   ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ว่า

ตลาดเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงถึง 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวเกือบสองเท่าภายในทศวรรษหน้า

 

สำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ คาดว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 7.31 ต่อปี และจะมีมูลค่าสูงถึง 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572  ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้หลายคนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มมองไปยังทิศทางใหม่อย่างจริงจัง

 

ประเทศไทยไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในเวทีนี้ ปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกในฐานะผู้ส่งออกเครื่องมือแพทย์ มีตลาดในประเทศมูลค่ากว่า 2.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567

 

นั่นคือที่มาของการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 520 บริษัท ส่วนใหญ่มีรากเหง้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ กำลังผลักดันให้ สมาชิกเพิ่ม "ขาที่สอง" ในกลุ่ม Healthcare ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 57 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 82 แห่งให้ได้

 

กระนั้น ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ปัจจุบันของไทย อยู่ตรงจุดไหนแล้วของการเดินบนเส้นทางนี้?

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคม Thai Subcon กล่าวในประเด็นสำคัญนี้ว่า “เราจะเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไปสู่เครื่องมือแพทย์ได้อย่างไร?”


อันดับแรกเลย คือ ความมุ่งมั่นที่แน่นอนของผู้บริหาร ต้องมาก่อน นายชนินทร์กล่าวว่าถ้าอยากทำแต่ไม่เอาจริงเอาจังไม่ได้ ต้องมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่เพิ่มคุณภาพมาตรฐาน

 

“ จากเดิมที่เราใช้ ISO 16949 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เปลี่ยนไปสู่มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าชิ้นส่วนของเรามีคุณภาพนำไปใช้กับคนไข้ได้"

 

นอกจากนี้ คือการใช้ความสามารถเดิมที่มี ..

 

“ เราเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความเที่ยงตรงสูงอยู่แล้ว ก็แค่ไปผลิตให้เครื่องมือแพทย์ แต่อาจจะต้องระมัดระวังและปรับระบบการตรวจสอบติดตามให้ตรงกับวงการแพทย์ เริ่มจากง่ายๆ คือเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนก่อน เราคงไม่คาดหวังว่าจะผลิตเครื่อง CT Scan ได้ในเร็วๆ นี้ (แม้อนาคตจะเป็นไปได้) แต่เราเริ่มจากการทำชิ้นส่วนให้เครื่อง CT Scan, MRI หรือทำอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น เตียงคนไข้ ที่ทุกวันนี้ยังนำเข้าอยู่เยอะมาก เราก็หันมาทำทดแทนการนำเข้า เพื่อเป็นโอกาสก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ”

 

ทั้งนี้ นายชนินทร์กล่าวว่า แม้จะเป็นแค่ขั้นแรก แต่ก็มีความคาดหวังที่จะส่งออกในระดับสากลได้หากรัฐสนับสนุน

 

เราอย่ากลัวที่จะฝันครับ เราต้องทำเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกในระดับสากล การผลิตเพื่อบุคลากรทางการแพทย์นั้นมีความต้องการที่ชัดเจนกว่ากลุ่มผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปด้วยซ้ำ ถ้าภาครัฐซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ให้โอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เราก็จะเติบโตไปได้”

 

ทั้งนี้ นายชนินทร์มองว่า ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งหมายความว่า ผู้สูงอายุเยอะขึ้น ต้องมีอุปกรณ์มาช่วยในการดำรงชีวิต  และในเมื่อคนดูแลและบุคลากรทางการแพทย์มีสัดส่วนน้อยลง โรงพยาบาลจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรง เช่น อุปกรณ์ช่วยพยุงเคลื่อนย้ายคนไข้จากเตียงสู่วีลแชร์ หรืออุปกรณ์ทำกายภาพบำบัด สิ่งเหล่านี้คือโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่เคยอยู่ในแวดวงยานยนต์

 

 

การวิจัย พัฒนา (R&D) และการสร้างเครือข่าย


นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ยังเน้นว่าการจะเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์  ต้องแสวงหาการสร้างนวัตกรรม หรือการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้รู้ว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องการลักษณะชิ้นส่วนแบบไหน

ที่สำคัญคือ “เครือข่าย” โดยต้องสร้างเครือข่าวยกับโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาล เพื่อมีความรู้ว่าควรจะพัฒนาสินค้าอย่างไร

 

"ที่ผ่านมา สมาชิกของเราเริ่มมีการทำ R&D แล้ว เช่น บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ ที่เคยทำยางชิ้นส่วนยานยนต์ วันนี้ก็มาทำยางซิลิโคนเสริมดั้งจมูก

หรือในช่วงโควิดที่ผ่านมา หลายบริษัทในสมาคมร่วมกันพัฒนาชุดหน้ากากกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) บริจาคให้โรงพยาบาล แต่ที่น่าเสียดายคือตอนนั้นยังไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์มารองรับเพื่อจดทะเบียนได้ เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมา

ซึ่งเรื่องนี้เราก็ต้องไปคุยกับภาครัฐว่า เมื่อเป็นนวัตกรรมใหม่ มันควรเป็นโอกาสที่เราจะผลักดันให้ส่งออกได้ ไม่ใช่บอกแค่ว่าไม่มีมาตรฐานรับรองแล้วก็ไปต่อไม่ได้ เราจึงต้องร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ชิป กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง"

 

นายชนินทร์ ย้ำว่า หลายสิ่งหลายอย่างประเทศไทยสามารถพัฒนาทดแทนการนำเข้าได้ เช่น เตียงทำฟัน หรือในกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นคือ มีการการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอย่าง สถาบันพลาสติก พัฒนาถุงเก็บสิ่งขับถ่ายจากหน้าท้องสำเร็จ  ซึ่งเมื่อเทียบกับของนำเข้าแล้วราคาต่างกัน "ลิบลับ" 

 

" อุดหนุนอุตสาหกรรมในประเทศและยังช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มาก"

 

ท้ายสุดนี้ หาก SME มีความกังวลเรื่องงบวิจัยและพัฒนา นายชนินทร์มองว่า ปัจจุบันสามารถไปร่วมมือกับสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่มีเครื่องมือและองค์ความรู้พร้อมอยู่แล้ว เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ก่อนนำไปสู่การผลิตแบบ Mass Production สิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้

 

..

 

ทั้งนี้   งาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026 เป็นงานแสดงสินค้านานาชาติ ด้านเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ และบริการสุขภาพ และ Medtec Southeast Asia 2026 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีชั้นนำด้านการออกแบบและผลิตเครื่องมือแพทย์ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569

ภายในงานจะได้พบกับนวัตกรรมใหม่จากผู้ร่วมแสดงสินค้ามากกว่า 950 ราย จากกว่า 35 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร

โดยเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปีนี้ ได้แก่ ระบบ AI ทางการแพทย์วิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ real-time บนอุปกรณ์มือถือ เทคโนโลยี Liquid Biopsy ตรวจมะเร็ง 21 ชนิดจากเลือดเพียงหลอดเดียว ระบบ AI วินิจฉัยการดื้อยาของเชื้อในผู้ป่วย Sepsis พร้อมให้ผลภายใน 1 ชั่วโมง

พร้อมชุดตรวจโรค Alzheimer จากตัวอย่างเลือด และนวัตกรรมด้านการผลิตจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ เทคโนโลยีระบบผลิตอุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติ นวัตกรรมเครื่องจักรผลิตชิ้นส่วนฝังในร่างกาย และเครื่องบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน GMP

โดยการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญของหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิตินโยบายสาธารณสุข การกำกับดูแล การวิจัยและพัฒนา และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และสมาคมแผงวงจรแห่งประเทศไทย

เพื่อที่จะยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์อาเซียน  อันเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนพร้อมขับเคลื่อนไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

ครม. อนุมัติ ออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน

ครม. อนุมัติ ออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน