
จาก "ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์" สู่ "เครื่องมือแพทย์" ด่านหินวัดใจ! อุตสาหกรรมไทยไปต่อ
จาก "ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์" สู่ "เครื่องมือแพทย์" ด่านหินวัดใจ! อุตสาหกรรมไทยไปต่อได้หรือไม่? ทุกภาคส่วนต้องสนับสนุน
ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปกว่า 130 ประเทศทั่วโลก คนไทยผลิต Hard Disk Drive ส่งออกมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นของโลก ความภูมิใจเหล่านี้สร้างจากเหงื่อและความเชี่ยวชาญของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยนับร้อยนับพันของประเทศไทย ... ที่วันนี้ ตัวแทน Thai Subcon หรือ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ยอมรับว่า
"ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลง"
ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพูดเรื่องนี้
แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ท้าทายประเทศ
ว่าจะไปต่ออย่างไร?
รมว.คลังเคยพูดบนเวทีสัมนาหลายต่อหลายครั้ง เกี่ยวกับการทรานสฟอร์ม จากอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า New S-curve และหนึ่งในนั้นคือ “อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านเทคโนโลยี และสังคมสูงวัย ที่มีความต้องการมากขึ้น!
ทำไมต้อง "เครื่องมือแพทย์?
ตลาดเครื่องมือแพทย์เติบโตขั้นไหน?
ข้อมูลจาก Market Data Forecast และ Statista ที่ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ อ้างอิงในงานเปิดตัว WHX Bangkok & Medtec Southeast Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ว่า
ตลาดเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงถึง 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวเกือบสองเท่าภายในทศวรรษหน้า
สำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ คาดว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 7.31 ต่อปี และจะมีมูลค่าสูงถึง 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้หลายคนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มมองไปยังทิศทางใหม่อย่างจริงจัง
ประเทศไทยไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในเวทีนี้ ปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกในฐานะผู้ส่งออกเครื่องมือแพทย์ มีตลาดในประเทศมูลค่ากว่า 2.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567
นั่นคือที่มาของการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 520 บริษัท ส่วนใหญ่มีรากเหง้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ กำลังผลักดันให้ สมาชิกเพิ่ม "ขาที่สอง" ในกลุ่ม Healthcare ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 57 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 82 แห่งให้ได้
กระนั้น ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ปัจจุบันของไทย อยู่ตรงจุดไหนแล้วของการเดินบนเส้นทางนี้?
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคม Thai Subcon กล่าวในประเด็นสำคัญนี้ว่า “เราจะเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไปสู่เครื่องมือแพทย์ได้อย่างไร?”
อันดับแรกเลย คือ ความมุ่งมั่นที่แน่นอนของผู้บริหาร ต้องมาก่อน นายชนินทร์กล่าวว่าถ้าอยากทำแต่ไม่เอาจริงเอาจังไม่ได้ ต้องมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่เพิ่มคุณภาพมาตรฐาน
“ จากเดิมที่เราใช้ ISO 16949 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เปลี่ยนไปสู่มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าชิ้นส่วนของเรามีคุณภาพนำไปใช้กับคนไข้ได้"
นอกจากนี้ คือการใช้ความสามารถเดิมที่มี ..
“ เราเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความเที่ยงตรงสูงอยู่แล้ว ก็แค่ไปผลิตให้เครื่องมือแพทย์ แต่อาจจะต้องระมัดระวังและปรับระบบการตรวจสอบติดตามให้ตรงกับวงการแพทย์ เริ่มจากง่ายๆ คือเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนก่อน เราคงไม่คาดหวังว่าจะผลิตเครื่อง CT Scan ได้ในเร็วๆ นี้ (แม้อนาคตจะเป็นไปได้) แต่เราเริ่มจากการทำชิ้นส่วนให้เครื่อง CT Scan, MRI หรือทำอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น เตียงคนไข้ ที่ทุกวันนี้ยังนำเข้าอยู่เยอะมาก เราก็หันมาทำทดแทนการนำเข้า เพื่อเป็นโอกาสก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ”
ทั้งนี้ นายชนินทร์กล่าวว่า แม้จะเป็นแค่ขั้นแรก แต่ก็มีความคาดหวังที่จะส่งออกในระดับสากลได้หากรัฐสนับสนุน
“ เราอย่ากลัวที่จะฝันครับ เราต้องทำเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกในระดับสากล การผลิตเพื่อบุคลากรทางการแพทย์นั้นมีความต้องการที่ชัดเจนกว่ากลุ่มผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปด้วยซ้ำ ถ้าภาครัฐซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ให้โอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เราก็จะเติบโตไปได้”
ทั้งนี้ นายชนินทร์มองว่า ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งหมายความว่า ผู้สูงอายุเยอะขึ้น ต้องมีอุปกรณ์มาช่วยในการดำรงชีวิต และในเมื่อคนดูแลและบุคลากรทางการแพทย์มีสัดส่วนน้อยลง โรงพยาบาลจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรง เช่น อุปกรณ์ช่วยพยุงเคลื่อนย้ายคนไข้จากเตียงสู่วีลแชร์ หรืออุปกรณ์ทำกายภาพบำบัด สิ่งเหล่านี้คือโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่เคยอยู่ในแวดวงยานยนต์
การวิจัย พัฒนา (R&D) และการสร้างเครือข่าย
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ยังเน้นว่าการจะเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ต้องแสวงหาการสร้างนวัตกรรม หรือการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้รู้ว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องการลักษณะชิ้นส่วนแบบไหน
ที่สำคัญคือ “เครือข่าย” โดยต้องสร้างเครือข่าวยกับโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาล เพื่อมีความรู้ว่าควรจะพัฒนาสินค้าอย่างไร
"ที่ผ่านมา สมาชิกของเราเริ่มมีการทำ R&D แล้ว เช่น บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ ที่เคยทำยางชิ้นส่วนยานยนต์ วันนี้ก็มาทำยางซิลิโคนเสริมดั้งจมูก
หรือในช่วงโควิดที่ผ่านมา หลายบริษัทในสมาคมร่วมกันพัฒนาชุดหน้ากากกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) บริจาคให้โรงพยาบาล แต่ที่น่าเสียดายคือตอนนั้นยังไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์มารองรับเพื่อจดทะเบียนได้ เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมา
ซึ่งเรื่องนี้เราก็ต้องไปคุยกับภาครัฐว่า เมื่อเป็นนวัตกรรมใหม่ มันควรเป็นโอกาสที่เราจะผลักดันให้ส่งออกได้ ไม่ใช่บอกแค่ว่าไม่มีมาตรฐานรับรองแล้วก็ไปต่อไม่ได้ เราจึงต้องร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ชิป กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง"
นายชนินทร์ ย้ำว่า หลายสิ่งหลายอย่างประเทศไทยสามารถพัฒนาทดแทนการนำเข้าได้ เช่น เตียงทำฟัน หรือในกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นคือ มีการการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอย่าง สถาบันพลาสติก พัฒนาถุงเก็บสิ่งขับถ่ายจากหน้าท้องสำเร็จ ซึ่งเมื่อเทียบกับของนำเข้าแล้วราคาต่างกัน "ลิบลับ"
" อุดหนุนอุตสาหกรรมในประเทศและยังช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มาก"
ท้ายสุดนี้ หาก SME มีความกังวลเรื่องงบวิจัยและพัฒนา นายชนินทร์มองว่า ปัจจุบันสามารถไปร่วมมือกับสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่มีเครื่องมือและองค์ความรู้พร้อมอยู่แล้ว เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ก่อนนำไปสู่การผลิตแบบ Mass Production สิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้
..
ทั้งนี้ งาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026 เป็นงานแสดงสินค้านานาชาติ ด้านเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ และบริการสุขภาพ และ Medtec Southeast Asia 2026 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีชั้นนำด้านการออกแบบและผลิตเครื่องมือแพทย์ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569
ภายในงานจะได้พบกับนวัตกรรมใหม่จากผู้ร่วมแสดงสินค้ามากกว่า 950 ราย จากกว่า 35 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร
โดยเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปีนี้ ได้แก่ ระบบ AI ทางการแพทย์วิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ real-time บนอุปกรณ์มือถือ เทคโนโลยี Liquid Biopsy ตรวจมะเร็ง 21 ชนิดจากเลือดเพียงหลอดเดียว ระบบ AI วินิจฉัยการดื้อยาของเชื้อในผู้ป่วย Sepsis พร้อมให้ผลภายใน 1 ชั่วโมง
พร้อมชุดตรวจโรค Alzheimer จากตัวอย่างเลือด และนวัตกรรมด้านการผลิตจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ เทคโนโลยีระบบผลิตอุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติ นวัตกรรมเครื่องจักรผลิตชิ้นส่วนฝังในร่างกาย และเครื่องบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน GMP
โดยการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญของหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิตินโยบายสาธารณสุข การกำกับดูแล การวิจัยและพัฒนา และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และสมาคมแผงวงจรแห่งประเทศไทย
เพื่อที่จะยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์อาเซียน อันเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนพร้อมขับเคลื่อนไปพร้อมกัน







