posttoday
วิจัยชี้ผู้ใช้แห่โหลดแอป AI เพราะอยากเจเนอเรตภาพมากกว่าถามตอบ

วิจัยชี้ผู้ใช้แห่โหลดแอป AI เพราะอยากเจเนอเรตภาพมากกว่าถามตอบ

05 พฤษภาคม 2569

ฟีเจอร์ AI สร้างภาพกระตุ้นยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันพุ่งกว่าเดิม 6.5 เท่า ChatGPT โกยรายได้อื้อซ่า ขณะที่ Gemini ยอดโหลดพุ่งแต่รายได้ยังตามหลัง

รายงานล่าสุดจาก Appfigures ผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกด้านแอปพลิเคชัน เผยให้เห็นว่า การเปิดตัวโมเดล AI สำหรับสร้างภาพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตของแอปพลิเคชัน AI บนสมาร์ตโฟน โดยช่วยเพิ่มยอดดาวน์โหลดได้มากกว่าการอัปเดตโมเดลภาษาแบบเดิมถึง 6.5 เท่า

 

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพฤติกรรมผู้ใช้งาน ซึ่งเดิมทีมักให้ความสนใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเมื่อมีการเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ หรือฟีเจอร์ใหม่สำหรับการสั่งงานด้วยเสียง 

 

ข้อมูลระบุว่า แอปพลิเคชันรายใหญ่อย่าง ChatGPT และ Gemini ต่างมียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงขึ้นหลายสิบล้านครั้งทันทีหลังเปิดตัวฟีเจอร์สร้างภาพของตนเอง

 

กรณีของ Gemini จาก Google การเปิดตัวโมเดลสร้างภาพ "Nano Banana" (ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini 2.5 Flash) เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา สามารถดึงดูดผู้ใช้งานใหม่จนเกิดการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่า 22 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 28 วัน หรือคิดเป็นการเติบโตสูงถึง 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

 

ขณะเดียวกัน ChatGPT กวาดยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นกว่า 12 ล้านครั้งในช่วง 28 วันแรกหลังเปิดตัวโมเดลภาพ GPT-4o เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่ง Appfigures ชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าช่วงที่มีการปล่อยอัปเดตโมเดลแบบปกติอย่าง GPT-4o, GPT-4.5 และ GPT-5 ถึง 4.5 เท่า

วิจัยชี้ผู้ใช้แห่โหลดแอป AI เพราะอยากเจเนอเรตภาพมากกว่าถามตอบ

แนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นกับการเปิดตัวโมเดลจากค่ายอื่นๆ แม้จะอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าก็ตาม เช่น Meta AI ที่เปิดตัวฟีเจอร์ฟีดวิดีโอ AI ในชื่อ "Vibes" ไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2025 ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดดาวน์โหลดได้ราว 2.6 ล้านครั้งใน 28 วัน (แม้ในทางเทคนิค Vibes จะเป็นโมเดลวิดีโอ แต่แกนหลักคือการนำเสนอเนื้อหาภาพที่ดึงดูดใจมากกว่าแค่ตัวอักษร)

 

อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า ยอดดาวน์โหลดที่เติบโตขึ้นไม่ได้แปรผันตรงกับรายได้ของแอปพลิเคชันเสมอไป โมเดลสร้างภาพรุ่นใหม่เป็นเพียงแรงจูงใจให้ผู้บริโภคติดตั้งแอปเพื่อทดลองใช้งานฟีเจอร์ที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้กลุ่มนี้จะตัดสินใจจ่ายเงินสมัครสมาชิก

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีของ "Nano Banana" แม้จะสร้างยอดดาวน์โหลดได้ถล่มทลายกว่าช่วงที่ ChatGPT เปิดตัวโมเดลภาพ 4o ทว่า Appfigures ประเมินว่า Nano Banana สามารถทำรายได้รวมจากผู้บริโภคไปเพียง 181,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.2 ล้านบาท) ในช่วง 28 วันแรก 

 

สอดคล้องกับการเปิดตัว Vibes ของ Meta AI ที่ดึงยอดดาวน์โหลดได้สำเร็จ แต่กลับไม่สามารถสร้างรายได้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรม

 

ในบรรดาผู้ให้บริการหลักทั้งสามราย มีเพียง ChatGPT ที่สามารถเปลี่ยนความสนใจของผู้ใช้งานให้กลายเป็นเม็ดเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย Appfigures ระบุว่าโมเดลสร้างภาพ 4o ของ OpenAI กวาดรายได้จากผู้บริโภคไปสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 พันล้านบาท) ภายใน 28 วันหลังเปิดตัว

 

วิจัยชี้ผู้ใช้แห่โหลดแอป AI เพราะอยากเจเนอเรตภาพมากกว่าถามตอบ

นอกจากนี้ Appfigures ยังวิเคราะห์กรณีศึกษาของ DeepSeek ซึ่งพบรูปแบบการเติบโตที่แตกต่างออกไป แม้ DeepSeek R1 จะกวาดยอดดาวน์โหลดสูงถึง 28 ล้านครั้งหลังเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2025 แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการแข่งขันด้านฟีเจอร์เหมือนค่ายอื่น 

 

กลับกัน รูปแบบการเติบโตของ AI สัญชาติจีนรายนี้ อยู่ที่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ DeepSeek เป็นที่รู้จักในวงกว้างชั่วข้ามคืน ทันทีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีรับรู้ว่าบริษัทใช้วิธีฝึกฝนโมเดล AI ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลายเท่าตัว

 

กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า "ความอยากรู้อยากเห็น" ของผู้บริโภคก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ยอดดาวน์โหลดพุ่งสูงได้เช่นกัน แม้ความสนใจนั้นจะไม่ได้มาจากโมเดลสร้างภาพเลยก็ตาม

 

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. สั่งระงับ ACC ขายหุ้น PP พบหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นขาดข้อมูลสำคัญ

ก.ล.ต. สั่งระงับ ACC ขายหุ้น PP พบหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นขาดข้อมูลสำคัญ