posttoday

สรุปจบ! ต่อจากนี้จะซื้อ 'ปากกาลดน้ำหนัก' ต้องทำยังไง? เมื่อเป็น 'ยาควบคุมพิเศษ'

19 มีนาคม 2569

เมื่อ อย.คุ้มเข้ม! ปรับ "ปากกาลดน้ำหนัก" เป็นยาควบคุมพิเศษ ห้ามโฆษณาออนไลน์-ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ฝ่าฝืนปรับหลักแสน!

KEY

POINTS

  • ปากกาลดน้ำหนัก (ยากลุ่ม GLP-1 ) ถูกยกระดับเป็น "ยาควบคุมพิเศษ" ซึ่งเป็นระดับการควบคุมสูงสุดตามกฎหมายยา
  • ผู้ที่ต้องการใช้ต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น และสามารถซื้อได้จากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
  • ห้ามโฆษณาสรรพคุณสู่สาธารณะทุกรูปแบบ รวมถึงการรีวิวโดยอินฟลูเอนเซอร์ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท

“ไม่ใช่แค่ปากกา แต่มันคือยาควบคุมพิเศษ” 

หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศยกระดับยากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีด (ปากกาลดน้ำหนัก) สู่มาตรการคุมเข้มขั้นสูงสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คาดว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการบิวตี้และตลาดออนไลน์ทันที เนื่องจากที่ผ่านมามีการ "แอบขายออนไลน์" รวมไปถึง "อ้างอิงความเป็นปากกาลดน้ำหนัก" อย่างโจ๋งครึ่ม!  จน อย. ต้องออกมาคุ้มเข้ม ตามคำพูดของเลขาฯ อย. วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ว่า

“นี่ไม่ใช่ยาเพื่อความสวยงาม!”

 

ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 58) ที่ปรับประเภทของยากลุ่ม GLP-1 จาก “ยาอันตราย” สู่ “ยาควบคุมพิเศษ” จะเข้มงวดขนาดไหน และสิ่งใดที่สามารถทำได้หรือไม่ได้บ้างตามกฎหมาย โพสต์ทูเดย์ ขอสรุปให้ ดังนี้

 

 

ยาควบคุมพิเศษ ขั้นสูงสุดของการควบคุม!

 

ในระบบกฎหมายไทย พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 แบ่งประเภทยาตามความเข้มงวดของการควบคุมจากมากไปน้อย ได้แก่

  1. ยาควบคุมพิเศษ
  2. ยาอันตราย
  3. ยาบรรจุเสร็จที่มิใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ
  4. ยาสามัญประจำบ้าน

ดังนั้น "ยาควบคุมพิเศษ" คือระดับสูงสุดของการควบคุม

ตัวอย่างยาควบคุมพิเศษที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ยาจำพวกรักษามะเร็ง (anti-neoplastics), ยาจำพวกบาร์บิตูเรส (barbiturates) และยาจำพวกทำให้ชาทั่วร่างกายหรือสลบ (general anesthetics) Blogger  ซึ่งล้วนเป็นยาที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

นอกจากนี้ ในทางกฎหมาย "ยาควบคุมพิเศษ" คือกลุ่มยาที่ อย. ประเมินแล้วว่า มีความเป็นพิษสูง หรือส่งผลกระทบต่อร่างกายรุนแรงหากใช้ผิดวิธี มาตรการที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่การดูแลโดยเภสัชกร แต่คือ  

  • ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ (เท่านั้น) ร้านยาไม่สามารถจ่ายยาได้หากผู้ป่วยไม่มีใบสั่งยามาแสดง
  • ห้ามโฆษณาต่อประชาชน ตาม พรบ. ยา มาตรา 88 (6) ห้ามโฆษณาสรรพคุณยาควบคุมพิเศษสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวโดย Influencer, การยิง Ads ใน Facebook หรือการทำคอนเทนต์ "ฉีดแล้วผอม" ใน TikTok ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด!

 

ดังนั้น  สำหรับผู้บริโภค  ห้ามซื้อตามใจชอบอีกต่อไป การซื้อยาจะต้องจำกัดเฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีและรายงานการจำหน่ายยาเพื่อให้สามารถตรวจติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ Moph ซึ่งหมายความว่า การกด "หยิบใส่ตะกร้า" จาก Facebook, Shopee หรือ TikTok Shop จะผิดกฎหมายทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อนับจากนี้

สำหรับ Influencer และนักรีวิว ระวังโทษปรับหนัก เพราะการโฆษณาแสดงสรรพคุณยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษต่อประชาชนทั่วไป ฝ่าฝืนมาตรา 88(6) แห่ง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท นั่นหมายถึงโพสต์ TikTok โชว์ก่อน-หลังฉีดยา คลิป YouTube รีวิวปากกาลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ Story Instagram ที่ระบุชื่อยี่ห้อและอ้างว่าทำให้ผอม ล้วนเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ทั้งสิ้น

สำหรับร้านขายยา  ต้องจัดระบบบัญชียาให้เรียบร้อย ร้านขายยาต้องมีระบบบันทึกการซื้อ-ขายที่ อย. สามารถตรวจสอบได้ หากจ่ายยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์มีโทษทั้งปรับและอาจถูกพักใช้ใบอนุญาต

 

สรุปง่าย ๆคือ

 

กฎหมายนี้ไม่ได้ห้ามใช้ยา GLP-1 แต่ห้ามใช้โดยไม่มีแพทย์ดูแล ห้ามขายออนไลน์ และห้ามโฆษณาต่อสาธารณะ ใครอยากใช้ยังทำได้ แต่ต้องเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินว่าร่างกายเหมาะสมหรือไม่ทุกครั้ง!

 

ทั้งนี้ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เน้นย้ำถึงเหตุผลสำคัญในการยกระดับครั้งนี้ว่า

จากกระแสการใช้ “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการนำไปใช้เพื่อลดน้ำหนักในกลุ่มคนทั่วไปโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงการปรับขนาดยาและวิธีฉีดด้วยตนเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists (GLP-1 RA) เช่น Semaglutide, Liraglutide, Dulaglutide, Lixisenatide และ Tirzepatide ได้รับอนุมัติให้ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงาม การใช้ยาเองอย่างไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเอง แม้ยาจะช่วยลดความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (โยโย่) และเสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ตับอ่อนอักเสบ ไตวาย ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ และอาจเสี่ยงอันตรายรุนแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว

นอกจากนี้ อย. ยังตรวจพบการลักลอบขาย "ยาเปปไทด์เถื่อน" และยาไม่มีเลขทะเบียนทางออนไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็น "ปากกาลดน้ำหนัก" ซึ่งการเป็นยาควบคุมพิเศษจะช่วยให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เด็ดขาดขึ้น โดยเฉพาะการจัดการกับแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีการโฆษณาขายยาเหล่านี้

 

....

 

สำหรับประกาศดังกล่าวกำหนดระยะเวลาให้มีผลบังคับใช้ 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา นับจากวันที่ 18 มีนาคม 2569 หมายความว่าทุกฝ่ายมีเวลาปรับตัวประมาณ 6 เดือน ก่อนที่กฎจะมีผลบังคับใช้จริง.

ข่าวล่าสุด

“นายกฯอนุทิน” แจงน้ำมันไม่ขาด โบ้ยประชาชนแห่เติม 10 กว่าล้านลิตร/วัน