สรุปจบ! ต่อจากนี้จะซื้อ 'ปากกาลดน้ำหนัก' ต้องทำยังไง? เมื่อเป็น 'ยาควบคุมพิเศษ'
เมื่อ อย.คุ้มเข้ม! ปรับ "ปากกาลดน้ำหนัก" เป็นยาควบคุมพิเศษ ห้ามโฆษณาออนไลน์-ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ฝ่าฝืนปรับหลักแสน!
KEY
POINTS
- ปากกาลดน้ำหนัก (ยากลุ่ม GLP-1 ) ถูกยกระดับเป็น "ยาควบคุมพิเศษ" ซึ่งเป็นระดับการควบคุมสูงสุดตามกฎหมายยา
- ผู้ที่ต้องการใช้ต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น และสามารถซื้อได้จากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
- ห้ามโฆษณาสรรพคุณสู่สาธารณะทุกรูปแบบ รวมถึงการรีวิวโดยอินฟลูเอนเซอร์ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท
“ไม่ใช่แค่ปากกา แต่มันคือยาควบคุมพิเศษ”
หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศยกระดับยากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีด (ปากกาลดน้ำหนัก) สู่มาตรการคุมเข้มขั้นสูงสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คาดว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการบิวตี้และตลาดออนไลน์ทันที เนื่องจากที่ผ่านมามีการ "แอบขายออนไลน์" รวมไปถึง "อ้างอิงความเป็นปากกาลดน้ำหนัก" อย่างโจ๋งครึ่ม! จน อย. ต้องออกมาคุ้มเข้ม ตามคำพูดของเลขาฯ อย. วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ว่า
“นี่ไม่ใช่ยาเพื่อความสวยงาม!”
ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 58) ที่ปรับประเภทของยากลุ่ม GLP-1 จาก “ยาอันตราย” สู่ “ยาควบคุมพิเศษ” จะเข้มงวดขนาดไหน และสิ่งใดที่สามารถทำได้หรือไม่ได้บ้างตามกฎหมาย โพสต์ทูเดย์ ขอสรุปให้ ดังนี้
ยาควบคุมพิเศษ ขั้นสูงสุดของการควบคุม!
ในระบบกฎหมายไทย พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 แบ่งประเภทยาตามความเข้มงวดของการควบคุมจากมากไปน้อย ได้แก่
- ยาควบคุมพิเศษ
- ยาอันตราย
- ยาบรรจุเสร็จที่มิใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ
- ยาสามัญประจำบ้าน
ดังนั้น "ยาควบคุมพิเศษ" คือระดับสูงสุดของการควบคุม
ตัวอย่างยาควบคุมพิเศษที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ยาจำพวกรักษามะเร็ง (anti-neoplastics), ยาจำพวกบาร์บิตูเรส (barbiturates) และยาจำพวกทำให้ชาทั่วร่างกายหรือสลบ (general anesthetics) Blogger ซึ่งล้วนเป็นยาที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ในทางกฎหมาย "ยาควบคุมพิเศษ" คือกลุ่มยาที่ อย. ประเมินแล้วว่า มีความเป็นพิษสูง หรือส่งผลกระทบต่อร่างกายรุนแรงหากใช้ผิดวิธี มาตรการที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่การดูแลโดยเภสัชกร แต่คือ
- ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ (เท่านั้น) ร้านยาไม่สามารถจ่ายยาได้หากผู้ป่วยไม่มีใบสั่งยามาแสดง
- ห้ามโฆษณาต่อประชาชน ตาม พรบ. ยา มาตรา 88 (6) ห้ามโฆษณาสรรพคุณยาควบคุมพิเศษสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวโดย Influencer, การยิง Ads ใน Facebook หรือการทำคอนเทนต์ "ฉีดแล้วผอม" ใน TikTok ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด!
ดังนั้น สำหรับผู้บริโภค ห้ามซื้อตามใจชอบอีกต่อไป การซื้อยาจะต้องจำกัดเฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีและรายงานการจำหน่ายยาเพื่อให้สามารถตรวจติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ Moph ซึ่งหมายความว่า การกด "หยิบใส่ตะกร้า" จาก Facebook, Shopee หรือ TikTok Shop จะผิดกฎหมายทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อนับจากนี้
สำหรับ Influencer และนักรีวิว ระวังโทษปรับหนัก เพราะการโฆษณาแสดงสรรพคุณยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษต่อประชาชนทั่วไป ฝ่าฝืนมาตรา 88(6) แห่ง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท นั่นหมายถึงโพสต์ TikTok โชว์ก่อน-หลังฉีดยา คลิป YouTube รีวิวปากกาลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ Story Instagram ที่ระบุชื่อยี่ห้อและอ้างว่าทำให้ผอม ล้วนเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ทั้งสิ้น
สำหรับร้านขายยา ต้องจัดระบบบัญชียาให้เรียบร้อย ร้านขายยาต้องมีระบบบันทึกการซื้อ-ขายที่ อย. สามารถตรวจสอบได้ หากจ่ายยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์มีโทษทั้งปรับและอาจถูกพักใช้ใบอนุญาต
สรุปง่าย ๆคือ
กฎหมายนี้ไม่ได้ห้ามใช้ยา GLP-1 แต่ห้ามใช้โดยไม่มีแพทย์ดูแล ห้ามขายออนไลน์ และห้ามโฆษณาต่อสาธารณะ ใครอยากใช้ยังทำได้ แต่ต้องเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินว่าร่างกายเหมาะสมหรือไม่ทุกครั้ง!
ทั้งนี้ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เน้นย้ำถึงเหตุผลสำคัญในการยกระดับครั้งนี้ว่า
จากกระแสการใช้ “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการนำไปใช้เพื่อลดน้ำหนักในกลุ่มคนทั่วไปโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงการปรับขนาดยาและวิธีฉีดด้วยตนเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists (GLP-1 RA) เช่น Semaglutide, Liraglutide, Dulaglutide, Lixisenatide และ Tirzepatide ได้รับอนุมัติให้ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงาม การใช้ยาเองอย่างไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเอง แม้ยาจะช่วยลดความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (โยโย่) และเสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ตับอ่อนอักเสบ ไตวาย ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ และอาจเสี่ยงอันตรายรุนแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
นอกจากนี้ อย. ยังตรวจพบการลักลอบขาย "ยาเปปไทด์เถื่อน" และยาไม่มีเลขทะเบียนทางออนไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็น "ปากกาลดน้ำหนัก" ซึ่งการเป็นยาควบคุมพิเศษจะช่วยให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เด็ดขาดขึ้น โดยเฉพาะการจัดการกับแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีการโฆษณาขายยาเหล่านี้
....
สำหรับประกาศดังกล่าวกำหนดระยะเวลาให้มีผลบังคับใช้ 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา นับจากวันที่ 18 มีนาคม 2569 หมายความว่าทุกฝ่ายมีเวลาปรับตัวประมาณ 6 เดือน ก่อนที่กฎจะมีผลบังคับใช้จริง.


