posttoday

สรุปปี 68 “บัตรทอง” ดูแลผู้สูงอายุไทยกว่า 11.09 ล้านคน สะท้อนสังคมสูงวัยสมบูรณ์

15 กุมภาพันธ์ 2569

สปสช. ชี้ปี 2568 "บัตรทอง" จัดบริการดูแลผู้สูงอายุ 11.09 ล้านคนหรือร้อยละ 23 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด แจงสิทธิที่จัดให้ รับมือสังคมสูงวัย

KEY

POINTS

  • สิทธิบัตรทองให้ความคุ้มครองดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยกว่า 11.09 ล้านคน เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์
  • มีการให้บริการเชิงรุกผ่านการตรวจคัดกรองสุขภาพที่สำคัญต่างๆ เช่น การคัดกรอง 9 ด้าน และการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ
  • มอบสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อคืนคุณภาพชีวิต เช่น การผ่าตัดต้อกระจก การเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” (Complete-Aged Society) โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย ลดภาระค่าใช้จ่าย และลดความกังวลของลูกหลานและครอบครัว

 

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี

 

ปัจจุบันมีผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เป็นผู้สูงอายุกว่า 11.09 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 23.64 ของผู้ใช้สิทธิบัตรทองทั้งหมด ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่เป็นการลงทุนทางสังคมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในระยะยาว

นพ.จเด็จ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคีเครือข่าย ได้ขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุในหลายมิติ โดยเฉพาะ การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (Elderly Screening) ครอบคลุม 9 ด้านสำคัญ อาทิ การมองเห็น การได้ยิน การทำงานของความจำ สุขภาพช่องปาก และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ส่งผลให้มีผู้สูงอายุเข้ารับบริการคัดกรองแล้วกว่า 10.208 ล้านคน ช่วยให้สามารถค้นหาความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

นอกจากนี้ ยังมีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี FIT test ในกลุ่มเสี่ยงอายุ 50–70 ปี กว่า 1.377 ล้านคน เพื่อให้ผู้ที่พบความผิดปกติสามารถเข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต

ในด้านการรักษาพยาบาล นพ.จเด็จ กล่าวว่า สปสช. สนับสนุนสิทธิประโยชน์การผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การผ่าตัดต้อกระจกจำนวน 179,074 ครั้ง ซึ่งรวมการผ่าตัดป้องกันตาบอด 79,494 ครั้ง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม 17,371 ครั้ง และการใส่ฟันเทียม 59,434 ราย ช่วยให้ผู้สูงวัยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีศักดิ์ศรี

 

ขณะเดียวกัน สปสช. ยังร่วมกับ อปท. และหน่วยบริการในพื้นที่ ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย ผ่านระบบการดูแลระยะยาวและการดูแลแบบประคับประคอง ส่งผลให้มีผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข 456,695 คน ผู้มีปัญหาขับถ่ายได้รับการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ 101,430 คน และผู้ป่วยระยะท้ายได้รับบริการดูแลแบบประคับประคอง 80,585 คน เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานและคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

“จากแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สปสช. จะเดินหน้าพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวจ้อง เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับสังคมสูงวัยสมบูรณ์ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ดร.สามารถ” จี้ สะพานข้ามเกาะสมุยแลกกับค่าข้าม 1,000 บาท คุ้มไหม?