posttoday

นักวิจัยจุฬาฯ เจ๋ง! ค้นพบ โพรไบโอติก “แอล34” ลดการอักเสบในผู้ป่วยไตเรื้อรังได้!

13 กุมภาพันธ์ 2569

นักวิจัยจุฬาฯ ค้นพบโพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ ลดสารพิษและการอักเสบในผู้ป่วยไตเรื้อรัง ก่อนต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในอนาคต

KEY

POINTS

  • นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ค้นพบโพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ “แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34” ที่สกัดจากจุลชีพในลำไส้ของทารกไทย
  • ผลการทดลองในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนล้างไต พบว่าโพรไบโอติก L34 สามารถช่วยลดสารพิษยูรีเมียและภาวะการอักเสบในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้ว และกำลังพัฒนาเป็นอาหารเสริมรูปแบบผงเพื่อให้เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตที่ต้องจำกัดการดื่มน้ำ

นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาโพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ “แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34” ซึ่งค้นพบจากจุลชีพในลำไส้ทารกไทย โดยพบว่าโพรไบโอติกดังกล่าวสามารถช่วยลดสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนล้างไต โดยผลการทดลองในผู้ป่วยพบว่า หลังรับประทานต่อเนื่อง 1 เดือน ระดับสารพิษและภาวะอักเสบในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ยังไม่ส่งผลต่อค่าการทำงานของไตโดยตรง

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการจดอนุสิทธิบัตรและอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบผง เพื่อให้เหมาะกับผู้ป่วยไตที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่ม นักวิจัยคาดหวังว่าองค์ความรู้ด้านโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยโรคไต ลดภาวะแทรกซ้อน และต่อยอดสู่นวัตกรรมสุขภาพที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ในอนาคต

 

....

 

ภาพจำลองโพรไบโอติก

 

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโพรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ ด้วยคุณประโยชน์ในการบำรุงและสร้างเสริมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์ตัวดีช่วยในการทำงานของลำไส้และระบบการขับถ่าย 

แต่โพรไบโอติกไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น วิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ยังพบความมหัศจรรย์ของจุลชีพในลำไส้อีกมากมายหลายสายพันธุ์ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาวะความเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายได้ เช่น ภาวะไตเรื้อรัง โดยล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร. สมหญิง ธัมวาสร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ "โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" รูปแบบผงเพื่อผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง

 

ภาพจำลอง โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34

 

 

“จากการทดลองพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ปริมาณสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว 

นอกจากนี้ โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นของคนไทย จึงน่าจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมกับคนไทย!

 

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า "โพรไบโอติก" คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งช่วยสร้างสารอาหารสำคัญ เช่น กรดไขมันสายสั้นและวิตามินบางชนิด รวมทั้งช่วยย่อยอาหารและลดจำนวนแบคทีเรียก่อโรค

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดสายพันธุ์โพรไบโอติกที่ใช้ในอาหารได้ราว 23–24 สายพันธุ์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม และแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบมากในผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต

 

 

 

โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34

 

โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ถูกค้นพบครั้งแรกโดยศาสตราจารย์ ดร.สมหญิง ธัมวาสร จากภาควิชาจุลชีววิทยา จุฬาฯ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว 

 

“ท่านศึกษาเชื้อแบคทีเรียในเด็กทารก โดยสกัดโพรไบโอติกจากอุจจาระของทารกมาศึกษาแล้วพบว่ามีเชื้อบางกลุ่มที่น่าสนใจ”

 

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายการทดสอบต่อไปว่า “วิธีทำคือแยกเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระและมีอาหารเลี้ยงเชื้อ เราใส่อาหารที่แบคทีเรียชอบ มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อได้กลุ่มเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะมาวิเคราะห์ดูว่าแบคทีเรียตัวนี้มีคนเคยเจอหรือยัง หรือเป็นแบบเฉพาะที่ยังไม่มีคนเคยเจอ เราทำการวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis) และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่า โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่น เป็นแลคโตบาซิลัสพันธุ์จำเพาะ ที่ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส ตัวอื่นๆ”  

 

จากนั้น รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ นำเอาโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มาทำวิจัยกับสัตว์ทดลอง เริ่มตั้งแต่โมเดลการติดเชื้อในลำไส้ โมเดลการติดเชื้อทางกระแสเลือด และโมเดลโรคไต พบว่าในโมเดลโรคไต โพรไบโอติกลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้ เมื่อเทียบกับสัตว์ทดลองที่ไม่ได้ให้โพรไบโอติก 

“เราเริ่มทำในโมเดลของสัตว์ทดลองก่อน สัตว์ทดลองที่มีไตอยู่ 1 ใน 6 ส่วนของไตปกติจะมีการคั่งของของเสียที่ขับทางปัสสาวะเหมือนในคน เราให้โพรไบโอติกเข้าไปวันละครั้งนาน 3 เดือน พบว่าสามารถลด Gut-derived Uremic Toxins (GDUTs) หรือสารพิษยูรีเมียที่เกิดในลำไส้” 

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายว่า “โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่างเนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลง ของเสียเหล่านั้นจึงขับออกทางลำไส้แทนและจะถูกใช้โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่อยู่ลำไส้แล้วผลิตออกมาเป็นกลุ่มของสารที่ชื่อว่า GDUTs ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเกิดการเสื่อมของไตเร็วขึ้นอีกด้วย” 

 

“แต่เมื่อเราให้โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ซึ่งเป็นแบคทีเรียดี มันเข้าไปช่วยลดแบคทีเรียไม่ดี ส่งผลให้สารพิษยูรีเมียดังกล่าวลดลง” 

 

เมื่อการทดลองในสัตว์ได้ประสิทธิผลดี รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์จึงได้ดำเนินการทดลองระยะต่อไปกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อปี 2567

“เราให้ผู้ป่วยรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ในรูปแบบผงประมาณ 1 เดือน แล้วเจาะเลือดพบว่าค่า Gut-derived Uremic Toxins และไซโตไคน์ซึ่งเป็นปัจจัยที่วัดการอักเสบในเลือดนั้นลดลง แต่การทำงานของไตยังคงไม่เปลี่ยนแปลง” 

 

นักวิจัยจุฬาฯ เจ๋ง! ค้นพบ โพรไบโอติก “แอล34”  ลดการอักเสบในผู้ป่วยไตเรื้อรังได้!

 

รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าวว่าโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 – 5 ในระยะก่อนที่ผู้ป่วยจะล้างไต ... สำหรับระยะของโรคไตเรื้อรังเป็นไปตามตารางด้านล่าง

 

ระยะโรคไตเรื้อรัง ค่า eGFR ลักษณะอาการ แนวทางดูแลรักษา
ระยะที่ 1 ≥ 90 ไตยังทำงานปกติ
อาจมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
มักไม่มีอาการ
ควบคุมความดันโลหิตและน้ำตาล
ลดเค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงยา NSAIDs
ระยะที่ 2 60-89 การทำงานของไตลดลงเล็กน้อย
อาจปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
ควบคุมอาหาร ลดโซเดียม
ติดตามค่าการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ
ควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน
ระยะที่ 3 30-59 อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
บวมที่ตา ปัสสาวะเป็นฟอง
ปวดหลัง ความดันโลหิตสูง
จำกัดโปรตีนตามคำแนะนำแพทย์
ควบคุมเกลือและน้ำ
ติดตามอาการและภาวะแทรกซ้อน
ระยะที่ 4 15-29 อาการจากระยะ 3 รุนแรงขึ้น
หายใจถี่ ปวดกล้ามเนื้อ
ผิวและเล็บเปลี่ยนสี
ควบคุมปริมาณน้ำดื่ม
เตรียมวางแผนบำบัดทดแทนไต
ประเมินความพร้อมสำหรับฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
ระยะที่ 5 < 15 ไตวายระยะสุดท้าย
คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด
มีของเสียและน้ำสะสมในร่างกาย
พิจารณาการบำบัดทดแทนไต ได้แก่
1) ล้างไตทางเส้นเลือด (Hemodialysis)
2) ล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis)
3) ปลูกถ่ายไต (Kidney Transplant)

 

“สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น การรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 อาจช่วยลดการอักเสบได้ แต่สำหรับผู้ป่วยระยะที่ 5 ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น อาจจะต้องให้โพรไบโอติกร่วมกับการล้างไต ซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่นั้นคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม

ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องทำการรักษาทดแทนไตแต่ไม่ได้รับการรักษานั้นอาจจะเกิดผลเสียที่รุนแรงถึงชีวิต จากการที่เกิดการสะสมของสารพิษยูรีเมีย เกิดภาวะซึม มีน้ำเกินในปอด หอบ หายใจไม่ได้ และตัวบวม เลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจส่งผลการบีบตัวของหัวใจผิดปกติและเสียชีวิตได้

คงต้องเน้นว่าการให้โพรไบโอติกเป็นเพียงการรักษาเสริมเพิ่มจากการรักษาตามมาตรฐานเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการรักษาตามมาตรฐานปัจจุบันได้” 

 

 

โพรไบโอติกรูปแบบผงสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรัง 

 

ขณะนี้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว โดยทีมวิจัย จุฬาฯ ได้ให้บริษัท Greater Pharma (เกรทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด) เป็นผู้ดำเนินการผลิต 

“เราเก็บโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ในรูปแบบไลโอฟิไลซ์ (Lyophilized Form) ทำให้มันแห้งในแล็บ เวลาจะใช้ก็มาเลี้ยงในหลอดทดลอง เชื้อจะเจริญเติบโตแล้วก็เอาไปใช้ต่อ

แต่ถ้าจะไปทำผลิตภัณฑ์ วิธีที่จะทำให้เชื้อเจริญเติบโตโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดเป็นการใช้วิธีการทางอุตสาหกรรม เราจึงร่วมมือกับบริษัทยาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเกรดที่ผู้ป่วยทานได้ รสชาติดี โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นให้มีราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาทางด้านเทคนิคการผลิตในอนาคตอาจจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกลง ซึ่งเทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นองค์ความรู้หนึ่งที่สำคัญของประเทศในอนาคต” 

 

นักวิจัยจุฬาฯ เจ๋ง! ค้นพบ โพรไบโอติก “แอล34”  ลดการอักเสบในผู้ป่วยไตเรื้อรังได้!

 

สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกในรูปแบบผง รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “คนเป็นโรคไต บางรายอยากรับประทานโพรไบโอติก กินโยเกิร์ตก็ไม่ได้เนื่องจากมีฟอสเฟตสูง โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังในระยะที่มีปัสสาวะน้อยและต้องดื่มน้ำน้อย ถ้าต้องได้รับโพรไบโอติกรูปแบบที่ใช้น้ำเยอะก็จะไม่สามารถใช้ได้ เลยใช้รูปแบบเป็นผง คนไข้ไม่อยากดื่มน้ำก็สามารถเทเข้าไปผสมกับข้าวได้หรือละลายน้ำในปริมาณน้อยแล้วดื่มก็ได้” 

 

....

 

ทั้งนี้  นักวิจัยจุฬาฯ มองว่า การปรับสมดุลจุลชีพในลำไส้อาจเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยกำลังศึกษาว่า หากทานโพรไบโอติกในระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในโรคไตต่าง ๆ ได้หรือไม่ เนื่องจากผลการทดลองที่ได้จากการรับประทานโพรไบโอติกเพียงหนึ่งเดือนอาจจะสั้นเกินกว่าที่จะเห็นผลดีอื่น ๆ

นอกจากนี้การทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้ได้นานขึ้นควรจะทำอย่างไร หากเป็นไปได้โพรไบโอติกที่ให้ไประยะหนึ่งแล้วเติบโตได้เองในลำไส้น่าจะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว และลดค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องรับประทานโพรไบโอติกอย่างต่อเนื่อง.

 

 

ข่าวล่าสุด

CEG รุกโซลาร์เซลล์ ดันไทยสู่ Net Zero รับดีมานด์อุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง