เปิดหน้าตา "นโยบายสาธารณสุข" ตามสูตรจัดตั้งรัฐบาล! ประชาชนได้อะไร
กางอนาคตสาธารณสุขไทยผ่าน 3 สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่รู้ว่าแบบไหนจะวิน! ประชาชนจะได้อะไรบ้าง แบบไหนหน้าตาเป็นอย่างไร
กางทิศทางระบบสาธารณสุขไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 โดยเปรียบเทียบสูตรการจับขั้วรัฐบาล 3 สูตรมาแรง! กับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ทั้งโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ พยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน การปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณและการบริหารจัดการ เพื่อรับมือวิกฤตสังคมสูงวัยและปัญหาหนี้สินโรงพยาบาลรัฐ
....
การเลือกตั้งในปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ในสภา แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ ระบบสาธารณสุขไทย ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ภาระงบประมาณที่พุ่งสูงขึ้น และวิกฤตบุคลากรทางการแพทย์ลาออก นโยบายด้านสุขภาพจึงกลายเป็น “เข็มทิศ” ที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งก็ต้องลุ้นว่ารัฐบาลใหม่นี้จะออกมาหน้าตาแบบไหน
โพสต์ทูเดย์ จึงรวบรวมนโยบาย ตาม 3 สูตรจัดตั้งรัฐบาลมาแรง! ให้คนไทยได้ดูหน้าตานโยบายสาธารณสุขเบื้องต้นที่สำคัญๆ กัน
สูตรสีธงชาติ = พรรคภูมิใจไทย + พรรคเพื่อไทย + พรรคกล้าธรรม
สูตรนี้เป็นสูตรที่จัดเต็ม เพราะประกอบด้วย 2 พรรคสำคัญที่เน้นนโยบายด้านสุขภาพ โดยแบ่งประเด็นดังต่อไปนี้
กระจายภาระออกจากโรงพยาบาล
มุ่งเน้นการลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่โดยการนำบริการไปหาประชาชนถึงที่ เช่น
- บริการใกล้บ้าน พรรคเพื่อไทยส่งเสริมการใช้ ร้านยาและคลินิกเอกชน เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ และมีบริการ เจาะเลือดที่บ้าน สำหรับผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงการยืมเครื่องล้างไตอัตโนมัติไปใช้ที่บ้าน
- การดูแลถึงประตูบ้าน พรรคภูมิใจไทยชูนโยบาย "1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา" (จ้างงาน 100,000 อัตรา) เพื่อทำหน้าที่เคาะประตูบ้านดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลที่ป้องกันได้
- การเข้าถึงในเขตเมือง มีการพูดถึงการขยายโรงพยาบาลประจำเขตให้ครบ 50 เขตในกรุงเทพฯ เพื่อลดภาระของโรงพยาบาลศูนย์ และมีนโยบายฟอกไตฟรีทุกอำเภอ และติดตั้ง เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งทุกจังหวัด
บริหารงบประมาณ
เพื่อแก้ปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนและหนี้ค้างชำระค่ายา รัฐบาลสูตรนี้มีแนวทางจัดการงบประมาณ ดังนี้
- แยกเงินเดือนบุคลากร พรรคภูมิใจไทยเสนอให้ แยกเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว เพื่อให้โรงพยาบาลที่มีภาระบุคลากรสูงยังมีงบเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย
- Value-Based Care พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการจ่ายเงินตาม ผลลัพธ์ทางสุขภาพ (Outcome) มากกว่าปริมาณบริการ เพื่อความคุ้มค่าของงบประมาณ
- ระบบตรวจสอบอัจฉริยะ นำ AI มาใช้ในระบบ National Clearing House (NCH) เพื่อตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายเงินข้ามกองทุนอย่างแม่นยำ ลดการรั่วไหลและความซ้ำซ้อนของงบประมาณ
- ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย มีนโยบาย 'กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป' เป็นสวัสดิการใหม่ที่รัฐบาลจะจัดให้ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีอายุ 60 ขึ้นไปฟรี กู้เงินดูแลตัวเองวงเงิน 20,000 บาท
สาธารณสุขแบบ High-Tech
การยกระดับสู่ระบบดิจิทัลคือหัวใจหลักของพรรคเพื่อไทย หากมารวมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยเสนอ ดังนี้
- Health ID & Cloud เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพประชาชน 100% ทำให้ใช้ บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ ทั่วประเทศโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว
- เทคโนโลยีการรักษา พัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) การใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และเทคโนโลยีรังสีขั้นสูงในการรักษามะเร็ง
- Telemedicine บริการพบแพทย์ออนไลน์ นัดคิวออนไลน์ และการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์งบประมาณและวางแผนการรักษา
จุดยืนร่วม “กัญชา”
ในฐานะรัฐบาลผสมจะมีจุดยืนร่วมที่ชัดเจนปรากฎในนโยบายของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย คือ
- เพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าต้องใช้กัญชาเพื่อ ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น
- การควบคุมเข้มงวด พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้มี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง มาควบคุมเป็นการเฉพาะ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเน้นการกวาดล้างการใช้ในทางที่ผิดและอาจพิจารณาดึงกลับเป็นยาเสพติดหากไม่มีกฎหมายควบคุมที่รัดกุมพอ
อสม.มาเน้นๆ
อาสาสมัครสาธารณสุขจะเป็น "แนวหน้า" สำคัญของรัฐบาลสูตรนี้
- ความมั่นคงในอาชีพ พรรคภูมิใจไทยผลักดัน พ.ร.บ.อสม. เพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มค่าตอบแทนเป็น 2,000 บาทต่อเดือน
- สวัสดิการและการคุ้มครอง พรรคเพื่อไทยเสนอให้มี หลักประกันสวัสดิภาพ สำหรับ อสม. อสส. และ ชรบ. ทั่วประเทศ
- อสม. ขั้นสูง พัฒนา อสม. ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อทำงานร่วมกับพยาบาลอาสาในการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในชุมชน
ทั้งนี้ ในส่วนของ พรรคกล้าธรรม เน้นมิติของ ความเท่าเทียมทางสุขภาพ โดยเน้นการคุ้มครองเด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอย่างครบวงจรผ่านกลไกทางสังคมและกระบวนการยุติธรรม
สูตร 2 พรรคเพื่อไทย + ภูมิใจไทย + ประชาธิปัตย์
หน้าตาจะคล้ายๆ สูตรที่ 1 แต่จะเพิ่มนโยบายของ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีส่วนที่ร่วมกันคือ
การกระจายอำนาจ โดย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องการเพิ่มบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการดูแลสุขภาพและพัฒนาระบบปฐมภูมิ เช่น รพ.สต.
และยังมีนโยบายอื่นๆ ของประชาธิปัตย์ที่ทั้ง 2 พรรคแรกไม่ได้พูดถึง เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี หรือ การเชื่อมนโยบายสุขภาพเข้ากับการแก้ปัญหามลพิษและอากาศสะอาด
อีกส่วนที่น่าจับตาที่สุดคือ การบริหารการเงิน โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มี กองทุนสุขภาพที่ 4 เสนอเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่มีกำลังจ่ายสามารถ ร่วมจ่าย (Co-payment) เพื่อรับบริการที่รวดเร็วหรือพรีเมียมขึ้นในโรงพยาบาลรัฐโดยไม่เสียสิทธิพื้นฐาน
สูตร 3 พรรคภูมิใจไทย + พรรคกล้าธรรม + พรรคเล็ก (ประชารัฐ + เศรษฐกิจ + ประชาธิปไตยใหม่+พรรคใหม่)
หากเป็นตามสูตรนี้ นโยบายสาธารณสุขหลักๆ น่าจะมาจากพรรภูมิใจไทยเป็นส่วนใหญ่ เพิ่มด้วยนโยบายของพรรคกล้าธรรม ที่เน้นคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการบำบัดยาเสพติดครบวงจร
…


