รวบนวัตกรรม "วัดคลื่นสมองได้ที่บ้าน" ป้องกันโรคลมชัก-หยุดหายใจขณะหลับ
โพสต์ทูเดย์ รวบรวม นวัตกรรม Wearable EEG "วัดคลื่นสมองได้ที่บ้าน" ป้องกันโรคทางสมอง-ลมชัก-หยุดหายใจขณะนอนหลับ
KEY
POINTS
- มีการพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง (Wearable EEG) ที่ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ทำให้สามารถติดตามการทำงานของสมองได้เองที่บ้านอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ
- อุปกรณ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อการตรวจติดตามเชิงป้องกันโรคทางสมอง โดยเฉพาะโรคลมชัก และภาวะผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ
- นวัตกรรมนี้มีหลากหลายรูปแบบที่ใช้งานสะดวก เช่น เซนเซอร์ไร้สาย, ที่คาดศีรษะสำหรับวิเคราะห์การนอนหลับด้วย AI และหูฟัง (Earbud) สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Wearable EEG หรืออุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง (Electroencephalogram) เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ช่วยให้การติดตามการทำงานของสมองทำได้อย่างต่อเนื่องนอกโรงพยาบาล จากเดิมที่ EEG ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่เทคโนโลยีใหม่ทำให้การตรวจคลื่นสมองเข้าถึงง่ายขึ้น ครอบคลุมการดูแลสุขภาพสมอง โรคลมชัก การนอนหลับ อีกด้วย!
ในอดีต การที่เราจะตรวจวัดคลื่นสมองหรือ อีอีจี (EEG – Electroencephalogram) เป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ สายไฟจำนวนมาก และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งทำให้ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลเท่านั้น ประกอบกับคนบางกลุ่มยังมีภาพยึดติดกับการไปโรงพยาบาลจะต้องมี “โรค” ให้หมอรักษาเท่านั้น การตรวจวัดคลื่นสมองจึงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับประชาชนทั่วไป
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งออกมาในรูปแบบที่เรียกกันว่า อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) รวมไปถึง “อุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถวัดคลื่นสมองได้จริง” วัดได้เองเบื้องต้น เพื่อรู้ทันโรค ก่อนโรคจะเกิด ได้เกิดขึ้นแล้ว และที่สำคัญคือ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ซึ่งเป็นการการันตีประสิทธิผลในระดับหนึ่ง
ความสำคัญของคำว่า ผ่าน FDA คือ อุปกรณ์เหล่านี้ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ดูแลสุขภาพทั่วไป หรือ wellness device อันหมายถึง อุปกรณ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพทั่วไป ที่ให้ข้อมูลคร่าว ๆ ไม่ได้ยืนยันโรค หรือมีความคลาดเคลื่อน จึงไม่ถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ และไม่ต้องพิสูจน์ความแม่นยำเชิงคลินิกในระดับเดียวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์
แต่ในยุคนี้มี Wearable EEG ที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าเครื่องมือทางการแพทย์ที่ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยและความแม่นยำในการวัดคลื่นสมองแล้ว
การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังทำให้ “สมอง” กลายเป็นอวัยวะที่ถูกติดตามได้ต่อเนื่อง ไม่ต่างจากหัวใจหรือการนอนหลับเลยทีเดียว
ตัวอย่างนวัตกรรม Wearable EEG ที่ผ่าน FDA
REMI Wireless EEG System
ระบบ EEG แบบสวมใส่และไร้สายจากบริษัท Epitel ได้รับการรับรอง FDA 510(k) สำหรับใช้ติดตามคลื่นสมองต่อเนื่องทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน จุดเด่นคือใช้ เซนเซอร์ขนาดเล็กแบบ wearable ไม่มีสายไฟระโยงระยาง สามารถบันทึกคลื่นสมองได้นานต่อเนื่องกว่า 30 วัน จึงเหมาะกับการติดตามผู้ป่วยโรคลมชักหรือภาวะทางสมองที่ต้องดูข้อมูลระยะยาว
สำรับ REMI นั้น ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานในสถานพยาบาลในรูปแบบบ้าน หรือคลินิกได้ และได้รับการอนุมัติให้ใช้กับ เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กเพื่อการติดตาม EEG ที่ต่อเนื่อง
Dreem 3S / Waveband หรือ EEG Headband
อุปกรณ์นี้ใช้สวมใส่บนศีรษะเพื่อบันทึกคลื่นสมองขณะนอนหลับ โดยใช้ อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลและแยกระยะการนอน (sleep staging) ในลักษณะที่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับการตรวจนอนที่ห้องแล็บโดยตรง
อุปกรณ์นี้ได้รับ FDA 510(k) clearance ซึ่งระบุว่าเป็น wearable EEG device ที่สามารถใช้เก็บและประมวลผลสัญญาณสมองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ สามารถบันทึกได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงหรือมากกว่าในระหว่างนอน และมีระบบ AI ช่วยแปลผล stage ของการนอนโดยอัตโนมัติ (sleep staging) อีกทั้งสามารถสวมใส่และใช้เองที่บ้านได้โดยไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ช่วยติดตั้งแต่อย่างใด
เหมาะสำหรับการตรวจคุณภาพการนอน เช่น นอนหลับลึก (Deep Sleep) และสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของการนอน เช่น ภาวะนอนไม่หลับหรือการหยุดหายใจขณะหลับ ได้อีกด้วย
Naox Link / EEG แบบ Earbud (In-Ear EEG) ตัวแรกที่ผ่าน FDA
ล่าสุดกับ Naox Link ซึ่งเป็นอุปกรณ์ EEG ในรูปแบบหูฟัง (earbuds) เปลี่ยนจากการวางขั้วไฟฟ้าบนศีรษะแบบดั้งเดิมไปสู่เครื่องที่สวมอยู่ในหู โดยยังคงสามารถบันทึกสัญญาณคลื่นสมองได้แม้ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้การติดตาม EEG เป็นไปได้ในบริบทจริง เช่น การนอน การเดิน หรือการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องอยู่ในห้องแล็บหรือสถานพยาบาลตลอดเวลา
Naox Link ได้รับ FDA 510(k) clearance เป็น in-ear EEG device ตัวแรก ที่อนุญาตให้ใช้งานได้ทั้งในสถานพยาบาลและที่บ้าน โดยอุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมองในระยะเวลานานกว่าเครื่อง EEG แบบเดิมที่ต้องทำในห้องคลินิก และขยายการใช้งานไปยังเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป
สำหรับ Naox Link ใช้งานเพื่อ ตรวจติดตามโรคลมชักระยะยาว ศึกษาคลื่นสมองในชีวิตจริง และตรวจความผิดปกติของการนอนหรือพฤติกรรมภาพรวมของสมองที่ยาวนานกว่า EEG แบบคลินิกทั่วไป
…
โดยสรุปแล้ว Wearable EEG ทั้ง 3 ตัว ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการการตรวจสุขภาพ จากการตรวจเฉพาะมีอาการ ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งตามปกติแล้วกว่าจะเจอว่าป่วย ก็เข้าขั้นเสี่ยงหรือรุนแรง ไปสู่การติดตามเชิงป้องกัน ทราบความผิดปกติของร่างกายได้ตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถติดตามร่างกายตัวเองได้ที่บ้าน ไม่ได้เฉพาะแค่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น อีกทั้งยังมีการใช้ AI เข้ามาในการแปลผลแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น กว่าการที่จะต้องมานั่ง “คิดไปเอง” ว่าตนเองป่วยเป็นอะไร!
ทั้งนี้ เมื่อ โพสต์ทูเดย์ รวบรวมสถิติที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสมอง ก็พบว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรโลก ซึ่งตกราว 3 พันล้านคน มีภาวะหรือโรคทางระบบประสาท ซึ่งรวมทั้งโรคหลอดเลือดสมอง อาการปวดศีรษะ ภาวะสมองเสื่อม ลมชัก ฯลฯ ซึ่งเป็น สาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและความพิการทั่วโลก
ที่น่าสนใจคือ ในขณะเดียวกันการระบาดของโรคลมชักหลัง COVID-19 มี อัตราการพบประมาณ 5.36% ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ศึกษาซึ่งสะท้อนว่าโรคลมชักยังเป็นภาระสาธารณสุขโดยเฉพาะในภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ
ในขณะที่การเติบโตของตลาด Wearable EEG (อุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง) ที่มีมูลค่ากว่า 396.17 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะโตไปแตะ 695.51 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2031 และในปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์ Wearable EEG ทั่วโลก เกินกว่า 5.6 ล้านคนในปี 2025 โดยมีการจัดส่งอุปกรณ์สูงกว่า 1.2 ล้านหน่วยต่อปี.


