posttoday

รวบนวัตกรรม "วัดคลื่นสมองได้ที่บ้าน" ป้องกันโรคลมชัก-หยุดหายใจขณะหลับ

20 มกราคม 2569

โพสต์ทูเดย์ รวบรวม นวัตกรรม Wearable EEG "วัดคลื่นสมองได้ที่บ้าน" ป้องกันโรคทางสมอง-ลมชัก-หยุดหายใจขณะนอนหลับ

KEY

POINTS

  • มีการพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง (Wearable EEG) ที่ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ทำให้สามารถติดตามการทำงานของสมองได้เองที่บ้านอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ
  • อุปกรณ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อการตรวจติดตามเชิงป้องกันโรคทางสมอง โดยเฉพาะโรคลมชัก และภาวะผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ
  • นวัตกรรมนี้มีหลากหลายรูปแบบที่ใช้งานสะดวก เช่น เซนเซอร์ไร้สาย, ที่คาดศีรษะสำหรับวิเคราะห์การนอนหลับด้วย AI และหูฟัง (Earbud) สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Wearable EEG หรืออุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง (Electroencephalogram) เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ช่วยให้การติดตามการทำงานของสมองทำได้อย่างต่อเนื่องนอกโรงพยาบาล จากเดิมที่ EEG ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่เทคโนโลยีใหม่ทำให้การตรวจคลื่นสมองเข้าถึงง่ายขึ้น ครอบคลุมการดูแลสุขภาพสมอง โรคลมชัก การนอนหลับ อีกด้วย!

 

ในอดีต การที่เราจะตรวจวัดคลื่นสมองหรือ อีอีจี (EEG – Electroencephalogram) เป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ สายไฟจำนวนมาก และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งทำให้ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลเท่านั้น ประกอบกับคนบางกลุ่มยังมีภาพยึดติดกับการไปโรงพยาบาลจะต้องมี “โรค” ให้หมอรักษาเท่านั้น การตรวจวัดคลื่นสมองจึงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับประชาชนทั่วไป

 

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งออกมาในรูปแบบที่เรียกกันว่า อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) รวมไปถึง “อุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถวัดคลื่นสมองได้จริง”  วัดได้เองเบื้องต้น เพื่อรู้ทันโรค ก่อนโรคจะเกิด ได้เกิดขึ้นแล้ว และที่สำคัญคือ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ซึ่งเป็นการการันตีประสิทธิผลในระดับหนึ่ง

ความสำคัญของคำว่า ผ่าน FDA คือ อุปกรณ์เหล่านี้ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ดูแลสุขภาพทั่วไป หรือ wellness device อันหมายถึง อุปกรณ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพทั่วไป ที่ให้ข้อมูลคร่าว ๆ ไม่ได้ยืนยันโรค หรือมีความคลาดเคลื่อน จึงไม่ถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ และไม่ต้องพิสูจน์ความแม่นยำเชิงคลินิกในระดับเดียวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์

แต่ในยุคนี้มี Wearable EEG ที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าเครื่องมือทางการแพทย์ที่ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยและความแม่นยำในการวัดคลื่นสมองแล้ว

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังทำให้ “สมอง” กลายเป็นอวัยวะที่ถูกติดตามได้ต่อเนื่อง ไม่ต่างจากหัวใจหรือการนอนหลับเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างนวัตกรรม Wearable EEG ที่ผ่าน FDA

 

REMI Wireless EEG System

 

REMI Wireless EEG System


ระบบ EEG แบบสวมใส่และไร้สายจากบริษัท Epitel ได้รับการรับรอง FDA 510(k) สำหรับใช้ติดตามคลื่นสมองต่อเนื่องทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน จุดเด่นคือใช้ เซนเซอร์ขนาดเล็กแบบ wearable ไม่มีสายไฟระโยงระยาง สามารถบันทึกคลื่นสมองได้นานต่อเนื่องกว่า 30 วัน จึงเหมาะกับการติดตามผู้ป่วยโรคลมชักหรือภาวะทางสมองที่ต้องดูข้อมูลระยะยาว

สำรับ REMI นั้น ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานในสถานพยาบาลในรูปแบบบ้าน หรือคลินิกได้ และได้รับการอนุมัติให้ใช้กับ เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กเพื่อการติดตาม EEG ที่ต่อเนื่อง

 

 

Dream 3S

 

Dreem 3S / Waveband หรือ EEG Headband


อุปกรณ์นี้ใช้สวมใส่บนศีรษะเพื่อบันทึกคลื่นสมองขณะนอนหลับ โดยใช้ อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลและแยกระยะการนอน (sleep staging) ในลักษณะที่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับการตรวจนอนที่ห้องแล็บโดยตรง

อุปกรณ์นี้ได้รับ FDA 510(k) clearance ซึ่งระบุว่าเป็น wearable EEG device ที่สามารถใช้เก็บและประมวลผลสัญญาณสมองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ สามารถบันทึกได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงหรือมากกว่าในระหว่างนอน และมีระบบ AI ช่วยแปลผล stage ของการนอนโดยอัตโนมัติ (sleep staging) อีกทั้งสามารถสวมใส่และใช้เองที่บ้านได้โดยไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ช่วยติดตั้งแต่อย่างใด

เหมาะสำหรับการตรวจคุณภาพการนอน เช่น นอนหลับลึก (Deep Sleep) และสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของการนอน เช่น ภาวะนอนไม่หลับหรือการหยุดหายใจขณะหลับ ได้อีกด้วย

 

 

 

Naomi Link

 

Naox Link /  EEG แบบ Earbud (In-Ear EEG) ตัวแรกที่ผ่าน FDA

 

ล่าสุดกับ Naox Link ซึ่งเป็นอุปกรณ์ EEG ในรูปแบบหูฟัง (earbuds) เปลี่ยนจากการวางขั้วไฟฟ้าบนศีรษะแบบดั้งเดิมไปสู่เครื่องที่สวมอยู่ในหู โดยยังคงสามารถบันทึกสัญญาณคลื่นสมองได้แม้ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้การติดตาม EEG เป็นไปได้ในบริบทจริง เช่น การนอน การเดิน หรือการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องอยู่ในห้องแล็บหรือสถานพยาบาลตลอดเวลา

Naox Link ได้รับ FDA 510(k) clearance เป็น in-ear EEG device ตัวแรก ที่อนุญาตให้ใช้งานได้ทั้งในสถานพยาบาลและที่บ้าน โดยอุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมองในระยะเวลานานกว่าเครื่อง EEG แบบเดิมที่ต้องทำในห้องคลินิก และขยายการใช้งานไปยังเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป

สำหรับ Naox Link ใช้งานเพื่อ ตรวจติดตามโรคลมชักระยะยาว ศึกษาคลื่นสมองในชีวิตจริง และตรวจความผิดปกติของการนอนหรือพฤติกรรมภาพรวมของสมองที่ยาวนานกว่า EEG แบบคลินิกทั่วไป

 

 

 

โดยสรุปแล้ว  Wearable EEG ทั้ง 3 ตัว ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการการตรวจสุขภาพ จากการตรวจเฉพาะมีอาการ ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งตามปกติแล้วกว่าจะเจอว่าป่วย ก็เข้าขั้นเสี่ยงหรือรุนแรง ไปสู่การติดตามเชิงป้องกัน ทราบความผิดปกติของร่างกายได้ตั้งแต่ต้น 

นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถติดตามร่างกายตัวเองได้ที่บ้าน ไม่ได้เฉพาะแค่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น อีกทั้งยังมีการใช้ AI เข้ามาในการแปลผลแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น กว่าการที่จะต้องมานั่ง “คิดไปเอง” ว่าตนเองป่วยเป็นอะไร!

 

 

ทั้งนี้ เมื่อ โพสต์ทูเดย์ รวบรวมสถิติที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสมอง ก็พบว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรโลก ซึ่งตกราว 3 พันล้านคน มีภาวะหรือโรคทางระบบประสาท ซึ่งรวมทั้งโรคหลอดเลือดสมอง อาการปวดศีรษะ ภาวะสมองเสื่อม ลมชัก ฯลฯ ซึ่งเป็น สาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและความพิการทั่วโลก

 

ที่น่าสนใจคือ ในขณะเดียวกันการระบาดของโรคลมชักหลัง COVID-19 มี อัตราการพบประมาณ 5.36% ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ศึกษาซึ่งสะท้อนว่าโรคลมชักยังเป็นภาระสาธารณสุขโดยเฉพาะในภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ

 

ในขณะที่การเติบโตของตลาด Wearable EEG (อุปกรณ์สวมใส่วัดคลื่นสมอง) ที่มีมูลค่ากว่า 396.17 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะโตไปแตะ 695.51 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2031 และในปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์ Wearable EEG ทั่วโลก เกินกว่า 5.6 ล้านคนในปี 2025 โดยมีการจัดส่งอุปกรณ์สูงกว่า 1.2 ล้านหน่วยต่อปี.

 

 

ข่าวล่าสุด

ดีเดย์ 20 ม.ค. ไทยทดสอบระบบ Cell Broadcast พร้อมกันทั่วประเทศ