posttoday

3 สมุนไพรเรือธง “ยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย 69” หวังโกย 2 พันล้าน!

13 มกราคม 2569

สธ. ผนึก 5 กระทรวง ดัน ‘ยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย 69“ 3 สมุนไะรเรือธง สู่พรีเมียมโปรดักส์ หวังโกยรายได้กว่า 2,000 ล้าน

KEY

POINTS

  • 5 กระทรวงร่วมผลักดัน "ยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย 69" ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากสมุนไพรเรือธง 3 ชนิดให้ได้กว่า 2,000 ล้านบาท
  • สมุนไพรเรือธง 3 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน (เน้นด้านสุขภาพและความงาม), ไพล (เน้นตลาดสปาและเวชศาสตร์การกีฬา), และกระชายดำ (เน้นลดไขมันในช่องท้อง)
  • ตั้งเป้าหมายมูลค่ารายชนิด โดยขมิ้นชัน 800 ล้านบาท, ไพล 500 ล้านบาท และกระชายดำกว่า 702 ล้านบาท

5 กระทรวง ดัน 3 สมุนไพรเรือธง ขมิ้นชัน-ไพล-กระชายดำ ใต้ ยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย 69 เล็งโกยรายได้กว่า 2,000 ล้าน

 

เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 2569) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วม

 

นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย ปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Herb of the Year" ยกระดับสมุนไพรหลัก 3 ชนิด สู่ “สมุนไพรพรีเมียม” ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศ กว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

1) ขมิ้นชัน ชูจุดเด่นด้านสุขภาพ ผลักดันผลิตภัณฑ์ช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน และผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มชะลอวัย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ T-beauty คาดสร้างมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท

 

2) ไพล สมุนไพรหลักในการนวดและ Wellness บุกตลาดสปาและเวชศาสตร์การกีฬา ควบคู่กับการวิจัยสร้างความเชื่อมั่นการใช้ในระบบบริการสุขภาพ สร้างมูลค่า 500 ล้านบาทต่อปี และ

 

3) กระชายดำ หรือ "โสมไทย" จุดเด่นด้านการลดไขมันในช่องท้อง โดยจัดทำ Positive List เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถอ้างอิงสรรพคุณได้อย่างชัดเจน พร้อมพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการแพทย์ (เพชรบูรณ์ 1) เพิ่มมูลค่าการใช้กว่า 702 ล้านบาทต่อปี

 

“สมุนไพรไทยจะเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แคมเปญ “Think Wellness, Think Thai Herb” นายพัฒนา กล่าว

 

 

ภาพรวมตลาดสมุนไพรไทย-ขยายเมืองสมุนไพรไทย

 

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในส่วนผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2568 พบว่า ตลาดวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรของประเทศ มีมูลค่ากว่า 45,882 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 5.1 โดยปี 2569 ตั้งเป้าต่อยอดเศรษฐกิจสมุนไพรสู่ New S curve ผลักดันมูลค่าตลาดสมุนไพรในประเทศให้ถึง 70,000 ล้านบาท

 

ส่วนการดำเนินงานเมืองสมุนไพรในช่วงปี 2566 – 2568 สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเฉพาะใน 16 จังหวัดเมืองสมุนไพร มูลค่าการบริโภคสมุนไพรรวมกว่า 15,315 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม 6,654 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร 6,106 ล้านบาท และ กลุ่มเกษตรและวัตถุดิบ 2,554 ล้านบาท

 

ในปี 2569 จะขยายเมืองสมุนไพรเพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ สตูล และ เชียงใหม่ คาดว่า 18 จังหวัดเมืองสมุนไพรจะสามารถสร้างมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าสมุนไพรไทยกำลังก้าวจากฐานภูมิปัญญาขึ้นเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยทั้ง 5 กระทรวงหลักจะร่วมกันพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างเศรษฐกิจประเทศและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ส่อง 4 โครงการยักษ์เอกชน มากกว่าแค่อสังหาฯ คือการออกแบบเมือง พลิกโฉมกรุง!