posttoday

เช็ค! ข้อเท็จจริง ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ระวังยาปลอม-ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

09 มกราคม 2569

โพสต์ทูเดย์ชวนเช็ค! ข้อเท็จจริง ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ระวังยาปลอม-เข้ามาผิดช่องทาง แนะควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเพราะคือ 'ยารักษาโรค'

KEY

POINTS

  • ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาสำหรับรักษาโรคอ้วนและเบาหวาน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และจำเป็นต้องใช้ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
  • การใช้ยาอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย หรือถุงน้ำดีอักเสบ และไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม
  • ต้องระวังยาปลอมและยาที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายซึ่งกำลังระบาดหนักและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้

จากกระแสฮอตฮิตของ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ จน อย.ต้องออกมาเตือนถึงการใช้ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ว่าต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น!

 

ซึ่งคนไทยหลายคน เข้าใจ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ผิดวัตถุประสงค์ มองว่าเป็นเรื่องความสวยความงาม

 

แต่แท้ที่จริงแล้ว ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ เป็น ‘ยา’ ชนิดหนึ่ง เพื่อรักษา ‘โรคอ้วน’ ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่เป็นต้นตอของ โรค NCDs ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ไปจนถึงโรคมะเร็ง

 

ตามปกติคำจำกัดความของคนที่เป็นโรคอ้วน อาจจะวัดด้วยค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI ข้อมูลจากคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า

  • ค่า BMI 25 – 29.90        แสดงถึง            โรคอ้วนระดับที่ 1
  • ค่า BMI 30 ขึ้นไป            แสดงถึง            โรคอ้วนระดับที่ 2

 

เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่ควรจะใช้ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’  ดังที่ อย.ออกมาปรามว่า

'ในประเทศไทยอนุมัติยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA) หรือ ปากกาลดน้ำหนัก สำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น  ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในกลุ่มบุคคลทั่วไป'

 

เช็ค! ข้อเท็จจริง ปากกาลดน้ำหนัก

 

โพสต์ทูเดย์ รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ปากกาลดน้ำหนัก โดยพบว่า

 

1. ต้องใช้ภายใต้การควบคุม ‘ของแพทย์’ เท่านั้น  ห้าม! ซื้อใช้เอง

เพราะต้องมีการปรับขนาดยา หากใช้ไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเองโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้น้ำหนักดีดกลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

2. ปากกาลดน้ำหนักมีผลข้างเคียง ตั้งแต่น้อย-รุนแรง

ผลข้างเคียงรุนแรง เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย ถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ เป็นต้น

 

3. ไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม

เช่น หญิงตั้งครรภ์ ป่วยโรคตับอ่อน โรคกระเพาะรุนแรง มะเร็งต่อมไทรอยด์ โรคต่อมไร้ท่อ ฯลฯ ย้ำว่าควรปรึกษาแพทย์

 

4. ต้องฉีดพร้อมควบคุมโภชนาการและปรับพฤติกรรม

เพื่อทำให้น้ำหนักลดได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

 

5. ต้องรักษาระยะยาว

ไม่สามารถฉีดครั้งเดียวแล้วหายได้

 

6. ระวังยาปลอม! 

ปัจจุบันพบว่ามียาปลอมระบาดอย่างหนัก รวมไปถึงยาที่เข้ามาผิดช่องทางกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต สามารถทำให้เกิดการหลบเลี่ยงการตรวจสอบคุณภาพและการควบคุมความปลอดภัย

 

7. ระวังยาที่สวมชื่อ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’  แต่ไม่เคยผ่าน FDA หรือ อย.มาก่อน!

โดยเฉพาะที่วางขายออนไลน์ เนื่องจากบางคนรู้แค่ว่ามี ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ แต่ไม่ทราบว่าชนิดไหนหรือยี่ห้อไหนที่ผ่าน FDA มาก่อน การผ่าน FDA หรือ อย. ย่อมสำคัญ เนื่องจากเป็นการผ่านมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยมาแล้ว

เพราะฉะนั้น อย่าหลงเชื่อผู้ที่ใช้คำว่า ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ โดยไม่ใช่ยาที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. เพราะอาจจะได้มาซึ่งยาที่ไม่เกิดประสิทธิผลและเป็นอันตรายได้

 

เช็ค! ข้อเท็จจริง ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ระวังยาปลอม-ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

 

eZtracker เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบยาปลอม

 

เมื่อวานนี้ (8 มกราคม 2569) โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกข่าวเกี่ยวเนื่องกับบทความของสำนักงานอาหารและยา (อ่านเพิ่มเติม : อย. จ่อยกระดับคุม 'ปากกาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1' เป็นยาควบคุมพิเศษ)  เรื่องการจัดจำหน่ายตัวยา GLP-1RA บนช่องทางออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว eZTracker เทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่มีข้อบ่งใช้เป็นยาลดน้ำหนักสำหรับใช้รายสัปดาห์

นวัตกรรมนี้จะใช้สติกเกอร์ 2D Data Matrix บนบรรจุภัณฑ์แต่ละกล่อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ แนวทางนี้จะช่วยป้องกันยาปลอมและมุ่งเป้ายกระดับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคอ้วน

 

ทั้งนี้ โนโวนอร์ดิสค์ กล่าวว่า ยาปลอมคือตัวยาที่มีส่วนผสมในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่ผสมสารที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้ใช้

นอกจากนี้ การนำเข้าซ้อนที่ไม่ได้ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (unauthorised parallel imports) คือ ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการและไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต สามารถทำให้เกิดการหลบเลี่ยงการตรวจสอบคุณภาพและการควบคุมความปลอดภัย รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการปนเปื้อนและยาที่ด้อยคุณภาพ ประเด็นนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดยาที่ไม่ได้มาตรฐานและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้.

ข่าวล่าสุด

นานาชาติหาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์-อิหร่านยังคงขู่ตอบโต้