posttoday
เด็ดขาด! อังกฤษจัดการ NCDs จะเป็นประเทศแรกที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ได้หรือไม่?

เด็ดขาด! อังกฤษจัดการ NCDs จะเป็นประเทศแรกที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ได้หรือไม่?

08 มกราคม 2569

อังกฤษมีกฎหมาย 2 ฉบับที่ถูกเปิดเผยออกมา ได้แก่ การจำกัดโฆษณาอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ และกฎหมายที่ต้องลุ้นว่าจะทำได้หรือไม่คือ 'ควบคุมผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่'

KEY

POINTS

  • อังกฤษออกมาตรการเชิงรุกเพื่อจัดการกับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันปัญหาโรคอ้วนและการสูบบุหรี่
  • เตรียมบังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง (HFSS) ในช่วงเวลาก่อน 21:00 น. ทางทีวี และห้ามโฆษณาออนไลน์ตลอดเวลา
  • เสนอนโยบาย "Smoke-free Generation" ห้ามขายยาสูบให้กับผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป เพื่อสร้างสังคมปลอดบุหรี่ในอนาคต

ความคืบหน้าด้านสาธารณสุขในประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมโรค NCDs อันได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่กดดันทั้งระบบบริการสาธารณสุขและเศรษฐกิจในระยะยาว

 

จากข้อมูลของรัฐบาลอังกฤษระบุว่า เด็กอังกฤษจำนวนมากมีปัญหาอ้วนและฟันผุซึ่งเป็นผลของการบริโภคอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ  ตัวเลขเด็กวัยเริ่มโรงเรียนประมาณ 22.1% มีภาวะอ้วนหรือเกินน้ำหนัก และเพิ่มขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น การเป็นโรคอ้วนในวัยเด็กเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิด 2 ภาวะหัวใจ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตลอดชีวิต

นอกจากนี้ NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเกือบทั้งหมดในสหราชอาณาจักร และเป็นต้นทุนสำคัญของ NHS หรือบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ซึ่งต้องใช้จ่ายหลายพันล้านปอนด์เพื่อจัดการกับโรคเหล่านี้ ทั้งในเชิงรักษาและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

 

ดังที่หลายประเทศเห็นตรงกัน และหันแนวทาง ‘สาธารณสุข’ มายังมาตรการเชิงป้องกันตั้งแต่ต้นทางในการจัดการกับโรค NCDs มากกว่า เช่นเดียวกันสหราชอาณาจักร และทำให้เราได้เห็น 'นโยบาย' สำคัญที่ออกมาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

แบนโฆษณาอาหาร หวาน–มัน–เค็ม

 

อังกฤษออกกฎใหม่ตั้งแต่ 5 มกราคม 2026 เป็นต้นมา ใช้ ข้อจำกัดการโฆษณาอาหาร/เครื่องดื่ม HFSS โดย

  • ห้ามโฆษณาก่อนเวลา 21:00 น. ในทีวี
  • ห้ามโฆษณาแบบจ่ายเงินออนไลน์ตลอดเวลาเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชน จากการถูกกระตุ้นให้บริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง

รัฐบาลอังกฤษคาดว่ามาตรการนี้จะช่วย ลดแคลอรีที่เด็กบริโภคถึง 7.2 พันล้านแคลอรีต่อปี และป้องกันโรคอ้วนในเด็กราว 20,000 กรณี ในระยะเริ่มต้น และหวังว่าจะเกิดผลประโยชน์ต่อระบบสุขภาพในอนาคตระยะยาวด้วย

 

การจำกัดการโฆษณา HFSS เป็นผลจากการปรับแก้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเดิมตั้งเป้าว่าจะบังคับใช้มาตรการตั้งแต่ปี 2023 ก่อนจะเลื่อนมาหลายครั้ง และขยายกรอบเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัว

แม้บางองค์กรและภาคธุรกิจจะกังวลเรื่องผลกระทบต่อการโฆษณาแบรนด์   แต่องค์การด้านสุขภาพยังมองว่ามาตรการนี้เป็น ก้าวสำคัญที่ไม่อาจกลับหลังได้ แต่องค์การด้านสุขภาพยังมองว่ามาตรการนี้เป็น ก้าวสำคัญที่ต้องไปต่อ!

 

มาตรการนี้เจอข้อวิจารณ์ หรือ ข้อจำกัด เช่น การบังคับนี้ควรจะปิดช่องโหว่ เช่น โฆษณาในสื่อกลางแจ้ง หรือโฆษณาแฝงที่ไม่แสดงผลิตภัณฑ์ออกมาจะทำอย่างไร  รวมไปถึงการจัดประเภทอาหารที่อยู่ในเกณฑ์ ยังมีความซับซ้อน และถูกตั้งคำถามว่าครอบคลุมสินค้าที่คนทั่วไปอาจจะรู้สึกว่า ‘ดี’ ต่อสุขภาพหรือไม่

 

เด็ดขาด! อังกฤษจัดการ NCDs จะเป็นประเทศแรกที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ได้หรือไม่?

 

ทั้งนี้ สำหรับ อาหารที่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อ (13 หมวดหลัก) ยกตัวอย่างเช่น

 

เครื่องดื่มหวาน

  • น้ำอัดลมและเครื่องดื่มมีรสหวาน (soft drinks)
  • น้ำผลไม้/สมูทตี้บางรายการที่มีน้ำตาลเติม
  • เครื่องดื่มให้พลังงาน (energy drinks)

ขนมหวานและขนมขบเคี้ยว

  • ช็อกโกแลตและลูกอม
  • เค้ก คุ้กกี้ และบิสกิตหวาน

อาหารจานด่วน/แปรรูป

  • พิซซ่า
  • มันฝรั่งทอด/ชิปส์ และของทอด ๆ

อาหารพร้อมปรุง (ready meals)

  • ของหวานแช่แข็ง
  • ไอศกรีม น้ำแข็งหวาน

อาหารเช้าที่บางครั้งถูกแบน

  • ซีเรียลและขนมอบเช่น breakfast cereals
  • ขนมปังหวาน sweetened bread products
  • โยเกิร์ตหวานและอาหารเช้าประเภทบาร์กราโนล่า (granola bars)

 

 

นโยบาย“Smoke-free Generation” และ Tobacco & Vapes Bill คาดหวังจะให้อังกฤษปลอดบุหรี่?

 

ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร รัฐบาลยังเดินหน้ากฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนระบบควบคุมยาสูบและผลิตภัณฑ์นิโคตินในอังกฤษ ซึ่งทั้งสองกฎหมายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรัฐสภา แต่สิ่งนี้ก็สะท้อนถึงความพยายามของอังกฤษที่จะสร้างรากฐานสุขภาพที่ยั่งยืน ได้แก่

 

  • ห้ามขายยาสูบแก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป เพื่อให้เกิด “ยุคปลอดบุหรี่” ซึ่งหมายถึงผู้ที่จะเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่รุ่นต่อไปจะไม่สามารถซื้อตัวบุหรี่ได้ตลอดชีวิต นั่นหมายความว่าคนที่เกิดหลังปี  2009 เป็นต้นไปและอยู่ในอังกฤษจะไม่สามารถซื้อบุหรี่สูบได้อีก
  • กำหนดการควบคุมการโฆษณา/โปรโมชั่นของผลิตภัณฑ์นิโคติน เช่น ห้ามการตลาดที่ดึงดูดเด็ก
  • ขยายพื้นที่ไม่ให้สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะบางแห่ง เช่น สนามเด็กเล่น โรงเรียน และสถานพยาบาล
  • ระบบใบอนุญาตจำหน่าย เพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและ vapes ให้เข้มข้นกว่าการขึ้นทะเบียนปัจจุบัน และการกำหนดกฎเกี่ยวกับ รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไม่ดึงดูดเยาวชน

 

เด็ดขาด! อังกฤษจัดการ NCDs จะเป็นประเทศแรกที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ได้หรือไม่?

 

….

 

ความพยายามของ ‘อังกฤษ’ จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องสูบบุหรี่ เป็นเรื่องที่น่าติดตาม เพราะหากทำได้ อังกฤษจะกลายเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรการเด็ดขาดในการจัดการกับ ‘บุหรี่’ โดยเฉพาะ ‘ยุติวงจรการเกิดนักสูบรุ่นใหม่’ อย่างเป็นระบบ

และเป็นนโยบายที่สะท้อนให้เห็นว่า การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs นั้นไม่อาจทำได้แค่การให้ความรู้ หรือการเพิ่มเงินในการรักษา แต่ต้องจัดการตั้งแต่ระบบ Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง

 

อยู่ที่ว่า ‘รัฐบาล’ จะกล้าพอหรือไม่!

ข่าวล่าสุด

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาแมนฯ ซิตี้ หลังคุมทีมครบ 10 ปี กวาด 20 แชมป์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาแมนฯ ซิตี้ หลังคุมทีมครบ 10 ปี กวาด 20 แชมป์