
'มะเร็งในเด็ก' เมื่อปัจจัยทางพันธุกรรมและช่องว่างรายได้ ส่งผลต่อโอกาสรอดชีวิต!
WHO เปิดเผยว่า ‘มะเร็งในเด็ก’ คือสาเหตุการเสียชีวิตหลักของเด็กและวัยรุ่น และปัจจัยทางพันธุกรรมและช่องว่างรายได้ ส่งผลต่อโอกาสรอดชีวิต!
WHO ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในเด็ก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 โดยพบว่า ภาพรวมของมะเร็งในเด็กนั้น เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของเด็กและวัยรุ่น ซึ่งโอกาสรอดชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับ ‘ประเทศที่อาศัยอยู่’
จากสถิติที่ WHO หรือ องค์การอนามัยโลก เก็บมาได้รายงานว่า ในประเทศรายได้สูง เด็กมากกว่า 80% หายขาดได้ ซึ่งสามารถใช้ยาทั่วไปราคาถูกที่อยู่ในบัญชียาจำเป็นขององค์การอนามัยโลก แต่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง มีเพียงไม่ถึง 30% เท่านั้น
สาเหตุเกิดจาก การเข้าถึงการวินิจฉัยที่ล่าช้า การละทิ้งการรักษา การเข้าไม่ถึงยาและเทคโนโลยีที่จำเป็น และการกลับมาเป็นซ้ำของโรค
แม้ว่ามะเร็งในเด็กโดยทั่วไปจะสามารถป้องกันได้ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาทั่วไปและการรักษาอื่นๆ เช่น การผ่าตัดและฉายรังสีก็ตาม
มะเร็งในเด็ก ความผิดปกติที่ติดตัวตั้งแต่เกิด
สำหรับสาเหตุของมะเร็งในเด็ก WHO ได้เปิดเผยว่า มะเร็งในเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุและทุกส่วนของร่างกาย เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมภายในเซลล์ (ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด) และเกิดการเติบโตจนกลายเป็นก้อนเนื้อ และลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย และเป็นอันตรายถึงชีวิต
ซึ่งต่างจากมะเร็งในผู้ใหญ่ .. มะเร็งในเด็กส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด งานวิจัยจำนวนมากพยายามค้นหาปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมที่ก่อให้เกิดมะเร็งในเด็ก แต่พบว่าส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต
อย่างไรก็ตาม บางการติดเชื้อเรื้อรังส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งในเด็ก เช่น เชื้อ HIV, มาลาเรีย เป็นต้น
WHO ยังระบุอีกว่า ข้อมูลในปัจจุบันพบว่าเด็กที่เป็นมะเร็งราว 10% ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือมียีนกลายพันธุ์ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อไป
( อ่านเพิ่มเติม : สำคัญอย่างไร?สำคัญอย่างไร? โครงการตรวจยีนทารกแรกเกิดฯ คัดกรองโรคพันธุกรรม 113 โรค)
สำหรับอาการเตือนของมะเร็งในเด็กที่ควรสังเกต ได้แก่ มีไข้เรื้อรัง ปวดหัวรุนแรง ปวดกระดูก และน้ำหนักลด หรือสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองบางอย่างเช่น การคัดกรองมะเร็งตา (Retinoblastoma) ที่เกิดจากพันธุกรรม (WHO ระบุว่าโดยทั่วไปการคัดกรองที่มีอยู่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อมะเร็งเด็กยกเว้นโรคดังกล่าว)
นอกจากนี้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งในเด็ก รักษาเร็ว มีโอกาสหายไว้ว่า มะเร็งในเด็กที่พบบ่อย มีดังนี้
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย
เป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุด ประมาณ 50-55% ของมะเร็งในเด็กทั้งหมด ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวส่วนมากมักมีอาการดังนี้
- ปวดข้อต่อและกระดูก
- อ่อนแรง เหนื่อยล้า
- ผิวซีด
- มีไข้
- มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง หรือฟกช้ำ
- น้ำหนักตัวลดลง
- ติดเชื้อบ่อยครั้ง
- เลือดกำเดาไหลบ่อย
- เหงื่อออกมากในตอนกลางคืน
โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นกับระบบน้ำเหลืองหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง และยังส่งผลต่อไขกระดูกและอวัยวะส่วนอื่นด้วย พบบ่อยเป็นอันดับ 2 อาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดเนื้อร้าย ดังนี้
- เหนื่อยล้า อ่อนแรง
- น้ำหนักตัวลดลง
- มีไข้
- เหงื่อออก
- บวมที่ต่อมน้ำเหลืองโดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ
โรคมะเร็งสมองและไขสันหลัง
พบบ่อยเป็นอันดับ 3 แบ่งออกเป็นหลายชนิด ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอก อาการ ดังนี้
- ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
- มองเห็นเป็นภาพซ้อนหรือภาพเบลอ
- ชัก
- มีปัญหาในการเดินหรือการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer-in-children
https://www.medumore.org/infographic/PediatricOncology







