posttoday
'มะเร็งในเด็ก' เมื่อปัจจัยทางพันธุกรรมและช่องว่างรายได้ ส่งผลต่อโอกาสรอดชีวิต!

'มะเร็งในเด็ก' เมื่อปัจจัยทางพันธุกรรมและช่องว่างรายได้ ส่งผลต่อโอกาสรอดชีวิต!

24 ตุลาคม 2568

WHO เปิดเผยว่า ‘มะเร็งในเด็ก’ คือสาเหตุการเสียชีวิตหลักของเด็กและวัยรุ่น และปัจจัยทางพันธุกรรมและช่องว่างรายได้ ส่งผลต่อโอกาสรอดชีวิต!

WHO  ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในเด็ก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025  โดยพบว่า ภาพรวมของมะเร็งในเด็กนั้น เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของเด็กและวัยรุ่น ซึ่งโอกาสรอดชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับ ‘ประเทศที่อาศัยอยู่’

 

จากสถิติที่ WHO หรือ องค์การอนามัยโลก เก็บมาได้รายงานว่า ในประเทศรายได้สูง เด็กมากกว่า 80% หายขาดได้ ซึ่งสามารถใช้ยาทั่วไปราคาถูกที่อยู่ในบัญชียาจำเป็นขององค์การอนามัยโลก แต่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง มีเพียงไม่ถึง 30% เท่านั้น

 

สาเหตุเกิดจาก การเข้าถึงการวินิจฉัยที่ล่าช้า การละทิ้งการรักษา การเข้าไม่ถึงยาและเทคโนโลยีที่จำเป็น และการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

แม้ว่ามะเร็งในเด็กโดยทั่วไปจะสามารถป้องกันได้ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาทั่วไปและการรักษาอื่นๆ เช่น การผ่าตัดและฉายรังสีก็ตาม

 

มะเร็งในเด็ก ความผิดปกติที่ติดตัวตั้งแต่เกิด

 

สำหรับสาเหตุของมะเร็งในเด็ก WHO ได้เปิดเผยว่า มะเร็งในเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุและทุกส่วนของร่างกาย เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมภายในเซลล์ (ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด) และเกิดการเติบโตจนกลายเป็นก้อนเนื้อ และลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย และเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

ซึ่งต่างจากมะเร็งในผู้ใหญ่ .. มะเร็งในเด็กส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด งานวิจัยจำนวนมากพยายามค้นหาปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมที่ก่อให้เกิดมะเร็งในเด็ก  แต่พบว่าส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต

 

อย่างไรก็ตาม บางการติดเชื้อเรื้อรังส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งในเด็ก เช่น เชื้อ HIV, มาลาเรีย เป็นต้น

 

WHO ยังระบุอีกว่า ข้อมูลในปัจจุบันพบว่าเด็กที่เป็นมะเร็งราว 10% ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือมียีนกลายพันธุ์ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อไป

 

( อ่านเพิ่มเติม : สำคัญอย่างไร?สำคัญอย่างไร? โครงการตรวจยีนทารกแรกเกิดฯ คัดกรองโรคพันธุกรรม 113 โรค)

 

สำหรับอาการเตือนของมะเร็งในเด็กที่ควรสังเกต ได้แก่ มีไข้เรื้อรัง ปวดหัวรุนแรง ปวดกระดูก และน้ำหนักลด หรือสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองบางอย่างเช่น การคัดกรองมะเร็งตา (Retinoblastoma) ที่เกิดจากพันธุกรรม (WHO ระบุว่าโดยทั่วไปการคัดกรองที่มีอยู่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อมะเร็งเด็กยกเว้นโรคดังกล่าว)

 

นอกจากนี้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งในเด็ก รักษาเร็ว มีโอกาสหายไว้ว่า มะเร็งในเด็กที่พบบ่อย มีดังนี้

 

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย

เป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุด ประมาณ 50-55% ของมะเร็งในเด็กทั้งหมด ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวส่วนมากมักมีอาการดังนี้

  • ปวดข้อต่อและกระดูก
  • อ่อนแรง เหนื่อยล้า
  • ผิวซีด
  • มีไข้ 
  • มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง หรือฟกช้ำ
  • น้ำหนักตัวลดลง
  • ติดเชื้อบ่อยครั้ง
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย
  • เหงื่อออกมากในตอนกลางคืน

 

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นกับระบบน้ำเหลืองหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง และยังส่งผลต่อไขกระดูกและอวัยวะส่วนอื่นด้วย พบบ่อยเป็นอันดับ 2  อาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดเนื้อร้าย ดังนี้

  • เหนื่อยล้า อ่อนแรง
  • น้ำหนักตัวลดลง
  • มีไข้
  • เหงื่อออก
  • บวมที่ต่อมน้ำเหลืองโดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ

 

โรคมะเร็งสมองและไขสันหลัง

พบบ่อยเป็นอันดับ 3 แบ่งออกเป็นหลายชนิด ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอก อาการ ดังนี้

  • ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
  • มองเห็นเป็นภาพซ้อนหรือภาพเบลอ 
  • ชัก
  • มีปัญหาในการเดินหรือการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer-in-children

https://www.medumore.org/infographic/PediatricOncology

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ