
ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว
ประชุม IMF-World Bank 2026 ถกยุทธศาสตร์การเงินสีเขียว ธนาคารโลกผนึก 25 แบงก์เอเชีย เร่งระดมทุนภูมิอากาศ จีนกาง 5 กุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน
KEY
POINTS
- ธนาคารโลกเร่งระดมทุนด้านภูมิอากาศ โดยปีที่ผ่านมาได้อนุมัติเงินทุนรวมกับภาคเอกชนกว่า 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดตั้งเครือข่ายร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 25 แห่งในเอเชีย
- จีนชี้ 5 กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จสร้างระบบการเงินสีเขียว ได้แก่ Taxonomy ที่ชัดเจน, การเปิดเผยข้อมูล, ผลิตภัณฑ์การเงินที่หลากหลาย, มาตรการจูงใจ และการสร้างศักยภาพ
- เวทีเสวนาในการประชุม IMF-World Bank Group เน้นย้ำถึงความร่วมมือระดับโลกในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่ยืดหยุ่น ผ่านการสนับสนุนทางการเงินและองค์ความรู้จากองค์กรระหว่างประเทศ
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ในวันที่ 16 ต.ค.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร คือ การเสวนาในหัวข้อ “Financing a Resilient Green Economy”
การเสวนาดังกล่าว ได้รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำระดับนโยบายจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารโลก ผู้กำกับดูแลตลาดทุน และผู้เชี่ยวชาญการเงินสีเขียวระดับสากล
ธนาคารโลกจับมือ 25 แบงก์เอเชีย ดันความยั่งยืน
Paschal Donohoe กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านองค์ความรู้ (Managing Director and Chief Knowledge Officer) กลุ่มธนาคารโลก กล่าวถึงบทบาทของสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) ในการสนับสนุนประเทศเศรษฐกิจใหม่ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน
โดยธนาคารโลกดำเนินบทบาท 2 ด้านหลัก คือ การใช้เงินทุนภาครัฐจากงบดุลของตนเอง และการระดมทุนจากภาคเอกชน ผ่านการการันตีและกฎระเบียบ
ทั้งนี้ ในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้อนุมัติเงินทุนจากงบดุลจำนวน 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการด้านภูมิอากาศ และสามารถระดมทุนภาคเอกชนเพิ่มเติมได้อีก 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็น 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีเดียว ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของเงินทุนด้านภูมิอากาศทั้งหมดที่ MDBs สร้างขึ้น
Donohoe เน้นย้ำเรื่องการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศสามารถช่วยสร้างหรือปกป้องตำแหน่งงานได้สูงถึง 150 ล้านตำแหน่ง ภายในปี 2050
ธนาคารโลกใช้รายงานวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศและการพัฒนาประเทศ (CCDR) บูรณาการเข้ากับกรอบความร่วมมือรายประเทศ (CPF) สูงถึง 80% เพื่อให้คำแนะนำเชิงนโยบายแก่รัฐบาล พร้อมทั้งตั้งเครือข่าย Alliance for Green Commercial Banks ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 25 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมสินทรัพย์กว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า กลุ่มธนาคารโลกชูบทบาทสำคัญของพื้นที่ป่าไม้ในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การสร้างงาน และการดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ โดยเน้นการทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเคารพการตัดสินใจของแต่ละประเทศ
กาง 5 กุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน
Dr.Ma Jun ประธานสถาบันการเงินและความยั่งยืน (Institute of Finance and Sustainability: IFS) และประธานเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (Capacity-building Alliance of Sustainable Investment: CASI) ได้แบ่งปันประสบการณ์กว่า 12 ปี ในการสร้างระบบนิเวศการเงินสีเขียวในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสินเชื่อและพันธบัตรสีเขียวคงค้างสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ระบุถึง 5 องค์ประกอบของระบบนิเวศการเงินสีเขียวที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่
1. Taxonomy ที่ชัดเจน ตารางระบุประเภทกิจกรรมสีเขียวช่วยลดต้นทุนการตรวจสอบและการประเมินได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับแนวทางอิงหลักการ พร้อมป้องกันการฟอกเขียว
2. การเปิดเผยข้อมูลระดับโครงการ รายงานผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม เช่น การลดมลพิษและการลดคาร์บอน
3. ชุดผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย สินเชื่อ พันธบัตร หุ้น กองทุน ETF และประกันภัยสีเขียว
4. มาตรการจูงใจทางตลาด การอุดหนุนและมาตรการลดต้นทุนดอกเบี้ยกู้ยืมสีเขียวลง 0.20% เมื่อเทียบกับสินเชื่อทั่วไป ซึ่งช่วยดันการเติบโตของสินเชื่อสีเขียวสูงถึง 40% ต่อปีในเมืองนำร่อง
5. การสร้างศักยภาพ โครงการ CASI (Capacity Building Alliance for Sustainable Investment) ได้ฝึกอบรมบุคลากรไปแล้วกว่า 10,000 คน จาก 500 สถาบันในประเทศกำลังพัฒนา
รวมไปถึงการพัฒนา Adaptation Projects ให้ระดมทุนได้ ผ่านแพลตฟอร์ม Green Accelerator โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เช่น 1) การดักเก็บและกรองน้ำฝนเป็นน้ำดื่มเพื่อลดน้ำท่วมและสร้างรายได้ขายน้ำ 2) เมล็ดพันธุ์ทนทานสภาพอากาศที่ลดการใช้น้ำลง 30% และเพิ่มผลผลิต 15% และ 3) ระบบชลประทานอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับพยากรณ์อากาศ
สำหรับเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะ โดยการทดแทนรถจักรยานยนต์น้ำมันด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-bikes) ที่ใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะขยายผลสู่ระดับหลายล้านคันเพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
IOSCO ดันมาตรฐาน ISSB ยกระดับรายงานยั่งยืนโลก
Jean-Paul Servais ประธานคณะกรรมการองค์การคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Organization of Securities Commissions: IOSCO) และประธานหน่วยงานกำกับดูแลบริการและตลาดการเงินของเบลเยียม (Financial Services and Markets Authority: FSMA) ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดทุนและการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ผ่านมาตรฐานรายงานความยั่งยืน
ทั้งนี้ การสร้างมาตรฐานการรายงานระดับสากล IOSCO ซึ่งดูแลหน่วยงานกำกับดูแลใน 130 เขตอำนาจรัฐ ครอบคลุม 95% ของตลาดการเงินโลก ได้รับรองมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน ISSB (International Sustainability Standards Board)
ในปัจจุบันมีมากกว่า 80 เขตอำนาจรัฐ ที่นำมาตรฐาน ISSB ไปปรับใช้ในกฎหมายภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นการยอมรับที่รวดเร็วอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับมาตรฐานบัญชี IFRS ในอดีต
สำหรับแนวทางการดำเนินงานด้านธรรมชาติ กำลังจัดทำรายงานและหลักปฏิบัติเพื่อเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรับให้เหมาะกับบริบทและเน้นการสร้างศักยภาพของสถาบัน
ขณะที่เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการสื่อสารและสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง แก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ เพื่อให้การรายงานข้อมูลความยั่งยืนมีคุณภาพ เปรียบเทียบกันได้ และนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนจริงในระยะยาว







