posttoday

กรมการแพทย์แผนไทยฯ วิจัย ‘ตำรับยาแผนไทย’ ทดแทน ‘ไวอากร้า’

21 ตุลาคม 2568

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมดัน 'ตำรับยาแผนไทย' รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทดแทน 'ไวอากร้า' หลังพบชายไทยอายุ 40 ปีขึ้นไปมีปัญหาร้อยละ 43

KEY

POINTS

  • กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมวิจัยตำรับยาแผนไทยสำหรับรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนยาแผนปัจจุบัน
  • ตำรับยาที่นำมาศึกษาเป็นสูตรยาแผนไทยแห่งชาติที่เน้นใช้สมุนไพรรสร้อนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เช่น ตำรับยาแก้องคชาตตาย และยาบำรุงสำหรับบุรุษ
  • มีการเริ่มวิจัยนำร่องแล้วในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมีแผนสนับสนุนการวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ

ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มุ่งอนุรักษ์ต่อยอดภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะ         การคุ้มครองตํารับยาและตําราการแพทย์แผนไทยที่มีคุณค่า

ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติที่น่าสนใจที่เน้นแก้ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของชายไทย จากข้อมูลระบาดวิทยาตั้งแต่ปี 2547 ชี้ว่าชายไทยอายุ 40-70 ปี มีปัญหาหย่อนสรรถภาพทางเพศสูง ถึงร้อยละ 43 และปัจจุบันก็มีแนวโน้มสูงขึ้น

ตามหลักการแพทย์แผนไทย อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ภาวะองคชาตตาย เกิดจากความบกพร่องของธาตุลม ส่งผลโดยตรงต่อการไหลเวียนโลหิตและระบบประสาท การรักษาจึงเน้นการปรับสมดุลธาตุลมและธาตุไฟเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูกำลัง

 

ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติที่นำมาใช้ ได้แก่

 

  • ตำรับเฉพาะแก้องคชาตตาย ยาบำรุงสำหรับบุรุษ สูตร 1

มีส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ บัวขม (หัว) 7 ส่วน, ขิง, ดีปลี, ชะพลู (ผล), ผักเสี้ยนผี, พริกไทย, มะเขือขื่น, ไม้เท้ายายม่อม อย่างละ 1 ส่วน

 

  • ตำรับยาบำรุงสำหรับบุรุษสูตร 2

ประกอบด้วย บัวขม (หัว), ผักคราด (ดอก), มะเขือขื่น (ผล),  มะแว้งเครือ, มะแว้งต้น อย่างละ 1 ส่วน

 

  • ตำรับยาแก้องคชาตตาย

ประกอบด้วย ดีปลี, ชะพลู, พริกชี้ฟ้า, ขิง, ลูกจันทน์, กระวาน, สะแก (ราก), อย่างละ 1 ส่วน และกัญชา 7 ส่วน

 

ทั้งยาบำรุงสำหรับบุรุษ สูตร 1 และ 2 และตำรับยาแก้องคชาตตายหรือการใช้สมุนไพรที่มีรสร้อน เพื่อเร่งการไหลเวียนโลหิต ช่วยเสริมฤทธิ์ในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ

 

ดร.นันทศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร ในฐานะโรงพยาบาลผ่านมาตรฐาน GMP ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้นำตำรับยาแก้องคชาตตายไปใช้ในการวิจัยเพื่อรักษาผู้ป่วยและเสริมฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

การผลักดันตำรับยาเหล่านี้เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติและระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นทางวิชาการและมูลค่าตลาดสมุนไพรไทย กรมแพทย์แผนไทยฯจึงเตรียมสนับสนุนการวิจัยทางคลินิกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งตำรับยาเหล่านี้ถือเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายประเทศแห่งสุขภาพอนามัยเชิงป้องกัน  (Wellness Thailand) และยกระดับการแพทย์แผนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล

 

ทั้งนี้ Grand View Research บริษัทวิจัยตลาดและที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ระดับสากล ในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าตลาดยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction - ED) ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 1,070 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,760 ล้านบาทภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 8.8%

ข่าวล่าสุด

เอกนิติ ยังไม่ชงคนละครึ่งพลัส เข้าครม. พรุ่งนี้ เหตุแหล่งเงินยังไม่ชัด