
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผันผวน Nasdaq ร่วงนำ นักลงทุนจับตางบ Big Tech
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผันผวน Nasdaq อ่อนตัวก่อนงบ Big Tech ขณะที่รคาน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์จากตะวันออกกลาง ดันทองคำทะยานรับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในวันพุธ (23 ก.ค.) ด้วยทิศทางผันผวน โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงมากที่สุดจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ขณะที่นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Alphabet และ Tesla ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในกลุ่ม "Magnificent Seven" ที่จะประกาศงบการเงิน และอาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการลงทุนมหาศาลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด
บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์
กระตุ้นความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว และส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลงเพียง 6.06 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 52,218.58 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 10.24 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 7,498.96 จุด และ Nasdaq Composite ปรับตัวลง 146.30 จุด หรือ 0.57% ปิดที่ 25,690.90 จุด
แม้ว่าดัชนีหลักของตลาดจะยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุด หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่แรงซื้อเริ่มชะลอลงจากความผันผวนของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่และแรงขายในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์
อย่างไรก็ตาม ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index ปิดบวก 0.4% ฟื้นตัวจากการอ่อนตัวระหว่างวัน และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลงจนเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market)
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 3.3% ปิดที่ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง
ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น ภายหลังช่วงผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศสิ้นสุดลงในเดือนนี้
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังขู่เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน หากสถานการณ์ยังคงยกระดับ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับแรงซื้อทางเทคนิคและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำ Spot Gold เพิ่มขึ้น 1.7% ปิดที่ 4,145.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังระหว่างวันแตะระดับ 4,165.87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปิดบวก 1.9% ที่ 4,151.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์







