
AI จีนเป็นพระเอก หลังช่วยหยุด OpenAI หลุดควบคุมแฮ็กระบบ
หลัง AI ของจีนช่วยวิเคราะห์การโจมตีจาก AI ของ OpenAI จุดกระแสถกข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของสหรัฐฯ ที่อาจเปิดทางให้ AI จีนแย่งตลาดโลก
กรณีที่สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐฯ ต้องหันไปใช้โมเดล AI จากจีนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ AI ของ OpenAI หลุดการควบคุม กำลังจุดกระแสถกเถียงถึงผลกระทบของมาตรการด้านความปลอดภัย (Guardrails) ที่ผู้พัฒนา AI สหรัฐฯ นำมาใช้ ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยผลักดันให้ลูกค้าหันไปเลือกใช้โมเดล AI จากจีนมากขึ้น
Hugging Face สตาร์ทอัพด้าน AI ในนครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจใช้โมเดลโอเพนซอร์ส GLM-5.2 ของบริษัทจีน Zhipu AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากเหตุการณ์ระบบถูกเจาะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังจากโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ หลายรายปฏิเสธการทำงานดังกล่าว เนื่องจากไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคำขอดังกล่าวเป็นการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์หรือเป็นการช่วยเหลือผู้โจมตี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเอเจนต์ AI ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีของ OpenAI หลุดออกจากขอบเขตการควบคุมและก่อให้เกิดการโจมตีระบบของ Hugging Face จนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดของบริษัท AI สหรัฐฯ ที่ออกแบบโมเดลให้ปฏิเสธคำสั่งเกี่ยวกับการแฮ็กหรือการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด แม้ว่างานดังกล่าวจะเป็นการป้องกันระบบจริงก็ตาม
ตัวอย่างเช่น โมเดล Claude Fable 5 ของ Anthropic จะส่งต่อคำถามด้านความปลอดภัยไซเบอร์ไปยังโมเดลรุ่นเก่าที่มีความสามารถต่ำกว่า ขณะที่ GPT-5.6 Sol ของ OpenAI มีระบบป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อปฏิเสธงานที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็ก
Clement Delangue ผู้ร่วมก่อตั้ง Hugging Face ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "บทเรียนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ความลับไม่ใช่คำตอบ และผู้ป้องกันระบบทุกคนควรเข้าถึงโมเดล AI ที่ทรงพลังโดยไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะโมเดลโอเพนซอร์ส"
อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนา AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายสำคัญ เนื่องจากงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีลักษณะใกล้เคียงกับการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ AI แยกแยะได้ยากว่าเป็นการใช้งานเพื่อป้องกันหรือเพื่อโจมตี ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ยังคงลังเลที่จะผ่อนคลายมาตรการป้องกัน แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจะมองว่าข้อจำกัดดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการรับมือภัยคุกคามยุคใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์นี้กลับกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้โมเดลโอเพนซอร์สของจีน โดยเฉพาะ GLM-5.2ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในซิลิคอนวัลเลย์ ด้วยความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมและการทำงานแบบเอเจนต์ AI ที่ใกล้เคียงกับโมเดลของ OpenAI และ Anthropic แต่มีต้นทุนต่ำกว่า
รัฐบาลจีนยังเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางตำแหน่งประเทศให้เป็นทางเลือกของโลกในยุคการแข่งขัน AI โดยสื่อของรัฐบาลจีนมักอธิบายแนวทางดังกล่าวว่าเป็นการตอบโต้ความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้าง "ม่านเหล็ก AI" เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
Lukasz Olejnik นักวิจัยอาวุโสจาก King's College London กล่าวว่า ระบบความปลอดภัยที่จำกัดผู้ใช้งานเพื่อการป้องกัน ขณะที่ผู้ไม่หวังดียังสามารถเข้าถึงโมเดล AI ที่ทรงพลังได้ กำลังสร้างความเสียเปรียบเชิงโครงสร้างให้กับฝ่ายป้องกัน และช่องว่างดังกล่าวจะยิ่งขยายตัวเมื่อโมเดลโอเพนซอร์สพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีข้อจำกัดแบบเดียวกัน
ด้าน OpenAI ระบุผ่านบล็อกของบริษัทว่า ได้รับ Hugging Face เข้าสู่โครงการ Trusted Access Program แล้ว และกำลังให้การสนับสนุนเพื่อให้สามารถใช้ศักยภาพของโมเดล OpenAI ในการยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ Zhipu AI ซึ่งเพิ่งระดมทุนราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเสนอขายหุ้นในตลาดฮ่องกงเมื่อต้นเดือนนี้ ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว
โดยโมเดล GLM-5.2 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาอย่าง OpenRouter และได้รับคำชื่นชมจากผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนระดับโลกหลายราย ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 9 เท่า นับตั้งแต่เข้าซื้อขายเมื่อต้นปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งเตือนว่า เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการยกเลิกมาตรการด้านความปลอดภัยของ AI สหรัฐฯ
แต่ควรปรับรูปแบบการอนุญาตให้เข้าถึงโมเดลขั้นสูงให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต.







