
ส่องกลยุทธ์ รพ.พญาไท-พหลโยธิน เมื่อโรงพยาบาลไม่ได้มีไว้แค่ ‘รักษาผู้ป่วย’ อีกต่อไป
ส่องกลยุทธ์ รพ.พญาไท-พหลโยธิน เมื่อโรงพยาบาลไม่ได้มีไว้แค่ ‘รักษาผู้ป่วย’ อีกต่อไป เพราะพลิกโฉมไปสู่โรงพยาบาลที่จะดูแลตั้งแต่ไม่เจ็บป่วย!
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รพ.พญาไท-พหลโยธิน จัดแถลงข่าวการพลิกโฉมครั้งสำคัญของโรงพยาบาล ท่ามกลางจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ใจกลางย่านคนทำงานและใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร คือในเขตพหลโยธิน สะพานควาย อารีย์ ถัดไปอีกหน่อยก็คือปทุมวันและสยาม
นอกจาก จุดแข็งกลางย่านสำคัญใจกลางกรุงฯ และการพลิกโฉมที่ลงลึกถึงการดีไซน์ ซึ่งตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้มาใช้บริการแล้ว ยังมุ่งเป้าปั้นโรงพยาบาลไปสู่ ‘การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม’ (Wellness & Preventive) ซึ่งเป็นเทรนด์ของการดูแลสุขภาพยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน พูดง่ายๆ คือ ไม่ปล่อยให้อาการล่วงล้ำไปจนซับซ้อนต่อการรักษา
การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของไทยในยุคก่อนหน้านี้นั้น มักจะแยกออกจากโรงพยาบาลอย่างชัดเจน ในขณะที่โรงพยาบาลมีหน้าที่เพียงปลายทาง คือ รักษาเมื่อมีอาการหรืออาการลุกลามแล้ว คนไทยมักจะเห็นศูนย์ Wellness Center ต่างๆ ที่ตั้งตัวแยกอิสระ หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมนี้มักจะถูกพูดถึงในลักษณะของการดูแลในเชิงของการแพทย์ทางเลือกเสียมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลานี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โรงพยาบาลหลายแห่งได้นำการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเข้ามามีส่วนในการดูแลผู้ป่วย ประโยชน์นอกจากที่คนไข้จะได้รับการดูแลตั้งแต่แรกเริ่ม ยังมีประโยชน์ไปสู่ภาพรวมการดูแลสุขภาพของทั้งประเทศ ทั้งลดภาระหนักของแพทย์ ลดงบประมาณการดูแลสุขภาพของผู้คนซึ่งมักจะเสียงบประมาณสูงมากขึ้นหากเจ็บป่วยร้ายแรง
เมื่อดูตัวอย่างจากรายงานที่เผยแพร่โดย Institute of Medicine (US) รายงานว่า การให้บริการเชิงป้องกันสุขภาพ หากสามารถเข้าถึงประชาชนชาวสหรัฐอเมริกาได้กว่า 90% จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ถึง 3.1% ของค่าใช้จ่ายสุขภาพส่วนบุคคล หรือลดได้ในระดับเกือบ 2 ล้านล้านบาทต่อปี!
ย้อนกลับมาดูที่โรงพยาบาลพญาไท-พหลโยธิน กับการแถลงข่าวที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทางผู้บริหารได้เตรียมพร้อมสำหรับการพลิกโฉมครั้งสำคัญของโรงพยาบาล เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ที่จะมุ่งไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิด ‘Value Personalized Care ราคาเข้าถึงได้ บริการเข้าใจคุณ’ มีหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
การลงทุนเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย แม่นยำ และปลอดภัย อาทิ บริการที่ ‘beyond standard’ เช่น การตรวจยีน (Genetic) เพื่อหาความเสี่ยงโรค, การให้วิตามินเสริมเฉพาะบุคคล, และมีเครื่องมืออย่าง VO2 Max สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายอย่างจริงจัง
การยกระดับศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่มีความต้องการสูง โดย 5 อันดับสาขาหลักที่มีผู้เข้ารับบริการมากที่สุดได้แก่
- ศูนย์ตรวจสุขภาพและ Wellness
- แผนกศักลยกรรมส่องกล้อง (MIS)
- สถาบันกระดูและข้อ (MSK)
- ศูนย์ทางเดินอาหารและการส่องกล้อง (GI)
- ศูนย์หัวใจ
พัฒนาบริการตรวสุขภาพและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับบุคคลและองค์กร โดยการส่งหน่วยตรวจสุขภาพเชิงรุกให้บริการกับบริษัทที่เข้าร่วม อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือการปรับปรุงอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน
เพราะหัวใจของการพลิกโฉมจาก โรงพยาบาลที่ทำการรักษา ไปสู่ โรงพยาบาลที่จะดูแลสุขภาพของคุณตั้งแต่ยังไม่เริ่มป่วย ส่วนสำคัญคือ ‘การทำให้โรงพยาบาลน่าเข้าไปใช้บริการ’
ด้าน นพ.ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พญาไท 1, รพ.พญาไท 2 และ รพ.พญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน จะทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพญาไท 1 และ 2 ในเครือ BDMS ทำให้มีเครื่องมือและบุคลากรพร้อมสนับสนุนครบครัน และทิศทางของโรงพยาบาลที่มุ่งเน้นไปยัง Wellness และการป้องกันโรค มากขึ้น ถือว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนไข้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีสุขภาพดีขึ้น (Total Life Modification)







