
นายกฯ คิกออฟ 30 บาทฯ กทม. จังหวัดที่ 46 ย้ำเป็น นโยบายที่ภาคภูมิใจที่สุด!
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่ กทม. เป็นจังหวัดที่ 46 ย้ำภายในปี 67 จะขยายโครงการครอบคลุมทุกจังหวัด เผยเป็นนโยบายที่สร้างความภาคภูมิใจที่สุดให้แก่พรรค! แจงความสำเร็จตลอด 8 เดือน พบลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการรอ และผู้ป่วยพึงพอใจกับนโยบายกว่า 98%
วันนี้ (27 กันยายน 2567 ) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปาฐกถา “จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า” ในพิธีเปิดงาน 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 46 ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. ว่า
พอพูดถึง 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ได้ยินนโยบายนี้มาตั้งแต่ตอนตนอายุ 8-9 ขวบ และไม่ว่าไปที่ไหนก็มีจะได้ยินคนขอบคุณและพูดถึงนโยบายนี้มาเสมอ ขอยกตัวอย่างสั้นๆ ว่าคุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร) ได้กลับมาที่บ้าน และเล่าให้ฟังว่าไปต่างจังหวัดมา มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาหา และเปิดแผลให้ดู พร้อมพูดว่าไปผ่าตัดหัวใจมาด้วยสิทธิ 30 บาท ซึ่งทำให้คุณพ่อภาคภูมิใจมากในฐานะหัวหน้ารัฐมนตรี ซึ่งเบื้องหลังนโยบายนี้มีคนทำงานอีกมากมายที่ทำให้นโยบายนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ และถึงมือประชาชน โดยไม่ต้องล้มละลาย หรือกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล
จากนโยบายของพรรคไทยรักไทยในวันนั้น สู่พรรคเพื่อไทยในวันนี้ เราจึงมีความภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายที่สร้างความภาคภูมิใจที่สุดให้แก่เรา และถึงวันนี้ก็ถึงเวลาที่จะต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรคเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งได้เก็บตัวอย่างทั้งข้อดีและข้อเสียมาโดยตลอดและพร้อมที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ 23 ปี 30 บาทรักษาทุกที่ มาถึงกรุงเทพมหานครแล้ว ตนอยากจะถามประชาชนว่าเวลาเจ็บปวดเบื้องต้นไปหาคุณหมอที่ไหนบ้าง บางคนก็ต้องไปรอที่โรงพยาบาลใหญ่ บางคนมีทุนทรัพย์มากหน่อยก็ไปโรงพยาบาลเอกชน และเสียเงินมากพอสมควร บางคนต้องเสียเวลารอนานทั้งตัวผู้ป่วยและญาติเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรามองเห็นและพร้อมที่จะแก้ไข
โรงพยาบาลในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาระบบสาธารณสุขเบื้องต้นอยู่มาก ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ เท่านั้น เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลกว่า 7,000 แห่ง และประจำอำเภออีก 800 แห่งทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครจึงขาดสถานพยาบาลที่จะดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในระดับต้นและกลาง ในโครงการนี้ การเจ็บป่วยขั้นพื้นฐาน ผู้ป่วยสามารถเข้าไปที่คลินิกและร้านขายยา ก็ได้รับการรักษาขั้นมาตรฐานเหมือนกัน เพราะโรงพยาบาลใหญ่เหมาะกับการรักษาที่ตอบโจทย์โรคร้ายแรงมากกว่า
นอกจากนี้ นายกอิ๊งค์ ยังได้สรุปการดำเนินงานตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาว่า การดำเนินงานโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และมีผลงานคือ
1 ใน 4 ของผู้ป่วยเลือกใช้บริการคลินิกเอกชนใกล้บ้านแทนโรงพยาบาล ลดความแออัด ภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และลดค่าใช้จ่ายการเดินทางมาโรงพยาบาลเฉลี่ย 160 บาทต่อครั้ง และลดระยะเวลาการรอลง 50% จากเฉลี่ย 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ยังลดภาระการขาดงานของผู้ป่วยและญาติที่มาด้วยกัน 98% พึงพอใจกับนโยบายนี้เป็นอย่างมาก
ซึ่งนโยบายดังกล่าวเริ่มต้นครั้งแรกในวันที่ 7 มกราคม 2567 เริ่มใน 4 จังหวัดนำร่อง และขยายครอบคลุมเพิ่มเติม และในวันนี้เองจะเป็นวันประวัติศาสตร์ทางด้านสาธารณสุขไทยที่ต้องบันทึกไว้ โดยนำกรุงเทพมหานครเข้าอยู่ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นจังหวัดที่ 46 ของโครงการ และรัฐบาลอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าภายในปี 2567 รัฐบาลจะขยาย 30 บาทรักษาทุกที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกตารางนิ้วบนประเทศไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้รวดเร็วขึ้น โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแล และขอย้ำอีกครั้งว่า คนกทม. อย่าลืมมองหาสัญลักษณ์ 30 บาทรักษาทุกที่ และสามารถเข้ารับบริการได้ทันที







