
Upcycling ถุงน้ำยาล้างไต ตัวอย่างแฟชันยุคยั่งยืน เท่ห์ด้วยช่วยโลกได้
เปลี่ยน 'ถุงน้ำยาล้างไต' ให้เป็นแฟชั่น ความสำเร็จของแฟชั่นที่ยั่งยืน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยากมี Smart Life ในแบบเท่ห์ด้วยช่วยโลกได้
ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเทรนด์แค่เฉพาะการดำเนินธุรกิจ แต่คือเทรนด์ของการใช้ชีวิตในยุคนี้ ที่ต้องมีชีวิตที่ดีไปพร้อมกับการช่วยดูแลโลกไปด้วยถึงจะเรียกได้ว่า ‘เท่ห์’ อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับโลกของแฟชันในปี 2024 ที่มีคนมองว่าการผลิตสินค้าแฟชันที่ใส่ใจโลกและสิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่จะได้รับการผลักดันมากที่สุด และยุคของฟาสต์แฟชั่นกำลังจะจางหายไป
‘กระเป๋ารักษ์โลกจาก ถุงน้ำยาล้างไต’ ของ Scrap Shop ศูนย์พัฒนาออกแบบ และให้คำปรึกษาในการออกแบบพัฒนาและผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เข้ามาตอบโจทย์ดังกล่าว ที่สามารถช่วยโลกและใช้ได้จริง แถมยังเท่ห์ไม่หยอก! ซึ่งเป็นฝีมือและผลงานจากคนไทยโดยแท้
กระเป๋าจากถุงน้ำยาล้างไตนี้ มาจากแนวคิดที่ว่า “ถุงน้ำยาล้างไต” ถูกทิ้งเป็นขยะมากถึงราว 1 ล้านใบต่อเดือนยากต่อการย่อยสลายเพราะทำจากพลาสติกคุณภาพสูง แต่สะอาด หนานุ่มมีความแข็งแรงมากๆ เทียบเท่าหนังวัวหลังจากทดลองในแล็ป จึงเกิดแนวคิดที่จะนำมาอัพไซเคิลเป็น “กระเป๋า” ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘Scrap Shop’ เพื่อไม่ให้เกิดการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งซึ่งจะเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ป่วยไตเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลจากการศึกษาจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ประมาณร้อยละ 17.6 ของคนไทยป่วยเป็นโรคไต คิดเป็นผู้ป่วยราว 8 ล้านคน 80,000 คนเป็นไตวายระยะสุดท้าย และมีแนวโน้มมากขึ้นเป็นทุกปี ๆ ซึ่งส่งผลให้วัสดุในการรักษาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะถุงน้ำยาล้างไต ซึ่งหากไม่ทำอะไรก็จะกลายเป็นเพียงแค่ขยะนั่นเอง!
โดยการคัดเลือกถุงจะมาจาก “ถุงบน” ซึ่งเป็นถุงสำหรับให้สารอาหารแก่ผู้ป่วย และมาจากผู้ป่วยที่ไม่มีโรคติดต่อเท่านั้น นอกจากนั้น ก่อนจะนำมาเข้ากระบวนการต่างๆ ต้องผ่านการล้าง ฆ่าเชื้อ เพื่อความมั่นใจด้านความสะอาดปลอดภัย เนื่องจากถุงบนสะอาดมาก เพราะว่าถุงบนนั้นหากไม่สะอาดจะไม่สามารถปล่อยน้ำยาลงในไตคนไม่ได้ ส่วนถุงล่างเป็นสารที่ปล่อยของเสียออกมาซึ่งไม่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการนี้
นอกจากนี้การ Upcycle ในปัจจุบัน มุมมอของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความกลัวในเรื่องความปลอดภัย ไม่เหมือนกับช่วงแรก เพราะมั่นใจในกระบวนการทำความสะอาด และมีความตระหนักในเรื่องของกระบวนการ Upcycle มากขึ้น
ซึ่งแหล่งที่มามาจาก 2 แหล่งด้วยกันคือ แหล่งแรกจากผู้ป่วยโดยตรง ล้างแล้วส่งมาซึ่งในกระบวนการนี้จะได้กิโลกรัมละ 25 บาท แต่หากมาส่งตรงที่เกษตรศาสตร์จะได้กิโลกรัมละ 35 บาท อีกแหล่งหนึ่งคือจากโรงพยาบาลโดยตรง โดยกลุ่มนางพยาบาลจะส่งมาให้
นอกจากนี้ ยังมีการกระจายรายได้และการจ้างงานไปยังชุมชน โดยเริ่มต้นจากชุมชนดินแดง ซึ่งเป็นชุมชนผู้สูงอายุ โดยทางแล็ปนำเครื่องมือเข้าไปเพื่อสอนให้ใช้ สำหรับการรีดถุงและต่อถุง จนเกิดการสร้างรายได้และการจ้างงานให้แก่ชุมชนและผู้สูงอายุด้วยอีกทางหนึ่ง โดยแผ่นหนึ่งจะสนนราคาอยู่ที่ 20-50 บาท เมื่อรีดเสร็จก็มีการสอนให้เย็บด้วย แต่ถ้าหากเป็นขั้นตอนการตัดเย็บที่มีรายละเอียดเยอะจะหาธุรกิจในระดับ SME เข้ามาช่วยซัพพอร์ต ซึ่งความตั้งใจของผู้ผลิตคือการจัดตั้งฐานผลิตแบบนี้ทั้งทำได้และเย็บเองได้ ซึ่งหากทำได้จะทำให้ปริมาณของขยะถุงน้ำยาล้างไตลดลงอย่างรวดเร็ว และเกิดประโยชน์ที่กว้างมากขึ้น
โดยปัจจุบันกระเป๋าจาก Scrap Shop นั้นทำมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งจากในประเทศจนของใน Stock หมด! และมีการติดต่อจากต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดขยะแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายแก่ผู้ป่วยไปด้วยพร้อมกัน อีกทั้งยังสร้างงานให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชน นับเป็นอีกโมเดลที่ตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่ความยั่งยืนและการดูแลโลกใบนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าจะอยู่ในวงการใดก็ตาม.







