
ติดโซลาร์รับเงินหนุน 5 หมื่น! คลังเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ปั้น 1 ล้านครัวเรือนผลิตไฟใช้เอง
กระทรวงการคลังขานรับนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน วงเงินสนับสนุน 5 หมื่นล้านบาท อุดหนุนค่าอุปกรณ์และติดตั้งครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท พร้อมผนึก 3 แบงก์รัฐ ได้แก่ ออมสิน ธอส. และ ธ.ก.ส. ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี เปิดทางประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลดค่าไฟฟ้า เพิ่มโอกาสขายไฟส่วนเกินคืนรัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการรับอานิสงส์สินเชื่อขยายธุรกิจและลดค่าธรรมเนียม Bank Guarantee เหลือ 350-500 บาท
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังขานรับนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน วงเงินสนับสนุน 5 หมื่นล้านบาท อุดหนุนค่าอุปกรณ์และติดตั้งครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท
- พร้อมผนึก 3 แบงก์รัฐ ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี เปิดทางประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลดค่าไฟฟ้า เพิ่มโอกาสขายไฟส่วนเกินคืนรัฐ
- ขณะที่ผู้ประกอบการรับอานิสงส์สินเชื่อขยายธุรกิจและลดค่าธรรมเนียม Bank Guarantee เหลือ 350-500 บาท
เพจกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance โพสต์เฟสบุ๊กระบุว่า กระทรวงการคลังขานรับนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ พร้อมหนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านสถานบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสนับสนุนโครงการโซลาร์ภาคประชาชนของรัฐบาลที่มีการสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท
ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการออกแบบนโยบายให้เกิดประโยชน์ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่
1) ลดรายจ่ายให้กับประชาชน โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ในตอนกลางวันและใช้เองจะมีผลให้บิลค่าไฟฟ้าต่อเดือนลดลง
2) เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินในตอนกลางวันและใช้ไม่หมด สามารถขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้
และ 3) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เนื่องจากบ้านจำนวน 1 ล้านหลัง สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ถึง 5,000 เมกกะวัตต์
เป็นการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำหรับผลิตไฟฟ้า มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานของไทยในอนาคต
ดังนั้นกระทรวงการคลังโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงออกมาตรการสนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนที่มีความประสงค์จะติดตั้งโซล่าแต่มีข้อจำกัดด้านการเงิน
โดยออกแบบเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนในระยะยาว
และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
อีกทั้งในส่วนของผู้ประกอบการจะเป็นโอกาสดีในการขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการติดตั้งโซล่าในระดับ 1 ล้านหลัง
โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่ง สนับสนุนสินเชื่อในการขยายธุรกิจ รวมถึงลดค่าธรรมเนียมการทำ Bank Guarantee สำหรับเป็นหลักประกันว่าจะสามารถดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เหลือเพียง 350-500 บาท.







