
ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ เปิดแคมปัส 40 ไร่ ชูโรงเรียนยั่งยืน LEED Gold–WELL Gold
ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ เปิดแคมปัส 40 ไร่ย่านบางนา ชูการศึกษานานาชาติควบคู่สุขภาวะและสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าคว้ามาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold
KEY
POINTS
- โรงเรียนนานาชาติดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ (DCBK) เปิดตัวแคมปัสใหม่อย่างเป็นทางการบนพื้นที่ 40 ไร่ในย่านบางนา โดยกลุ่มการศึกษานานาชาติ Education in Motion (EIM)
- ชูจุดเด่นด้านการเป็นโรงเรียนแห่งความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวระดับ LEED Gold และมาตรฐานสุขภาวะระดับ WELL Gold เป็นแห่งแรกๆ ในไทย
- ออกแบบแคมปัสโดยผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำ และระบบกรองอากาศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้เรียนเป็นสำคัญ
Education in Motion (EIM) กลุ่มการศึกษานานาชาติระดับโลก เปิดตัวโรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ (Dulwich College International School Bangkok: DCBK) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ แคมปัสแห่งใหม่ย่านบางนา บนพื้นที่ 40 ไร่ มุ่งยกระดับการศึกษานานาชาติในไทย
ด้วยแนวคิด “Students Come First” หรือผู้เรียนต้องมาก่อน พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความยั่งยืน โดยตั้งเป้ารับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED Gold และมาตรฐานสุขภาวะ WELL Gold
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีและศิษย์เก่า Dulwich College กรุงลอนดอน รวมถึงผู้บริหาร Education in Motion และบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด พันธมิตรร่วมพัฒนาโครงการ
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการรดน้ำต้นเสม็ดแดงแทนการตัดริบบิ้น เพื่อสื่อถึงความเคารพต่อธรรมชาติและความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่การจัดงานเลือกใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำหรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพ พร้อมร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจัดการขยะอาหารภายในงาน
นายเฟรเซอร์ ไวท์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร Education in Motion (EIM) กล่าวว่า การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเป็นหัวใจของการพัฒนาโรงเรียน โดยมุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่กับความยั่งยืน เพื่อบ่มเพาะนักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองโลกที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมได้
ด้านนายโธมัส แบนยาร์ด ครูใหญ่ โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ กล่าวว่า แนวคิด Students Come First ครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพอากาศที่นักเรียนหายใจไปจนถึงคุณภาพการเรียนการสอน โดยโรงเรียนต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพดี ปลอดภัย กล้าเรียนรู้ และเข้าใจความสำคัญของการดูแลโลก
สำหรับการออกแบบแคมปัสได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านไทยสมัยอยุธยา เน้นอาคารแนวราบที่มีสัดส่วนเหมาะสมกับผู้ใช้งาน จัดกลุ่มอาคารล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลาง Village Centre ผสานหลังคาทรงไทยเข้ากับผนังอิฐสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของดัลลิช เพื่อเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมร่วมสมัยกับมรดกทางวัฒนธรรมไทย
ด้านระบบอาคารติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำเสีย เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงระบบกรองและตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมฝุ่น PM2.5 และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ โดยมีสวนพันธุ์ไม้เขตร้อนและพื้นที่กึ่งกลางแจ้งเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียนธรรมชาติ
นายคณกร วัธนเวคิน กรรมการ บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด กล่าวว่า โครงการต้องการให้ครอบครัวในกรุงเทพฯ เข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ใกล้บ้าน ภายในพื้นที่ที่ผสานสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยเข้ากับธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมความผูกพันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
ด้านหลักสูตร โรงเรียนผสมผสานหลักสูตรปฐมวัยของอังกฤษ (EYFS) และหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของอังกฤษ เข้ากับการเรียนภาษาไทยและภาษาจีนกลาง การเรียนรู้แบบ STEAM และหลักสูตรพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Critical Thinking Curriculum) รวมถึงกิจกรรมนอกหลักสูตรมากกว่า 100 รายการ
ทั้งนี้ โรงเรียนเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 7 ในระยะแรก และมีแผนขยายการเรียนการสอนต่อเนื่องถึง Year 13 ครอบคลุมหลักสูตร A-Level และ International Baccalaureate (IB) Diploma โดยมีเป้าหมายรองรับนักเรียนสูงสุด 1,000 คนในเฟสแรก
การเปิดตัวโรงเรียนแห่งนี้สะท้อนทิศทางการลงทุนด้านการศึกษานานาชาติที่ให้ความสำคัญมากกว่าผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ โดยนำเรื่องสุขภาวะ คุณภาพอากาศ สถาปัตยกรรม และสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ
ข้อมูลสำคัญโรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ
1. ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ: โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ (DCBK)
ผู้ก่อตั้ง: Education in Motion (EIM) ร่วมกับบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด
เริ่มเปิดการเรียนการสอน: สิงหาคม 2569
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ: 5 พฤศจิกายน 2569
ที่ตั้ง: ถนนเทพรัตน ย่านบางนา กรุงเทพฯ
พื้นที่: 40 ไร่
ช่วงอายุนักเรียน: 3–18 ปี
นักเรียนรุ่นแรก: ประมาณ 200 คน
ความจุ: เฟสแรก 1,000 คน และเป้าหมายเต็มโครงการ 1,800 คน
2. หลักสูตรและการเรียนรู้
ระดับปฐมวัย (อายุ 3–7 ปี): หลักสูตร EYFS ของอังกฤษ เน้นการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ และ 3 ภาษา
ระดับ Junior School (อายุ 7–11 ปี): Enhanced English National Curriculum และ STEAM
ระดับ Senior School (อายุ 11–18 ปี): IGCSE ต่อด้วย IB Diploma หรือ A-Level
กรอบการเรียนรู้ SE21 STEAM: Robotics, AI Literacy, Design Thinking และ Entrepreneurship ตั้งแต่ Year 1
3. สถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม
ออกแบบอาคารแนวราบตามแนวคิดหมู่บ้านไทย ได้แรงบันดาลใจจากผังเมืองอยุธยา
มีอาคารส่วนกลาง Village Centre
ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และระบบบำบัดน้ำเสีย
ใช้วัสดุก่อสร้างปล่อยมลพิษต่ำ
มีระบบเติมอากาศและกรองอากาศ HEPA พร้อมเซนเซอร์ตรวจวัด CO2, PM2.5 และ TVOC
ตั้งเป้ารับรองมาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold
4. สิ่งอำนวยความสะดวก
หอประชุม Globe Theatre ห้องซ้อมดนตรี และสตูดิโอสร้างสรรค์
สระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิขนาด 50 เมตร และสระเด็ก
โรงกีฬาในร่มและสนามกีฬากลางแจ้ง
โรงอาหารรูปแบบร้านอาหาร พร้อมระบบติดตามคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบ
5. ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของเครือข่าย DCI
ผลสอบ IB Diploma ปี 2569 เฉลี่ย 37.34 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 30.88 คะแนน
นักเรียนรุ่น Class of 2026 จำนวน 575 คน
มีผู้ตอบรับเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย 490 คน หรือ 85%
นักเรียน 39 คนเลือก Gap Year
จุดหมายศึกษาต่อหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ประเทศละ 32%
มหาวิทยาลัยที่นักเรียนได้รับการตอบรับ ได้แก่ Oxford, Cambridge, Columbia, Cornell, Dartmouth และ Stanford
6. ข้อมูล Education in Motion
บริหารโรงเรียนนานาชาติ 15 แห่ง
มีนักเรียนมากกว่า 11,500 คนในยุโรปและเอเชีย
เครือข่ายประกอบด้วย Dulwich College International, Dehong, Sherfield School, Hochalpines Institut Ftan และ Green School Bali







