
BMW จับตาภาษีรถปี 2570 ขอรัฐระบุโควตานำเข้า ก่อนวางแผนธุรกิจ
คริส จู เปิดมุมมอง BMW รับโจทย์รัฐหนุนการผลิตไทย แต่แบรนด์พรีเมียมผลิตทุกรุ่นไม่ได้ ขอความชัดเจนภาษีและโควตานำเข้า เพื่อวางแผนธุรกิจปี 2570 รองรับกติกาภาษี
KEY
POINTS
- BMW แสดงความกังวลต่อความไม่ชัดเจนของโครงสร้างภาษีรถยนต์ปี 2570 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนธุรกิจของบริษัท
- เนื่องจากเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีปริมาณการผลิตต่อรุ่นน้อย ทำให้ไม่สามารถผลิตรถยนต์ทุกรุ่นในประเทศได้ จึงต้องการนโยบายที่คำนึงถึงความแตกต่างจากผู้ผลิตกลุ่มตลาดแมส
- บริษัทเรียกร้องให้รัฐบาลระบุโควตาการนำเข้ารถยนต์ที่ชัดเจนควบคู่กับการประกาศอัตราภาษีใหม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสำหรับอนาคต
“นี่เป็นคำถามที่ตอบยากมากสำหรับเรา เพราะตอนนี้เรายังไม่มีความชัดเจน”
คริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มต้นบทสนทนาถึงทิศทางธุรกิจปี 2570 ด้วยประเด็นที่ยังรอคำตอบ
นั่นคือรายละเอียดการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตและมาตรการเกี่ยวกับการนำเข้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการวางแผนของบริษัท
แม้ BMW ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับเพิ่มภาษีที่เกี่ยวข้องกับรถนำเข้ามาระยะหนึ่ง แต่ ณ เวลาที่ให้สัมภาษณ์ บริษัทยังไม่ทราบรูปแบบมาตรการที่เฉพาะเจาะจง จึงยังประเมินทิศทางธุรกิจปีหน้าได้ไม่ชัดเจน
เมื่อคุยถึงเหตุผลเบื้องหลังนโยบาย คริส จู ยืนยันว่า BMW เข้าใจเป้าหมายของรัฐบาล ทั้งการปกป้องฐานผลิต สนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ และผลักดันให้ไทยเติบโตในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกรถยนต์
ในมุมมองของเธอ รัฐบาลยังต้องการให้ไทยมีบทบาทด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัยมากขึ้นด้วย เป้าหมายจึงครอบคลุมมากกว่าการเพิ่มจำนวนรถที่ผลิตในประเทศเพียงอย่างเดียว
แต่การเดินไปสู่เป้าหมายนั้น มีข้อจำกัดต่างกันสำหรับผู้ผลิตแต่ละกลุ่ม
คริส จู เล่าว่า จากการหารือที่ผ่านมา รัฐบาลเปิดรับฟังผู้ผลิตรถยนต์ และเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ผลิตตลาดแมสกับแบรนด์พรีเมียมเฉพาะกลุ่มอย่าง BMW ซึ่งมีปริมาณรถต่อรุ่นน้อยกว่า
“เราไม่สามารถผลิตรถยนต์ทุกรุ่นของเราในประเทศไทยได้ เพราะเรามีปริมาณการผลิตที่น้อย”
ประเด็นที่ BMW ต้องการให้พิจารณา จึงเป็นการออกแบบกติกาที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของผู้ผลิตแต่ละกลุ่ม พร้อมคำนึงถึงการมีส่วนร่วมและมูลค่าที่บริษัทสร้างให้เศรษฐกิจไทยโดยรวม
คริส จู ย้ำว่า BMW มีบทบาทในไทยมากกว่าการนำรถเข้ามาจำหน่าย โดยระบุว่าบริษัทเป็นพันธมิตรระยะยาวของไทยมาตั้งแต่ปี 1998 มีทั้งการผลิตและการจ้างงาน และยังตั้งใจเพิ่มการสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลต่อไป
คำถามสำคัญสำหรับแผนปี 2570 จึงอยู่ที่ว่า ภายใต้กติกาใหม่ BMW จะนำเข้ารถยนต์ได้จำนวนเท่าใด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอะไรบ้าง
เธอคาดว่ารัฐบาลจะประกาศเรื่องภาษีสรรพสามิตในเร็ว ๆ นี้ แต่รายละเอียดมาตรการหรือโควตาบางส่วนอาจยังไม่ชัดเจน ขณะที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องเตรียมแผนธุรกิจล่วงหน้า
“ความหวังของเราคือ เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิต จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า เราสามารถนำเข้ารถยนต์ได้จริงจำนวนกี่คันภายใต้ระบบโควตานี้”
สำหรับ BMW ความชัดเจนเรื่องภาษีและจำนวนรถที่นำเข้าได้จึงต้องมาควบคู่กัน เพื่อให้บริษัทมีข้อมูลเพียงพอสำหรับวางแผนปีหน้า โดยรายละเอียดดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่ต้องหารือกับรัฐบาลต่อไป
ซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปิดท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลเข้าใจข้อจำกัดของผู้ผลิต และจะพิจารณาข้อเสนอของบริษัท เพื่อให้ BMW สามารถดำเนินธุรกิจพร้อมสนับสนุนฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ในระยะยาว







