
ลดคาร์บอนอย่างไรให้ได้กำไร? เปิด 3 โอกาสธุรกิจสีเขียวที่ไม่ควรมองข้าม
WEF-TCS เผยเศรษฐกิจสีเขียวโตทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ชี้ลดคาร์บอนช่วยเพิ่มกำไร ลดความเสี่ยง และสร้างรายได้ใหม่ แต่ธุรกิจยังขาดแผนลงทุนที่เป็นรูปธรรม
KEY
POINTS
- เพิ่มกำไร: การลดคาร์บอนช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและทรัพยากร พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการผลิต
- เสริมความยืดหยุ่น: ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและเพิ่มความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน
- สร้างรายได้ใหม่: เปิดโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองตลาดและสร้างความแตกต่าง
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และสร้างรายได้ใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรม
รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ร่วมกับทาทา คอนซัลแทนซี เซอร์วิสเซส (Tata Consultancy Services: TCS) ชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำกำลังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตไม่ควรมองข้าม
เศรษฐกิจสีเขียวโตเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่แผนปฏิบัติยังมีช่องว่าง
รายงาน Decarbonizing Manufacturing and Supply Chains for Growth: Guide for C-suite Executives ระบุว่า เศรษฐกิจสีเขียวมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเติบโตเร็วกว่ารายได้จากธุรกิจแบบดั้งเดิมถึง 2 เท่า
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประมาณสองในสามจะกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) แต่มีเพียง 8% ที่มีแผนลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม และเพียง 4% ที่จัดสรรเงินทุนเพื่อขับเคลื่อนแผนดังกล่าว
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การประกาศเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาดแผนดำเนินงาน งบลงทุน และตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการ
3 โอกาสทางธุรกิจจากการลดคาร์บอน
รายงานจัดทำโดยศูนย์เพื่อการผลิตขั้นสูงและห่วงโซ่อุปทาน (Centre for Advanced Manufacturing and Supply Chains) แห่ง WEF ร่วมกับ TCS
โดยรวบรวมข้อมูลจากการหารือกับผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 50 ราย ครอบคลุม 13 ภาคอุตสาหกรรม พร้อมระบุโอกาสสร้างมูลค่าทางธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่
- เพิ่มกำไร: ลดต้นทุนพลังงานและทรัพยากร พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการผลิต
- เสริมความยืดหยุ่น: ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและความพร้อมใช้ของพลังงาน ตลอดจนเพิ่มความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน
- สร้างรายได้ใหม่: พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความแตกต่างและขยายโอกาสทางตลาด
กรณีศึกษาชี้ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง
รายงานนำเสนอ 6 กรณีศึกษาจากภาคอุตสาหกรรม โดยมีตัวอย่างที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน ได้แก่
- Foxconn Industrial Internet: แพลตฟอร์มการออกแบบเชิงนิเวศ (Eco-design) สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 107%
- Beko: โรงงานในเมืองเอสกิเชฮีร์ ประเทศตุรกี เพิ่มกำลังการผลิต 43% พร้อมลดต้นทุนการปรับโครงสร้างลง 17%
- Schneider Electric: ในปี 2025 ผลิตภัณฑ์และบริการที่แสดงประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน สร้างรายได้คิดเป็น 75% ของรายได้ทั้งหมด
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การลดคาร์บอนสามารถเชื่อมโยงกับผลตอบแทนจากการลงทุน ประสิทธิภาพการผลิต และการเติบโตของรายได้ ไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
10 แนวทางลดคาร์บอน พร้อมแผนเปลี่ยนผ่าน 3 ระยะ
รายงานเปรียบเทียบแนวทางลดคาร์บอน 10 รูปแบบ โดยพิจารณาจากมูลค่าทางธุรกิจ ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก และความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้ผู้บริหารจัดลำดับความสำคัญและเลือกลงทุนได้เหมาะสมกับองค์กร
พร้อมเสนอแผนเปลี่ยนผ่าน 3 ระยะ ได้แก่
- Quick Wins: ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในระยะสั้น
- เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน: ปรับการจัดหาพลังงานและกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- มุ่งสู่ Net Zero: ยกระดับการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตและความยืดหยุ่นในระยะยาว
Anupam Singhal ประธานกลุ่มธุรกิจการผลิตของ Tata Consultancy Services กล่าวว่า ผู้ผลิตจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อการลดคาร์บอน จากภาระที่อาจกระทบอัตรากำไร มาเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงด้านพลังงาน และสร้างโอกาสทางรายได้
รายงาน WEF-TCS จึงชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน แต่คือการแปลงเป้าหมายนั้นให้เป็นแผนลงทุนที่วัดผลได้ เพื่อสร้างทั้งผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ







