
Thai PBS จ่อออกแบบองค์กรใหม่ ทบทวนงบ 2,000 ล้าน ลดซ้ำซ้อน-เร่งสู่สตรีมมิง
Thai PBS เร่งทบทวนองค์กร รับมือสื่อยุคดิจิทัล จับตางบ 2,000 ล้านบาท ลดช่องทางซ้ำซ้อน ทบทวนจ้างผลิตรายการ พร้อมเปิดรับฟังความเห็น 6 เดือน เพื่อกำหนดทิศทางสื่อสาธารณะ
KEY
POINTS
- Thai PBS เตรียมทบทวนโครงสร้างองค์กรและงบประมาณปีละ 2,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัลและสร้างความคุ้มค่าในการใช้เงินสาธารณะ
- มีแผนลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน เช่น การรวมช่อง YouTube จากกว่า 30 ช่องให้เหลือประมาณ 8 ช่อง และทบทวนความจำเป็นในการจ้างบริษัทภายนอกผลิตรายการ
- องค์กรจะเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการออกอากาศแบบ Hybrid ที่ผสมผสานโทรทัศน์ภาคพื้นดิน สตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิงเป็นเป้าหมายหลัก
การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการปฏิรูปสื่อสาธารณะ | 28 ตุลาคม 2569
Thai PBS เตรียมทบทวนบทบาทและโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับระบบนิเวศสื่อยุคดิจิทัล หลังสังคมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท การใช้จ่าย และประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร
โดยการประชุมระหว่างคณะกรรมการนโยบาย (กนย.) ฝ่ายบริหาร Thai PBS และตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ได้หารือแนวทางปรับองค์กร ตั้งแต่เทคโนโลยี การผลิตรายการ ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
ปรับบทบาทสื่อสาธารณะ รับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป
ผู้ร่วมประชุมเห็นว่า Thai PBS ซึ่งก่อตั้งมาราว 18–19 ปี จำเป็นต้องทบทวนบทบาทให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนจากโทรทัศน์ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น โดยมีข้อเสนอให้ใช้แนวคิด “ออกแบบใหม่ Thai PBS”
เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และประชาชนมีส่วนร่วม ขณะที่กรรมการนโยบายบางส่วนเห็นว่าคำว่า “ปฏิรูป” ยังคงครอบคลุมการแก้ปัญหาและต่อยอดจุดแข็งเดิมขององค์กร
อีกประเด็นสำคัญคือการชี้แจงความคุ้มค่าของงบประมาณปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท ให้สังคมเห็นผลลัพธ์และความโปร่งใสในการใช้เงินสาธารณะอย่างชัดเจน
เร่งสู่ Hybrid ลดช่อง YouTube จากกว่า 30 เหลือ 8 ช่อง
ฝ่ายบริหารด้านเทคโนโลยีของ Thai PBS ระบุว่า งบประมาณที่มีอยู่เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจ พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนระบบออกอากาศสู่รูปแบบ Hybrid ที่ผสานโทรทัศน์ภาคพื้นดิน สตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับชาติเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อในภาพรวม
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างลดจำนวนช่อง YouTube จากกว่า 30 ช่อง เหลือประมาณ 8 ช่องตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการใช้ทรัพยากร พร้อมพัฒนาระบบ ERP สำหรับบริหารทรัพยากรองค์กร และระบบ DAM สำหรับจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2–3 ปี
ที่ประชุมยังเสนอให้ทบทวนโครงการทั้งหมด ตั้งแต่โครงการใหม่และโครงการที่ควรต่อยอด ไปจนถึงโครงการที่ควรลดขนาดหรือยกเลิก เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับภารกิจหลัก
ตั้งคำถามจ้างผลิตรายการ ทั้งที่มีพนักงานราว 1,200 คน
ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือการจ้างบริษัทภายนอกผลิตรายการข่าวและสารคดี รวมถึงกรณีบริษัท TNY โดยตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการจ้างผลิตรายการ ขณะที่ Thai PBS มีบุคลากรราว 1,200 คน
ผู้ร่วมประชุมอธิบายว่า การพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกมีที่มาจากช่วงเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านจาก iTV ซึ่งองค์กรยังไม่มีความพร้อมผลิตรายการได้ครบถ้วน แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างดังกล่าวควรได้รับการทบทวน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า
ส่วนข้อเสนอให้สนับสนุนเครือข่ายสื่อภายนอกด้วยงบประมาณของ Thai PBS ก็มีข้อกังวลเรื่องความซ้ำซ้อน โดยเสนอให้พิจารณากลไกอื่น เช่น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือช่องทางจัดหางบประมาณเพิ่มเติม
ปรับองค์กรต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ให้บุคลากร
ด้านกฎหมาย มีข้อกังวลว่าการตั้งคณะทำงานภายนอกเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอาจเกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย จึงต้องตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตรากำลังอาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน โดยเฉพาะพนักงานสัญญาจ้าง ผู้ร่วมประชุมจึงเน้นย้ำถึงการสื่อสารที่ชัดเจนและการประเมินผลกระทบอย่างเป็นธรรม ขณะที่ตัวแทนพนักงานสะท้อนว่าบุคลากรพร้อมปรับตัว แต่เห็นว่ามาตรฐานการทำงานและสวัสดิการที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานอย่างมืออาชีพ
เสนอรับฟังความเห็น 6 เดือน พร้อมหาแหล่งทุนใหม่
ที่ประชุมเสนอให้ กนย. จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นภายใน 6 เดือน ครอบคลุมประชาชน คนรุ่นใหม่ พนักงาน นักวิชาการ และองค์กรวิชาชีพ ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่ รับฟังความคิดเห็น ทำความเข้าใจเชิงลึก จัดเวทีประชาเสวนา ร่วมออกแบบนวัตกรรม และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายพร้อมแผนดำเนินงาน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พัฒนาเนื้อหาที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประชาชน ใช้เทคโนโลยีช่วยค้นหาและคัดกรองประเด็น พร้อมปรับปรุงการสื่อสารภายนอก เพื่อให้สังคมเข้าใจภารกิจและผลลัพธ์ขององค์กรได้ดีขึ้น
ในระยะยาว กนย. ควรศึกษาแนวทางหารายได้หรือแหล่งทุนอื่นภายใน 5 ปี เพื่อลดแรงกดดันด้านงบประมาณ โดยต้องรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะควบคู่กัน
โจทย์ของ Thai PBS จึงไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนหรือเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าองค์กรสามารถใช้เงินสาธารณะอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และผลิตเนื้อหาที่ตอบโจทย์ประชาชนได้จริง







