posttoday
แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

24 ตุลาคม 2569

เจาะเบื้องหลังภารกิจ กฟผ. ทดลองรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV สกัด Black Mass คืนแร่สำคัญ พร้อมใช้ BESS กักเก็บพลังงาน ปูทางความมั่นคงพลังงานไทยในอนาคต

KEY

POINTS

  • แบตเตอรี่ EV ที่หมดอายุไม่ใช่ขยะ แต่เป็นแหล่งของแร่ธาตุมีค่า (Critical Minerals) ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดย กฟผ. ได้พัฒนาโรงงานต้นแบบเพื่อสกัด "Black Mass" ซึ่งเป็นผงวัตถุดิบที่อุดมด้วยแร่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  • กฟผ. กำลังลงทุนศึกษาและสร้างองค์ความรู้ด้านการรีไซเคิลและนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ (Second-Life) ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับแบตเตอรี่ EV จำนวนมหาศาลที่จะหมดอายุในอีก 8-10 ปีข้างหน้า
  • แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่แบตเตอรี่สามารถมีชีวิตที่สองในระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ก่อนจะถูกรีไซเคิลเพื่อนำทรัพยากรกลับเข้าสู่วงจรการผลิต ซึ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน

บทความนี้ ดร.ณัทกฤช อภิภูชยะกุล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และคอลัมนิสต์ด้านพลังงานของ PostToday ขอแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ที่ได้ไปศึกษาดูงานร่วมกับทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 16–17 กันยายน 2569

 

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดลพบุรี นำทีมโดย นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. พร้อมด้วยนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมกว่า 15 ท่าน

 

ดูงานจุดที่ 1: โรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า/แบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้า โรงไฟฟ้าวังน้อย กฟผ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

จุดแรกที่เราเดินทางไปคือโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดูโรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า/แบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้า

 

โดยมี ศ.นุรักษ์ กฤษดานุรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรอธิบายหลักการและกระบวนการทำงาน

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

ถ้าอธิบายแบบง่ายๆ เมื่อแบตเตอรี่ EV หมดอายุ มันไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงขยะก้อนใหญ่ เพราะภายในยังมีวัสดุและแร่ที่มีมูลค่าอยู่ กระบวนการรีไซเคิลจึงมีเป้าหมายในการนำแบตเตอรี่กลับมาผ่านกระบวนการคัดแยกและคืนกลับแร่สำคัญ จนได้ลิเธียมและโลหะมีค่า

 

วัสดุผงสีดำที่เรียกว่า Black Mass ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีโลหะสำคัญจากแบตเตอรี่อยู่ภายใน และสามารถเข้าสู่กระบวนการแยกและสกัดเพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง

 

เรื่องนี้กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เพราะแร่หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Critical Minerals ซึ่งเป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

ในอดีตเรามักพูดถึงด้านความมั่นคงทางพลังงาน ในความหมายว่า ประเทศมีไฟฟ้าใช้เพียงพอหรือไม่?

 

แต่ในโลกของ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ความมั่นคงทางพลังงานเริ่มเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น (Technology Security และ Supply-chain Security)

 

เพราะต่อให้เราต้องการผลิตรถยนต์ EV หรือระบบกักเก็บพลังงานจำนวนมาก แต่หากไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบ เทคโนโลยี หรือชิ้นส่วนสำคัญได้ การเปลี่ยนผ่านก็อาจสะดุดได้เช่นเดียวกัน

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องการลดขยะเพียงอย่างเดียว แบตเตอรี่ EV ที่ประสิทธิภาพลดลงจนไม่เหมาะกับการใช้งานในรถยนต์ อาจยังสามารถนำไปใช้แบบ Second-Life หรือ Repurpose สำหรับงานที่ไม่ต้องการสมรรถนะสูงเท่ากับรถยนต์ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน ก่อนที่สุดท้ายจะเข้าสู่กระบวนการ Recycle เพื่อนำแร่สำคัญกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

หากเราสามารถทำให้วงจรนี้เกิดขึ้นได้จริง แบตเตอรี่หนึ่งก้อนจึงไม่ได้จบชีวิตลงพร้อมกับรถยนต์หนึ่งคัน แต่สามารถมีชีวิตที่สอง และเมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว วัตถุดิบภายในก็ยังสามารถวนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีก

 

ดูงานจุดที่ 2: ระบบ Battery Energy Storage System (BESS) สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

จุดที่สองเราเดินทางต่อไปยังอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อดูระบบ Battery Energy Storage System หรือ BESS ที่เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า

 

ถ้าอธิบายอย่างง่าย BESS คือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถรับพลังงานไฟฟ้าเข้ามาเก็บไว้ และจ่ายพลังงานกลับเข้าสู่ระบบได้เมื่อจำเป็น

 

เทคโนโลยีนี้จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประเทศไทยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพราะไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมมีข้อจำกัดสำคัญ คือ ความผันผวนตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ เราไม่สามารถสั่งให้แดดออกหรือลมพัดตามเวลาที่ระบบไฟฟ้าต้องการได้

 

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นภาพชัดคือ Duck Curve ในช่วงกลางวันที่ Solar ผลิตไฟฟ้าได้มาก ความต้องการไฟฟ้าจากระบบอาจลดลง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น Solar หายไป

 

ขณะที่ประชาชนกลับบ้านและความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้น ระบบผลิตไฟฟ้าจึงต้องเพิ่มกำลังขึ้นอย่างรวดเร็ว (อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Duck Curve ได้ในบทความ: เกิดอะไรขึ้นเมื่อรัฐแคลิฟอร์เนียผลิตพลังแสงอาทิตย์เกินความต้องการ?)

 

ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) สามารถเข้ามาช่วยกักเก็บพลังงานส่วนเกินในบางช่วงเวลา และจ่ายกลับในช่วงที่ระบบต้องการ รวมถึงช่วยสนับสนุนการควบคุมความถี่และแรงดันของระบบไฟฟ้า ทำให้ Grid หรือระบบโครงข่ายไฟฟ้าสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนได้ดีขึ้น

 

สิ่งที่น่าสนใจเมื่อได้เห็นของจริงคือ BESS ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนแบตเตอรี่ก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว แต่เป็นระบบที่ประกอบด้วยตู้ลักษณะคล้าย Container ภายในติดตั้ง Battery Modules เรียงเป็นชุดๆ พร้อม Battery Management System หรือ BMS

 

ทำหน้าที่ตรวจสอบและบริหารการทำงานของแบตเตอรี่ ทั้งแรงดัน อุณหภูมิ สถานะการชาร์จ และความปลอดภัยของระบบ

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

ทำไม กฟผ. ต้องลงทุนในเทคโนโลยีที่วันนี้อาจยังไม่คุ้มค่าที่สุด

ประเด็นหนึ่งจากการดูงานที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากคือ ทำไม กฟผ. ต้องทดลองและลงทุนในระบบแบตเตอรี่ตั้งแต่วันนี้ ทั้งที่เทคโนโลยีบางอย่างยังมีต้นทุนสูงมาก

 

คำตอบที่ผมสังเคราะห์มาจากการดูงานครั้งนี้ คือ หน้าที่ของผู้ดูแลระบบไฟฟ้าไม่ได้มีเพียงการผลิตไฟฟ้า แต่ต้องรักษาทั้งคุณภาพของไฟฟ้า เช่น ความถี่และแรงดัน และความมั่นคง (ปริมาณ) ของระบบให้มีไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งานอยู่ตลอดเวลา

 

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ระบบไฟฟ้าของไทยถูกออกแบบโดยแทบไม่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบส่ง แต่โลกพลังงานในอีก 10–20 ปีข้างหน้าอาจไม่เหมือนเดิม

 

เมื่อ Solar, Wind, EV และระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลระบบจึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคโนโลยีก่อนที่จะกลายเป็นของแพร่หลาย พูดง่ายๆ คือ ต้องรู้ก่อน ทดลองก่อน เจอปัญหาก่อน และสร้างองค์ความรู้ของตัวเองก่อน

 

เพื่อให้พร้อมรับมือวันที่เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบไฟฟ้าไทยจำนวนมาก และถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อเตรียมพร้อมรับอนาคตที่เทคโนโลยีจะแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย

 

วันนี้อาจยังแพง แต่ต้องเตรียมตัวก่อนวันที่แบตเตอรี่ EV ปลดระวางพร้อมกัน

สิ่งที่ผมอยากชื่นชม กฟผ. จากการดูงานครั้งนี้คือการเริ่มต้นศึกษาเรื่อง Repurpose, Second-Life และ Recycling ของแบตเตอรี่ตั้งแต่วันนี้

 

แน่นอนว่า หากมองเฉพาะตัวเลขทางธุรกิจในปัจจุบัน เราอาจยังตอบไม่ได้เต็มปากว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเพียงพอสำหรับการลงทุนเชิงพาณิชย์ในทุกกรณี

 

เพราะทั้งเทคโนโลยี กระบวนการคัดแยก การขนส่ง ความปลอดภัย และการรีไซเคิลยังมีต้นทุนอยู่ไม่น้อย

 

แต่โจทย์สำคัญคือ รถยนต์ EV ที่เราขายกันจำนวนมากในวันนี้จะไม่ได้อยู่บนถนนตลอดไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 8–10 ปี แบตเตอรี่จำนวนหนึ่งจะทยอยเข้าสู่ช่วงปลดระวางจากการใช้งานในรถยนต์

 

และเมื่อประเทศไทยมีรถ EV หลักล้านคัน คำถามที่ตามมาคือ  เราจะทำอย่างไรกับแบตเตอรี่จำนวนมหาศาลเหล่านั้น ถ้ารอให้วันนั้นมาถึงแล้วค่อยเริ่มศึกษา อาจสายเกินไป

 

(อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยแบตฯรถยนต์ EV ได้ในบทความ: งานวิจัยพบ แบต EV อึดกว่าที่คิด วิ่ง 150,000 กม. ยังเหลือความจุราว 90%)

 

ดังนั้น การสร้างองค์ความรู้เรื่อง Second-Life, Repurpose, Recycling ของแบตเตอรี่และคัดแยกแยกแร่สำคัญอย่าง Black Mass ตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องการจัดการขยะ

 

แต่คือการเตรียม Infrastructure และ Know-how สำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานสำหรับรถ EV อาจกลายเป็นทรัพยากรสำหรับระบบพลังงาน และท้ายที่สุดแร่สำคัญที่อยู่ภายในก็สามารถหมุนเวียนกลับมาเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมได้อีกครั้ง

 

การที่ได้มีโอกาสไปดูงานทั้ง 2 แห่งนี้ ทำให้เห็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจนว่า อนาคตของพลังงานสะอาดไม่ได้จบแค่คำถามว่าเราจะผลิตไฟฟ้าสีเขียวได้มากแค่ไหน หรือประเทศไทยจะมีรถ EV กี่ล้านคัน

 

คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เราจะบริหารจัดการเทคโนโลยีเหล่านี้ตลอดทั้งวงจรชีวิตอย่างไร?

 

เพราะการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่ยั่งยืนจริงๆ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากเทคโนโลยีเก่าไปสู่เทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องคิดตั้งแต่วันที่เทคโนโลยีนั้นเข้ามาอยู่ในระบบ จนถึงวันที่มันหมดอายุ และหาวิธีทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นกลับมาเริ่มต้นวงจรใหม่ได้อีกครั้ง..

 

แบตเตอรี่ EV หมดอายุไม่ใช่ขยะ! เปิดภารกิจ กฟผ. ชุบชีวิตแร่ล้ำค่า "Black Mass"

 

ขอบคุณภาพจากฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

 

ดร.ณัทกฤช อภิภูชยะกุล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และคอลัมนิสต์ด้านพลังงานของ PostToday

ข่าวล่าสุด

LIVE ดูบอลสด แอสตัน วิลล่า พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 24 ต.ค.69

LIVE ดูบอลสด แอสตัน วิลล่า พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 24 ต.ค.69