
พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 พร้อมเปิด 1 พ.ย. ปักธงเศรษฐกิจ 2 หมื่นล้าน
ไทยประกาศความพร้อมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิด 1 พ.ย.นี้ ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 หมื่นล้านบาท ดันอีสานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวและไมซ์
KEY
POINTS
- งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 134 วัน
- ตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท
- มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมวางรากฐานยกระดับอุดรธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในระยะยาว
อุดรธานีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้วยเป้าหมายดึงดูดผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ 3.6 ล้านคน ตลอดระยะเวลาจัดงาน 134 วัน และคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการจัดงานพืชสวนโลกครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำเสนอศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวนของประเทศไทย
แต่ยังเป็นโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ผ่านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว การเดินทาง ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การค้าปลีก ตลอดจนการสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสยกระดับจังหวัดอุดรธานีจากเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน สู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) หรือธุรกิจการจัดประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับจังหวัดอุดรธานีและหน่วยงานพันธมิตร ประกาศความพร้อมการจัดงานอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ก่อนเปิดงานในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ โดยยืนยันความพร้อมทั้งพื้นที่จัดแสดง การบริหารจัดการงาน ระบบคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก และการรองรับผู้เข้าชมจำนวนมาก
เตรียมเปิดพืชสวนโลก 134 วัน หวังเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท
มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) เป็นมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และนับเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน”
เป้าหมายผู้เข้าชม 3.6 ล้านคนตลอดงาน เทียบเท่ากับจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยประมาณ 26,900 คนต่อวัน
ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญของการบริหารจัดการเมือง ทั้งการเดินทาง การให้บริการ และการรองรับการใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงจัดงาน
จากงบลงทุน 2,500 ล้านบาท สู่โจทย์สร้างผลตอบแทนระยะยาว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดพัฒนาพื้นที่หนองแดให้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของจังหวัด ก่อนผลักดันต่อเนื่องมานานประมาณ 10 ปี จนได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
ที่ผ่านมา โครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณ 2,500 ล้านบาทจากรัฐบาลก่อนหน้า และได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อให้การจัดงานสำเร็จตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการแถลงข่าวไม่ได้ระบุมูลค่างบประมาณเพิ่มเติมและวงเงินลงทุนรวมล่าสุด จึงยังไม่สามารถประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนภาครัฐได้อย่างครบถ้วน
นายวัชระพลระบุว่า เป้าหมายสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจและพื้นที่สาธารณะที่สร้างประโยชน์แก่ประชาชนในระยะยาว
หลังสิ้นสุดมหกรรม ภาครัฐมีแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
ประเด็นนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญด้านความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชมหรือเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วง 134 วันเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงต้นทุนการดูแลรักษาพื้นที่ การบริหารสินทรัพย์ และความสามารถในการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังจบงาน
วางมาตรฐานงานสีเขียว ต่อยอดเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานียังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด การจัดการขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผู้จัดงานระบุว่าได้นำแนวทางมาตรฐาน ISO 20121 ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการความยั่งยืนของการจัดงาน และหลัก ESG หรือแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาใช้ในการดำเนินงาน พร้อมได้รับการรับรองฉลาก Carbon Neutral Self-Declaration ตามข้อมูลที่เปิดเผยในการแถลงข่าว
นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองสีเขียว และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านความยั่งยืน
การเชื่อมโยงเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับการจัดงานระดับนานาชาติยังเป็นโอกาสสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารเมืองและการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยวในอนาคต
จับตา 134 วันชี้วัดเศรษฐกิจอุดรธานี
มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จึงเป็นมากกว่างานแสดงพรรณไม้ระดับนานาชาติ แต่เป็นโครงการที่ภาครัฐคาดหวังให้มีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น พร้อมวางรากฐานการพัฒนาเมืองในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งจำนวนผู้เข้าชมจริง ระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว การใช้จ่ายเฉลี่ย การกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่น และความสามารถในการรักษาประโยชน์ของพื้นที่หลังสิ้นสุดงาน
เป้าหมายเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาทจึงเป็นตัวเลขที่ต้องติดตามผลจริง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงบประมาณภาครัฐที่ใช้ในการจัดงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
หากสามารถเชื่อมโยงการจัดงานเข้ากับการท่องเที่ยว การค้า การเกษตร และอุตสาหกรรมไมซ์ได้ตามเป้าหมาย มหกรรมครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ







