
GISTDA ใช้ดาวเทียมหนุนประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ยัน! แม่นยำสูง
GISTDA ส่งข้อมูลดาวเทียมหนุนประกันภัยพิบัติ ชี้ระบุพื้นที่น้ำท่วมได้เกิน 80% แต่มีข้อจำกัด พร้อมหารือรัฐ-ประกันใช้ข้อมูลอื่นร่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชนรวดเร็ว
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ชี้แจงถึงบทบาท ความพร้อม และกระบวนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนนโยบาย "ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน" ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกหลังคาเรือนได้รับความคุ้มครองจากอุทกภัย โดยมีกำหนดเริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป
GISTDA ระบุว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้จัดเตรียมข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อระบุพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งได้เร่งรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมของตนเอง และประสานเครือข่ายดาวเทียมกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูล ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ในด้านความถูกต้อง ข้อมูลดาวเทียมเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้อ้างอิงและติดตามพื้นที่น้ำท่วมวงกว้างได้รวดเร็ว สามารถระบุพื้นที่น้ำท่วมได้ไม่น้อยกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียมยังมีข้อจำกัดในบางพื้นที่ เช่น อาจตรวจไม่พบมวลน้ำอย่างชัดเจนเนื่องจากมีอาคาร สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ หลังคาบ้าน ทรงพุ่มหนาทบ รวมถึงข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ ช่วงเวลาถ่ายภาพ และลักษณะพื้นที่ จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและหลักฐานประเภทอื่นร่วมด้วยเพื่อประเมินผลกระทบให้ครบถ้วน
สำหรับแนวทางแก้ไข GISTDA จะเร่งหารือร่วมกับรัฐบาลและบริษัทประกันภัย เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลการสำรวจภาคสนาม และภาพถ่ายความเสียหาย เพื่อลดข้อจำกัดจากการใช้ข้อมูลเพียงแหล่งเดียว
ทั้งนี้ GISTDA ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และรวดเร็ว พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประสบภัยต่อไป







