
บางกอกกล๊าสซื้ออมร เพรสทีจ 100% ตั้งบีจี มอเตอร์สลุยตลาด BMW
บางกอกกล๊าส ขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียม เข้าซื้อกิจการ “อมร เพรสทีจ” ดีลเลอร์ BMW 100% ตั้ง “บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น” รับบริหาร 3 สาขา พร้อมเกาะตลาด BMW
KEY
POINTS
- บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการบริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW อย่างเป็นทางการครบ 100%
- มีการจัดตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ “บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด” เพื่อเข้ามาบริหารธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW ทั้ง 3 สาขาของอมร เพรสทีจ
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ของบีจี กรุ๊ป เพื่อรุกเข้าสู่ตลาดค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย
บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป เดินหน้าขยายธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม หลังเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW อย่างเป็นทางการครบ 100%
พร้อมจัดตั้งบริษัทใหม่ “บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด” เพื่อรับช่วงบริหารธุรกิจผู้จำหน่าย BMW ทั้งหมด
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ของบีจี กรุ๊ป จากฐานธุรกิจเดิมที่ครอบคลุม 4 กลุ่ม
ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกีฬาและไลฟ์สไตล์ เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย
ภายใต้โครงสร้างใหม่ การดำเนินงานของอมร เพรสทีจ ทั้ง 3 สาขา จะอยู่ภายใต้การบริหารของบีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย
- โชว์รูมและศูนย์บริการบนถนนรัชดาภิเษก
- ศูนย์บริการเฉพาะทางที่รัชโยธิน (Service Only Outlet)
- โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต
สมารถรองรับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง
ดีลครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดรถยนต์พรีเมียมยังมีฐานตลาดสำคัญในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก BMW Group Thailand ระบุว่า
ปี 2568 รถยนต์ BMW มียอดจดทะเบียนในประเทศไทย 10,582 คัน ขณะที่ BMW และ MINI รวมกันอยู่ที่ 12,247 คัน แบ่งเป็น BMW 10,582 คัน และ MINI 1,665 คัน
ขณะที่ BMW Motorrad มียอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รวมอีก 1,033 คัน สะท้อนฐานธุรกิจของ BMW Group ในประเทศไทยที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม
สำหรับบีจี กรุ๊ป การเข้าซื้ออมร เพรสทีจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนเจ้าของกิจการ แต่เป็นการนำศักยภาพด้านการลงทุนและแนวทางบริหารธุรกิจระยะยาวเข้ามาต่อยอดเครือข่ายผู้จำหน่าย BMW
โดยบริษัทระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการลงทุน การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในระยะยาว
ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส กล่าวว่า การตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว BMW สะท้อนความเชื่อมั่นของบีจี กรุ๊ป ต่อคุณค่าของการเดินทางระดับพรีเมียมและการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว
มองว่าดีลดังกล่าวไม่ใช่เพียงการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นโอกาสในการลงทุนกับแบรนด์ระดับโลกและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นขึ้น
“การตัดสินใจของบีจี กรุ๊ป ในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยู สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อคุณค่าที่ยั่งยืนของการเดินทางระดับพรีเมียม และความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว” ปวิณกล่าว
ด้าน คริส จู ประธานและซีอีโอ BMW Group Thailand ระบุว่า ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ป เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว
มองว่าศักยภาพด้านการลงทุน วิสัยทัศน์ระยะยาว และการให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีจี กรุ๊ป จะช่วยต่อยอดรากฐานที่อมร เพรสทีจ สร้างไว้ และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย BMW ในประเทศไทย
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังคงให้บริการลูกค้าตามมาตรฐานเดิม โดย BMW Group Thailand และบีจี กรุ๊ป ระบุว่ามีแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านเพื่อให้การขายและบริการหลังการขายดำเนินต่อเนื่อง
ขณะที่ทั้ง 3 สาขายังคงใช้ข้อมูลติดต่อส่วนกลางเดิม หมายเลข 02-513-9555
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก BMW Group Thailand ระบุว่า ในปี 2568 BMW Group Thailand มียอดจดทะเบียนรถยนต์ BMW และ MINI รวม 12,247 คัน แบ่งเป็น BMW 10,582 คัน และ MINI 1,665 คัน ขณะที่ BMW Motorrad มียอดจดทะเบียน 1,033 คัน







