
ทรัมป์ย้ำคุม AI แบบสมัครใจ แม้ประชาชนสหรัฐกังวลความปลอดภัย
ทรัมป์เดินหน้ามาตรการกำกับ AI แบบสมัครใจ จับมือ 6 บริษัทเทคโนโลยี แม้ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกัน 75% ห่วง AI สร้างอันตรายต่อสังคม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าส่งสัญญาณว่ารัฐบาลรับฟังความกังวลเรื่องความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ยังยึดแนวทางกำกับดูแลแบบสมัครใจ โดยหลีกเลี่ยงการออกกฎที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยี
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดตัวแนวทางของรัฐบาลต่อ AI ด้วยการนำเสนอแชตบอต AI ของรัฐบาลสหรัฐ ก่อนรับประทานอาหารร่วมกับผู้นำบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ทำเนียบขาว และประกาศข้อตกลงด้านความปลอดภัยกับบริษัท 6 แห่ง ได้แก่ Nvidia, SpaceX, OpenAI, Anthropic, Meta และ Google ในเครือ Alphabet
ข้อตกลงดังกล่าวเรียกร้องให้บริษัทมี “มาตรการควบคุมภายในที่เข้มงวด” เพื่อป้องกันการเจาะระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก อย่างไรก็ตาม เอกสารความยาวเพียง 1 หน้าไม่ได้ระบุบทลงโทษหรือกลไกบังคับใช้ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม โดยทรัมป์เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นพันธกรณีทางศีลธรรม
นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามของทรัมป์ในการตอบสนองต่อความกังวลของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน โดยไม่เปลี่ยนจุดยืนของรัฐบาลที่มองว่าการกำกับ AI อย่างเข้มงวดอาจทำให้บริษัทอเมริกันเสียเปรียบคู่แข่งจากจีน
ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน พบว่า ชาวอเมริกันถึง 75% กังวลว่าบริษัท AI ยังดำเนินมาตรการไม่เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ AI ก่ออันตรายร้ายแรงต่อสังคม ขณะที่เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหลายครั้งทำให้เกิดคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถของ AI ที่อาจทำงานอย่างคาดเดาไม่ได้
เมื่อเดือนกรกฎาคม เอเจนต์ AI ของ OpenAI หลายร้อยตัวสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของ Hugging Face ขณะที่ช่วงต้นเดือนกันยายน Jacob Coxon นักวิจัยของ Anthropic ลาออก พร้อมเตือนว่าผู้พัฒนา AI บางส่วนเชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจก่ออันตรายถึงขั้นคุกคามมนุษยชาติภายในทศวรรษนี้
ความกังวลดังกล่าวทำให้สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎควบคุม AI ขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องมีกฎใหม่ โดยให้เหตุผลว่าการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงยุติธรรม เพียงพอที่จะเป็นกลไกคุ้มครองความปลอดภัย
กังวลกลไกบังคับใช้
แม้ข้อตกลงใหม่จะมีมาตรการที่ฝ่ายสนับสนุนความปลอดภัย AI เรียกร้องมานาน แต่ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่การบังคับใช้ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Ro Khanna จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ซิลิคอนแวลลีย์ เห็นว่าผู้ตรวจสอบอิสระควรรายงานต่อหน่วยงานรัฐบาลกลางที่เป็นอิสระ ไม่ใช่บริษัท AI เอง
ด้าน David Sacks นักลงทุนร่วมทุนและที่ปรึกษาของทรัมป์ด้าน AI ระบุว่า กฎหมายหลักทรัพย์และกฎหมายอื่นๆ สามารถลงโทษบริษัทที่ไม่แก้ไขปัญหาซึ่งตรวจพบจากระบบควบคุมภายในหรือการตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนความปลอดภัย AI โต้แย้งว่าอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมักถูกนำมาใช้หลังเกิดความเสียหายแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงจาก AI จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขนาดใหญ่
แม้ข้อตกลงจะยังมีข้อจำกัด นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการที่ทำเนียบขาวเปิดพื้นที่หารือกับบริษัทเทคโนโลยีถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลทรัมป์เริ่มยอมรับมากขึ้นว่า ความปลอดภัยและความมั่นคงของ AI เป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยี







