
"ดร.ธรณ์"เตือนน้ำทะเลหนุนผิดปกติสูง 80 ซม. อาจซ้ำเติมน้ำท่วมกรุงเทพ
ธรณ์ชี้กราฟอ่าวไทยตอนในพบระดับน้ำทะเลสูงผิดปกติช่วงฝนหนัก อาจทำให้การระบายน้ำลงทะเลทำได้ยากขึ้น แต่ยังต้องศึกษาเพิ่ม
KEY
POINTS
- ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เตือนปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติในอ่าวไทยตอนใน ซึ่งอาจสูงกว่าระดับปกติถึง 80 เซนติเมตร
- สาเหตุคาดว่าเกิดจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมกรุงเทพฯ ซึ่งมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คล้ายปรากฏการณ์สตอร์มเซิร์จ
- ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำจากพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ระบายได้ช้าลงและอาจซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมให้รุนแรงขึ้น
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำในอ่าวไทยตอนใน โดยวิเคราะห์จากกราฟสถานีชลมาตรของคณะประมงและ สสน.ว่า ระดับน้ำทะเลที่สูงผิดปกติในช่วงฝนตกหนัก อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ รุนแรงขึ้นและระบายน้ำได้ช้าลง
ผศ.ดร.ธรณ์อธิบายว่า กราฟดังกล่าวแสดงช่วงเวลาบนแกนนอน และระดับน้ำที่แตกต่างจากระดับน้ำขึ้นลงตามปกติบนแกนตั้ง
โดยระดับน้ำขึ้นลงตามตารางของกรมอุทกศาสตร์เป็นค่าคาดการณ์ล่วงหน้า ขณะที่ระดับน้ำจริงสามารถแตกต่างได้ตามปัจจัยแวดล้อมในช่วงเวลานั้น
จากกราฟช่วงวันที่ 22-24 ระดับน้ำยังมีความแตกต่างจากค่าปกติประมาณบวกลบ 20 เซนติเมตร แต่ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นชัดในวันที่ 25 ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนเริ่มตกต่อเนื่องและมีหย่อมความกดอากาศต่ำเข้ามาปกคลุมกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง
“น้ำเริ่มขึ้นสูงผิดปกติ แถมยังถี่มาก แสดงว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็คงเป็นสภาพอากาศ”
ผศ.ดร.ธรณ์ระบุว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติจากแรงลมพายุและความกดอากาศต่ำ สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดเรื่อง “สตอร์มเซิร์จ”
แต่กรณีนี้ไม่ได้เกิดจากพายุในทะเล แม้บางช่วงอาจมีลมแรง โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ หย่อมความกดอากาศต่ำเหนือกรุงเทพฯ อาจมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยตอนในสูงผิดปกติ
จากกราฟที่แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ผศ.ดร.ธรณ์ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำทะเลจะสูงกว่าปกติอย่างมาก โดยในช่วงพีคอาจสูงเกิน 80 เซนติเมตร
ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในระดับดังกล่าวย่อมส่งผลต่อการระบายน้ำจากพื้นที่กรุงเทพฯ
เนื่องจากเมื่อระดับน้ำปลายทางสูง การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยย่อมทำได้ยากขึ้น ขณะเดียวกัน ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องยังเพิ่มปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนออกจากพื้นที่ ระดับน้ำทะเลมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับฝนหยุดตกต่อเนื่อง การระบายน้ำจึงอาจทำได้เร็วขึ้น
ผศ.ดร.ธรณ์ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างฝนตกหนัก ระดับน้ำทะเลที่สูงผิดปกติ และปัญหาการระบายน้ำครั้งนี้ ยังเป็นข้อสังเกตใหม่ที่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรง แต่ข้อมูลจากกราฟสะท้อนว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ควรนำไปศึกษาต่อ
“เรื่องที่เล่าจบไป เป็นเรื่องใหม่ ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าใช่แน่ แต่มีความเป็นไปได้สูง”
ประเด็นดังกล่าวยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจระบบนิเวศและพลวัตของอ่าวไทยตอนในให้มากขึ้น
ทั้งการศึกษาวิจัยและการติดตั้งเครื่องมือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำและปัจจัยทางสมุทรศาสตร์ได้ละเอียดขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำ เช่น การเตรียมระบายน้ำฝนในช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนเกิดความผิดปกติของระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศมีความแปรปรวนมากขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ผศ.ดร.ธรณ์มองว่า การทำความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติให้ได้มากที่สุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือและลดความสูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต







