
กรมปศุสัตว์ อพยพสัตว์หนีน้ำท่วม 3.8 แสนตัว เร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยา
กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังทหาร–ท้องถิ่น อพยพสัตว์แล้วกว่า 3.8 แสนตัว พื้นที่ 10 จังหวัด แจกจ่ายอาหารและเวชภัณฑ์ช่วยเหลือ เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมเยียวยาเกษตรกร เบื้องต้นพบสัตว์ตายและสูญหายแล้วกว่า 20,000 ตัว
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน
โดยเน้นการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน ทั้งการอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยง จัดหาอาหารสัตว์ ดูแลสุขภาพสัตว์ และเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
เบื้องต้น สถานการณ์ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี รวม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,313 ราย มีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมกว่า 715,000 ตัว
โดยกรมปศุสัตว์ได้เร่งอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 381,131 ตัว พร้อมแจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 6,519 ชุด แจกถุงยังชีพสัตว์ และจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลสัตว์ในพื้นที่
ล่าสุด กรมปศุสัตว์บูรณาการกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ เดินหน้าช่วยสัตว์อย่างเต็มที่ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม
โดยวันที่ 27 กันยายน 2569 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาฉกรรจ์ และมณฑลทหารบกที่ 19 ลงพื้นที่หมู่ 2 บ้านโคกข้าวเหนียว ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ หลังฟาร์มเกษตรกรมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถเข้า–ออกได้ เจ้าหน้าที่จึงนำเรือเข้าลำเลียง สุกร 650 ตัว ออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างระมัดระวัง และสามารถนำสุกรทั้งหมดไปยังจุดปลอดภัยได้เรียบร้อย
ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่าตะเกียบ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรกรณี โค 53 ตัวติดอยู่บริเวณเกาะกลางแม่น้ำ ในตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายโคขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด พร้อมมอบเวชภัณฑ์และให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพสัตว์แก่เกษตรกร
ส่วนการสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบสัตว์ตายและสูญหายในจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอน รวม 20,024 ตัว ประกอบด้วย โค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะเร่งตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เตรียมเยียวยา ความเสียหาย
สำหรับการเยียวยา กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ครอบคลุมกรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย
โดยพิจารณาอัตราช่วยเหลือตามชนิดและอายุของสัตว์ รวมถึงจำนวนสูงสุดที่สามารถช่วยเหลือต่อราย ตลอดจนกรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ซึ่งกำหนดอัตราช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย ทั้งนี้ การช่วยเหลือจะเป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด
ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถขอรับการสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์หรือความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มโครงการพิเศษและป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์
กองส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ โทร. 0 2653 4444 ต่อ 3315 และสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระบบ iOS และ Androi







