



6+







'ผู้ว่าฯชัชชาติ' พร่องน้ำฝั่งตะวันออก เร่งสูบออกจากชุมชน - ดูแลผู้ป่วยติดเตียง
'ผู้ว่าฯชัชชาติ' พร่องน้ำฝั่งตะวันออก ฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำ–ดึงน้ำออกจากชุมชน ดูแลผู้ประสบภัย-ผู้ป่วยติดเตียงเต็มกำลัง
สถานการณ์ฝน กทม. เริ่มผ่อนคลาย เร่งระบายน้ำคลองสายหลักฝั่งตะวันออก ดึงน้ำท่วมขังออกจากชุมชน พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงดูแลต่อเนื่อง ลุยช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3.2 แสนครัวเรือนเต็มที่
'ชัชชาติ' ลุยพร่องน้ำฝั่งตะวันออก หลังฝนเริ่มซา เร่งดึงน้ำออกจากชุมชน พร้อมสู้ภัยน้ำท่วมดูแลกลุ่ม vulnerables เต็มกำลัง
28 ก.ย. 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชนว่า ปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มผ่อนคลายลงเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนออกจากพื้นที่แล้ว ทำให้ฝนไม่รุนแรงเท่าช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีฝนตกจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ หนองจอก 62 มิลลิเมตร ลาดกระบัง 55 มิลลิเมตร และมีนบุรี 52 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเข้าไปเติมในจุดที่ยังท่วมขัง
ภารกิจหลักขณะนี้คือการเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เพื่อดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองสายหลักบางแห่งที่ยังคงมีระดับน้ำสูง เนื่องจากต้องรับน้ำจากพื้นที่กว้างและพื้นที่ต่อเนื่องนอกเขต กทม. จึงต้องเปิดเครื่องสูบน้ำและบริหารประตูระบายน้ำเต็มกำลัง
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง ยังคงเร่งระบายน้ำและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางระบาย ขณะที่คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ได้เร่งผลักดันน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สนับสนุน ส่วนการเดินทางหลายเส้นทางเริ่มดีขึ้น ถนนเพชรบุรีบางช่วงทยอยเปิดการสัญจร ถนนวิภาวดีรังสิตเดินทางได้มากขึ้นแต่ยังต้องระมัดระวังบางจุด โดยขอให้ประชาชนตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง
ด้าน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์บัญชาการฯ ว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน พื้นที่กระทบหนัก ได้แก่ เขตลาดกระบัง (30,000–40,000 คน) เขตบางกะปิ (ประมาณ 20,000 คน) เขตคันนายาว (30,000–40,000 คน) รวมทั้งเขตสะพานสูง สวนหลวง และหลักสี่ (ประมาณ 10,000 คน) โดยภารกิจสำคัญที่สุดคือการเข้าดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ขาดแคลนอาหารน้ำดื่ม
ปัจจุบัน กทม. ได้ย้ายผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ต้องได้รับการดูแลไปยังโรงพยาบาลสังกัด กทม. แล้วประมาณ 1,500 คน พร้อมส่งทีมเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าช่วยเหลือทันที สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยติดเตียงสามารถติดต่อ สายด่วน 1669 ส่วนการขอรับความช่วยเหลือทั่วไป ติดต่อ สายด่วน 1555
สำหรับผู้ที่ประสงค์บริจาค กทม. ยังต้องการ ถุงยังชีพ อาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม รถยกสูง เรือท้องแบนขนาดเล็ก และรถครัวสนาม โดยติดต่อได้ที่ โทร. 02 248 5115 หรือ สายด่วน 1555 นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย กทม. จะร่วมกับหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดทำแนวทางและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือและการเยียวยา เพื่อให้ประชาชนดำเนินการได้ง่ายที่สุดต่อไป



6+














